ม.6

แบบทดสอบ SMART-I วัดความสามารถด้านการอ่าน

รายละเอียดข้อสอบ
รหัสข้อสอบ

: THMB612619

จำนวนข้อ

: 30 ข้อ

วิชา

: ภาษาไทย

ระดับชั้น

: ม.6

สร้างเมื่อ

: 12 มิ.ย. 58 เวลา 14:18 น.

ตัวชี้ชัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง

การอ่าน

ผู้สร้าง : ON_LEE

แชร์ข้อสอบนี้

เพิ่มในรายการโปรด

ให้คะแนน


00:00

1

ข้อที่ 1/30
คำถาม :

บทความต่อไปนี้ใช้ตอบคำถาม ข้อ 1 ถึง ข้อ 5
     แฟรนไชส์ธุรกิจร้านหนังสือ 'AEC Book' ได้เปิดให้บริการสาขาแรกในปี 2540 นับถึงวันนี้เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว กับจำนวนกว่า 50 สาขา ที่ลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์และบริษัทลงทุนเอง และในปี 2552 เพิ่มอีกประมาณ 4-5 สาขา รวมถึงการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ไปยังยุโรปเป็นครั้งแรกที่ปารีส ฝรั่งเศส
     "สายฟ้า ผดุงธรรม" ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาสาขา AEC Book กล่าวถึงความสำเร็จของ AEC Book ภาพรวม ธุรกิจร้านหนังสือ และก้าวต่อไปของ AEC Book ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
     AEC Book ซึ่งพื้นฐานบริษัทแม่มาจากการผลิตหนังสือ AEC Book ถือเป็นช่องทางหนึ่งของการขาย หนังสือของบริษัท นอกจากขายส่ง ถามว่า ณ วันนี้ประสบความสำเร็จไหม ผมว่าพอสมควรแต่ไม่หวือหวา แต่ยังคงนโยบายที่จะเปิดขยายสาขาทั้งของบริษัทเองและรูปแบบแฟรนไชส์ แต่ค่อนข้างละเอียดและให้ความสำคัญกับการลงทุน ใช้หลักพิจารณาค่อนข้างสูง โดยแต่ละปีไม่ได้มีการตังเป้า อยู่ที่ทำเลและโอกาสในธุรกิจเป็นสำคัญ
     ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีเก้าอี้ให้นั่ง สามารถใช้ เวลาในการเลือกหนังสือที่ชอบ และพนักงานมีความรู้สามารถแนะนำหนังสือและให้ความรู้ได้ และเมื่อปีที่ผ่านมา ได้นำจุดแข็งในส่วนนี้มาพัฒนาตังเป็นโรงเรียน AEC Book เพื่อฝึกอบรมพนักงานและเปิดสอนสำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งการขายและงานบริการในร้านหนังสือ ทั้งนี้เพื่อเป็นการฝึกอบรมให้กับพนักงานของร้านในระบบแฟรนไชส์ด้วย ซึ่งพนักงาน AEC Book จะมีมาตรฐานเดียวกัน ร้านหนังสือแต่ละร้านก็จะพยายามสร้างจุดขายที่แตกต่าง เพราะสินค้าในร้านกว่า 90% เหมือนกันหมด เหมือนห้างสรรพสินค้า
     สำหรับด้านความสำเร็จของผู้เข้ามาลงทุน เนื่องจากชื่อเสียง AEC Book เป็นที่รู้จัก ลดเปอร์เซ็นต์หนังสือของสำนักพิมพ์ในเครือเดียวกันให้มากกว่าร้านหนังสือทั่วไปประมาณ 10% เท่ากับว่ากำไรของร้านจะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ กลยุทธ์การตลาดที่ทำตลอดทั้งปี รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ AEC Book ทุกสาขาทั่วประเทศ พ่วงกับบริษัทแม่ซึ่งมีบริษัทในเครือหลายบริษัท
     ในมุมมองของผม มองว่าโอกาสการเติบโตยังมีอีกมาก เพียงแต่ตอนนี้ที่เห็นจะกระจุกตัวเฉพาะใน กรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น ขณะที่ในบางจังหวัดยังไม่ค่อยมี หรือมีก็เป็นร้านหนังสือแบบเดิมที่ทำกันมา ยัง ไม่มีร้านที่ทันสมัย สำหรับแฟรนไชส์ AEC Book เรามองว่าศักยภาพในอำเภอเมืองของทุกจังหวัดสามารถเปิดได้แน่นอน ถ้ามีผู้ติดต่อสนใจเข้ามาก็สามารถทำได้หมด
     ผมมองว่าจุดที่หนังสือเราโตได้ เพราะคนไม่มีโอกาสซื้อมากกว่า เพราะถ้าเราเพิ่มโอกาสการซื้อหนังสือ รับรองว่าตลาดโตแน่ มองจากจังหวัดขนาดเล็ก ขนาดกลาง โอกาสการเติบโตสูง โดยดูจากยอดขายจังหวัดเล็ก อย่างกระบี่ พะเยา ยอดขายหนังสือดี ขณะที่จังหวัดใหญ่กลับไม่ดีอย่างที่คิดเพราะการแข่งขันสูง กลุ่มหนังสือที่ขาย ดีแทบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะพ็อคเก็ตบุ๊ค เราจะบอกกับทางร้านให้ขายได้ 80% ของยอดขายทั้งหมด เพราะเปอร์เซ็นต์ดี กำไรเฉลี่ย 25-30% ถ้าเทียบกับนิตยสารทั่วไปประมาณ 12-15%
     คำถามแรกที่ผมถาม ทำไมอยากเปิดร้านหนังสือ 90% บอกชอบ อยากเปิดร้านหนังสือ เป็นคำตอบที่เรา พิจารณาว่าน่าจะเปิดร้านหนังสือได้ แต่ถ้าคำตอบคือดูแล้วว่าธุรกิจนี้ทำกำไร ผมไม่แนะนำ เพราะธุรกิจหนังสือมีกำไรค่อนข้างน้อย ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เหมือนธุรกิจอื่น ทุกวันนี้มีหนังสือใหม่ออกวันละ 30 ปก ต้องใส่ใจเพราะ ละเอียดมาก เพราะหนังสือไม่มีการซื้อซ้ำ ชอบแค่ไหนก็ซื้อเล่มเดียว อย่าง AEC Book ถึงแม้มีระบบสมาชิกมี ส่วนลด แต่ถ้าไม่มีหนังสือที่ต้องการเขาก็ไปร้านอื่น เพราะหนังสือไม่มีความภักดีในแบรนด์เหมือนสินค้าอื่น เพราะ หนังสือกว่า 90% เหมือนกันทุกร้าน ฉะนั้นแต่ละร้านต้องนำกลยุทธ์ทางการตลาดมาเล่นตลอด สร้างความโดดเด่น ให้กับร้าน ตั้งแต่การตกแต่ง บรรยากาศ ซึ่ง AEC Book มีในส่วนนี้ครบ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดี รวมถึงโปรโมชั่นที่ออกมากระตุ้นยอดขายตลอดเป็นช่วงเวลา จากบทความข้างต้น ร้านใดต่อไปนี้ไม่ได้มีวิธีการดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับ AEC Book

2

ข้อที่ 2/30
คำถาม :

จากบทความข้างต้น AEC Book น่าจะให้ความสำคัญกับข้อใดมากที่สุดในการพิจารณาขยายสาขา

3

ข้อที่ 3/30
คำถาม :

ข้อใดไม่น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าชอบมาซื้อหนังสือที่ AEC Book

4

ข้อที่ 4/30
คำถาม :

จากบทความข้างต้น ท่านคิดว่า AEC Book มีโอกาสในการเจริญเติบโตอย่างไร

5

ข้อที่ 5/30
คำถาม :

เพราะเหตุใด ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาสาขา AEC Book จึงเปรียบ AEC Book กับห้างสรรพสินค้า

6

ข้อที่ 6/30
คำถาม :

บทความนี้ใช้ตอบคำถามข้อ 6 ถึง ข้อ 15
     เมื่อก่อน คำว่า "สาวโสด" อาจจะเป็นเหมือนหนามทิ่มแทงใจสาวๆ หลายคน แต่วันนี้เมื่อโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน ความคิดของผู้หญิงก็เปลี่ยน จึงไม่แปลกที่สถานภาพ "สาวโสด" จะกลายเป็นเทรนด์ยอดฮิตของ ผู้หญิงปี 2012 ที่วันนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายอีกต่อไป ในวันนี้สาวโสดของแวดวงการลงทุนอาสาพาบรรดาสาวโสดทั้งหลายไปรู้จักกับการบริหารการเงินตามสไตล์สาวโสด นอกเหนือไปจากการดูแลตัวเองให้ดูสวยเสมอ
     เนติมา ยศวีสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแห่งหนึ่ง เป็นอีกสาว โสดอีกคนหนึ่งที่บอกว่า มีความสุขกับการเป็นโสด ถ้าถามว่า ทำไมผู้หญิงเราถึงเป็นโสดมากขึ้น ส่วนตัวมองว่า ทุก คนเริ่มทำงานมากขึ้น หน้าที่การงานเติบโตมากขึ้น และสังคมก็เริ่มยอมรับผู้หญิงเป็นผู้นำมากขึ้น พอสังคมเปลี่ยน ผู้หญิงก็มีการศึกษามากขึ้น จากเมื่อก่อนจบแค่ ปวส. ต่อมาก็ขยับมาจบปริญญาตรีมากขึ้น มาถึงตอนนี้เป็น ปริญญาโทแล้ว และบางคนก็ต่อเนื่องไปถึงปริญญาเอก จะเห็นว่าผู้หญิงให้ความสำคัญกับการศึกษามากขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเอง และเมื่อผู้หญิงมีภารกิจทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียนมากขึ้น ก็จะแบ่งเวลาให้กับการหาคู่ครองน้อยลง
     "วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง เป็นเวลาทำงานไปแล้ว 18 ชั่วโมง พอเสาร์อาทิตย์ก็ให้น้ำหนักกับการเรียนมากกว่า ดังนั้น โอกาสที่จะมองหาผู้ชายก็เริ่มลดลงแล้ว ผู้หญิงก็จะเริ่มเป็นโสดมากขึ้น และจะมองหาผู้ชายอีกครั้งก็เมื่ออายุ เลย 30 ไปแล้ว" เมื่อผู้หญิงเป็นโสดมากขึ้น ก็จะให้ความสำคัญกับการลงทุนมากขึ้น เพราะเมื่อไม่มีผู้ชายให้พึ่งพา การวางแผนทางการเงินเพื่อดูแลตัวเองยามแก่ชราจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เห็นได้จากการเติบโตของกองทุน รวมที่ปัจจุบันมีขนาด 2.5 ล้านล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกได้ว่า คนให้ความสำคัญกับการหาลู่ทางการลงทุน มากขึ้น อีกทั้งการลงทุนก็มีความหลากหลายมากขึ้น จากตราสารหนี้ ไปสู่การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ไปถึงทองคำ และน้ำมัน
     ในฐานะที่ยังครองตัวเป็น "โสด" อย่างเหนียวแน่น เพราะต้องทุ่มเทให้กับการเรียนในระดับปริญญาเอก เมื่อผสานกับการคร่ำหวอดในแวดวงการลงทุน "เนติมา" จึงมีคำแนะนำสำหรับ "สาวโสดมือใหม่" ทั้งหลายว่า เธอเชื่อว่าระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มเก็บสะสมคือเมื่ออายุ 25 ปี
     การออมหรือการบริหารเงิน มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่จากประสบการณ์จริงที่ได้สัมผัสมา คนส่วนใหญ่ เริ่มเก็บออมที่ระดับอายุ 28-30 ปีขึ้นไป ทำไมไม่ต่ำกว่านี้ ถ้ามองย้อนไปจะเห็นว่า เรียนจบปริญญาตรีตอนอายุ 21 ปี คงไม่มีใครลุกขึ้นมาเก็บออมทันทีที่มีรายได้เป็นของตัวเอง ก็ต้องเที่ยวต้องใช้จ่ายก่อน จนเมื่ออายุ 25 ปี ผู้หญิง ส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าสู่การเรียนระดับปริญญาโท ทำให้โอกาสในการออมน้อยลง เพราะต้องเอาไปใช้จ่ายกับการศึกษา
     เมื่ออายุประมาณ 28 ปี ถึงเวลาที่พร้อมแล้วทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ กับหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้น รายได้มาก ขึ้น จุดนั้นเป็นจุดที่ทำให้ผู้หญิงเริ่มแบ่งสัดส่วนการลงทุนมากขึ้น ดังนั้น แม้ว่าช่วงอายุที่เหมาะจะอยู่ที่ 25 ปี แต่ความเป็นจริง คือ ผู้หญิงพร้อมออมเมื่ออายุ 28 ปีขึ้นไป และจะให้น้ำหนักการออมอย่างจริงจังเมื่ออายุประมาณ 35 ปี ซึ่งนันหมายความว่า จะมีเวลาเหลือก่อนเกษียณสำหรับการออมและการลงทุนอีกเพียง 25 ปี
     เนติมาให้คำแนะนำสำหรับ "สาวโสดหัดขับ" ด้วยว่า จุดเริ่มต้นที่ดีอยู่ที่การศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ต้อง ศึกษาให้รอบคอบก่อน แล้วลองทำบทวิเคราะห์รู้จักตัวเอง โดยสามารถเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์ หลายๆ แห่งจะมีให้เข้าไปลองค้นหาตัวเองว่า เหมาะกับการลงทุนแบบไหน สามารถรับความเสี่ยงการลงทุนได้มากเพียงใด
     "ตรงนั้นจะทำให้เรารู้ว่าตัวเราเองจะเทน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์แบบไหนได้มากกว่ากัน ถ้าใครที่ไม่ เคยศึกษาเลย แต่อยากจะลงทุน อยากให้เริ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมากกว่า อย่างเช่น กองทุนตราสารหนี้ เมื่อ คุณมีความคุ้นเคยกับมันมากขึ้น คุณก็เริ่มลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น กองทุนหุ้นหรือกองทุนทองคำ หรือกองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวคุณ และเมื่อเชี่ยวชาญมากขึ้น คุณก็ไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งเริ่มไกลตัวออกไป"
     เมื่อขยับไปลงทุนในต่างประเทศ ก็พิจารณาต่อไปว่าจะลงทุนในตราสารหนี้หรือหุ้นต่างประเทศ ถ้าเป็นหุ้น ต่างประเทศ จะลงทุนในจีนอย่างเดียว หรือในเกรทเทอร์ไชน่า หรือในตลาดหุ้นเกิดใหม่ หรือจะลงทุนโซนยุโรป หรืออเมริกา หรือลงทุนทัวโลก ซึ่งเป็นการลงทุนขันสูง นักลงทุนควรเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นว่าจะให้น้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ไหนมากกว่ากัน เทคนิคคือลงทุนจากใกล้ตัวก่อน สัมผัสสิ่งที่ใกล้ตัวก่อนจะไปสู่การลงทุนขันสูงมากขึ้น
     สำหรับสไตล์การลงทุนของตัวเอง เธอจะแบ่งการลงทุนเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการลงทุนหลักที่เน้นเงิน ฝาก ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นบ้านและคอนโดมิเนียม ส่วนที่สองจะเน้นการสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า ซึ่งหมายรวมถึงหุ้นทั้งในและต่างประเทศ และการลงทุนในทองคำ โดยน้ำหนักการลงทุนจะแปรผันตามอายุที่เปลี่ยนไป ข้อใดต่อไปนี้มีความหมายตรงกับคำว่า "สาวโสดหัดขับ" ที่กล่าวถึงในบทความข้างต้น

7

ข้อที่ 7/30
คำถาม :

ถ้าอ้างอิงจากคำแนะนำของเนติมา ข้อใดไม่ใช่ปจจัยที่จะส่งผลต่อการลงทุน

8

ข้อที่ 8/30
คำถาม :

ตามความเห็นของเนติมา ข้อใดไม่น่าจะเป็นปจจัยที่ทำให้ผู้หญิงเป็นโสดมากขึ้น

9

ข้อที่ 9/30
คำถาม :

ข้อความใดที่ผู้เขียนใช้เป็นนัยที่แสดงว่าผู้หญิงบางคนไม่อยากเป็นโสด

10

ข้อที่ 10/30
คำถาม :

ข้อใดไม่สามารถอ้างอิงได้จากบทความ

11

ข้อที่ 11/30
คำถาม :

จากบทความข้างต้น ก่อนการลงทุน เพราะเหตุใดผู้หญิงจึงควรวิเคราะห์ตัวเองก่อน

12

ข้อที่ 12/30
คำถาม :

บทความข้างต้นมีวัตถุประสงค์หลักอย่างไร

13

ข้อที่ 13/30
คำถาม :

เพราะเหตุใด เนติมาจึงเห็นว่าการศึกษาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม

14

ข้อที่ 14/30
คำถาม :

เพราะเหตุใดเนติมาจึงกล่าวว่าตนมีความสุขกับการเป็นโสด

15

ข้อที่ 15/30
คำถาม :

ถ้าอ้างอิงจากคำแนะนำของเนติมา ผู้ใดควรลงทุนในตลาดหุ้นของประเทศ X ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่

16

ข้อที่ 16/30
คำถาม :

บทความต่อไปนี้ใช้ตอบคำถาม ข้อ 1 ถึง ข้อ 5
     แฟรนไชส์ธุรกิจร้านหนังสือ 'AEC Book' ได้เปิดให้บริการสาขาแรกในปี 2540 นับถึงวันนี้เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว กับจำนวนกว่า 50 สาขา ที่ลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์และบริษัทลงทุนเอง และในปี 2552 เพิ่มอีกประมาณ 4-5 สาขา รวมถึงการขยายสาขาในรูปแบบแฟรนไชส์ไปยังยุโรปเป็นครั้งแรกที่ปารีส ฝรั่งเศส
     "สายฟ้า ผดุงธรรม" ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาสาขา AEC Book กล่าวถึงความสำเร็จของ AEC Book ภาพรวม ธุรกิจร้านหนังสือ และก้าวต่อไปของ AEC Book ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้
     AEC Book ซึ่งพื้นฐานบริษัทแม่มาจากการผลิตหนังสือ AEC Book ถือเป็นช่องทางหนึ่งของการขาย หนังสือของบริษัท นอกจากขายส่ง ถามว่า ณ วันนี้ประสบความสำเร็จไหม ผมว่าพอสมควรแต่ไม่หวือหวา แต่ยังคงนโยบายที่จะเปิดขยายสาขาทั้งของบริษัทเองและรูปแบบแฟรนไชส์ แต่ค่อนข้างละเอียดและให้ความสำคัญกับการลงทุน ใช้หลักพิจารณาค่อนข้างสูง โดยแต่ละปีไม่ได้มีการตังเป้า อยู่ที่ทำเลและโอกาสในธุรกิจเป็นสำคัญ
     ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีเก้าอี้ให้นั่ง สามารถใช้ เวลาในการเลือกหนังสือที่ชอบ และพนักงานมีความรู้สามารถแนะนำหนังสือและให้ความรู้ได้ และเมื่อปีที่ผ่านมา ได้นำจุดแข็งในส่วนนี้มาพัฒนาตังเป็นโรงเรียน AEC Book เพื่อฝึกอบรมพนักงานและเปิดสอนสำหรับบุคคลทั่วไป ทั้งการขายและงานบริการในร้านหนังสือ ทั้งนี้เพื่อเป็นการฝึกอบรมให้กับพนักงานของร้านในระบบแฟรนไชส์ด้วย ซึ่งพนักงาน AEC Book จะมีมาตรฐานเดียวกัน ร้านหนังสือแต่ละร้านก็จะพยายามสร้างจุดขายที่แตกต่าง เพราะสินค้าในร้านกว่า 90% เหมือนกันหมด เหมือนห้างสรรพสินค้า
     สำหรับด้านความสำเร็จของผู้เข้ามาลงทุน เนื่องจากชื่อเสียง AEC Book เป็นที่รู้จัก ลดเปอร์เซ็นต์หนังสือของสำนักพิมพ์ในเครือเดียวกันให้มากกว่าร้านหนังสือทั่วไปประมาณ 10% เท่ากับว่ากำไรของร้านจะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ กลยุทธ์การตลาดที่ทำตลอดทั้งปี รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ AEC Book ทุกสาขาทั่วประเทศ พ่วงกับบริษัทแม่ซึ่งมีบริษัทในเครือหลายบริษัท
     ในมุมมองของผม มองว่าโอกาสการเติบโตยังมีอีกมาก เพียงแต่ตอนนี้ที่เห็นจะกระจุกตัวเฉพาะใน กรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น ขณะที่ในบางจังหวัดยังไม่ค่อยมี หรือมีก็เป็นร้านหนังสือแบบเดิมที่ทำกันมา ยัง ไม่มีร้านที่ทันสมัย สำหรับแฟรนไชส์ AEC Book เรามองว่าศักยภาพในอำเภอเมืองของทุกจังหวัดสามารถเปิดได้แน่นอน ถ้ามีผู้ติดต่อสนใจเข้ามาก็สามารถทำได้หมด
     ผมมองว่าจุดที่หนังสือเราโตได้ เพราะคนไม่มีโอกาสซื้อมากกว่า เพราะถ้าเราเพิ่มโอกาสการซื้อหนังสือ รับรองว่าตลาดโตแน่ มองจากจังหวัดขนาดเล็ก ขนาดกลาง โอกาสการเติบโตสูง โดยดูจากยอดขายจังหวัดเล็ก อย่างกระบี่ พะเยา ยอดขายหนังสือดี ขณะที่จังหวัดใหญ่กลับไม่ดีอย่างที่คิดเพราะการแข่งขันสูง กลุ่มหนังสือที่ขาย ดีแทบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะพ็อคเก็ตบุ๊ค เราจะบอกกับทางร้านให้ขายได้ 80% ของยอดขายทั้งหมด เพราะเปอร์เซ็นต์ดี กำไรเฉลี่ย 25-30% ถ้าเทียบกับนิตยสารทั่วไปประมาณ 12-15%
     คำถามแรกที่ผมถาม ทำไมอยากเปิดร้านหนังสือ 90% บอกชอบ อยากเปิดร้านหนังสือ เป็นคำตอบที่เรา พิจารณาว่าน่าจะเปิดร้านหนังสือได้ แต่ถ้าคำตอบคือดูแล้วว่าธุรกิจนี้ทำกำไร ผมไม่แนะนำ เพราะธุรกิจหนังสือมีกำไรค่อนข้างน้อย ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เหมือนธุรกิจอื่น ทุกวันนี้มีหนังสือใหม่ออกวันละ 30 ปก ต้องใส่ใจเพราะ ละเอียดมาก เพราะหนังสือไม่มีการซื้อซ้ำ ชอบแค่ไหนก็ซื้อเล่มเดียว อย่าง AEC Book ถึงแม้มีระบบสมาชิกมี ส่วนลด แต่ถ้าไม่มีหนังสือที่ต้องการเขาก็ไปร้านอื่น เพราะหนังสือไม่มีความภักดีในแบรนด์เหมือนสินค้าอื่น เพราะ หนังสือกว่า 90% เหมือนกันทุกร้าน ฉะนั้นแต่ละร้านต้องนำกลยุทธ์ทางการตลาดมาเล่นตลอด สร้างความโดดเด่น ให้กับร้าน ตั้งแต่การตกแต่ง บรรยากาศ ซึ่ง AEC Book มีในส่วนนี้ครบ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดี รวมถึงโปรโมชั่นที่ออกมากระตุ้นยอดขายตลอดเป็นช่วงเวลา จากบทความข้างต้น ร้านใดต่อไปนี้ไม่ได้มีวิธีการดำเนินธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับ AEC Book

17

ข้อที่ 17/30
คำถาม :

จากบทความข้างต้น AEC Book น่าจะให้ความสำคัญกับข้อใดมากที่สุดในการพิจารณาขยายสาขา

18

ข้อที่ 18/30
คำถาม :

ข้อใดไม่น่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าชอบมาซื้อหนังสือที่ AEC Book

19

ข้อที่ 19/30
คำถาม :

จากบทความข้างต้น ท่านคิดว่า AEC Book มีโอกาสในการเจริญเติบโตอย่างไร

20

ข้อที่ 20/30
คำถาม :

เพราะเหตุใด ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาสาขา AEC Book จึงเปรียบ AEC Book กับห้างสรรพสินค้า

21

ข้อที่ 21/30
คำถาม :

บทความนี้ใช้ตอบคำถามข้อ 6 ถึง ข้อ 15
     เมื่อก่อน คำว่า "สาวโสด" อาจจะเป็นเหมือนหนามทิ่มแทงใจสาวๆ หลายคน แต่วันนี้เมื่อโลกเปลี่ยน เทคโนโลยีเปลี่ยน ความคิดของผู้หญิงก็เปลี่ยน จึงไม่แปลกที่สถานภาพ "สาวโสด" จะกลายเป็นเทรนด์ยอดฮิตของ ผู้หญิงปี 2012 ที่วันนี้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชายอีกต่อไป ในวันนี้สาวโสดของแวดวงการลงทุนอาสาพาบรรดาสาวโสดทั้งหลายไปรู้จักกับการบริหารการเงินตามสไตล์สาวโสด นอกเหนือไปจากการดูแลตัวเองให้ดูสวยเสมอ
     เนติมา ยศวีสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแห่งหนึ่ง เป็นอีกสาว โสดอีกคนหนึ่งที่บอกว่า มีความสุขกับการเป็นโสด ถ้าถามว่า ทำไมผู้หญิงเราถึงเป็นโสดมากขึ้น ส่วนตัวมองว่า ทุก คนเริ่มทำงานมากขึ้น หน้าที่การงานเติบโตมากขึ้น และสังคมก็เริ่มยอมรับผู้หญิงเป็นผู้นำมากขึ้น พอสังคมเปลี่ยน ผู้หญิงก็มีการศึกษามากขึ้น จากเมื่อก่อนจบแค่ ปวส. ต่อมาก็ขยับมาจบปริญญาตรีมากขึ้น มาถึงตอนนี้เป็น ปริญญาโทแล้ว และบางคนก็ต่อเนื่องไปถึงปริญญาเอก จะเห็นว่าผู้หญิงให้ความสำคัญกับการศึกษามากขึ้น เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเอง และเมื่อผู้หญิงมีภารกิจทั้งเรื่องงาน เรื่องเรียนมากขึ้น ก็จะแบ่งเวลาให้กับการหาคู่ครองน้อยลง
     "วันหนึ่งมี 24 ชั่วโมง เป็นเวลาทำงานไปแล้ว 18 ชั่วโมง พอเสาร์อาทิตย์ก็ให้น้ำหนักกับการเรียนมากกว่า ดังนั้น โอกาสที่จะมองหาผู้ชายก็เริ่มลดลงแล้ว ผู้หญิงก็จะเริ่มเป็นโสดมากขึ้น และจะมองหาผู้ชายอีกครั้งก็เมื่ออายุ เลย 30 ไปแล้ว" เมื่อผู้หญิงเป็นโสดมากขึ้น ก็จะให้ความสำคัญกับการลงทุนมากขึ้น เพราะเมื่อไม่มีผู้ชายให้พึ่งพา การวางแผนทางการเงินเพื่อดูแลตัวเองยามแก่ชราจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เห็นได้จากการเติบโตของกองทุน รวมที่ปัจจุบันมีขนาด 2.5 ล้านล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวบ่งบอกได้ว่า คนให้ความสำคัญกับการหาลู่ทางการลงทุน มากขึ้น อีกทั้งการลงทุนก็มีความหลากหลายมากขึ้น จากตราสารหนี้ ไปสู่การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ไปถึงทองคำ และน้ำมัน
     ในฐานะที่ยังครองตัวเป็น "โสด" อย่างเหนียวแน่น เพราะต้องทุ่มเทให้กับการเรียนในระดับปริญญาเอก เมื่อผสานกับการคร่ำหวอดในแวดวงการลงทุน "เนติมา" จึงมีคำแนะนำสำหรับ "สาวโสดมือใหม่" ทั้งหลายว่า เธอเชื่อว่าระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มเก็บสะสมคือเมื่ออายุ 25 ปี
     การออมหรือการบริหารเงิน มันไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่จากประสบการณ์จริงที่ได้สัมผัสมา คนส่วนใหญ่ เริ่มเก็บออมที่ระดับอายุ 28-30 ปีขึ้นไป ทำไมไม่ต่ำกว่านี้ ถ้ามองย้อนไปจะเห็นว่า เรียนจบปริญญาตรีตอนอายุ 21 ปี คงไม่มีใครลุกขึ้นมาเก็บออมทันทีที่มีรายได้เป็นของตัวเอง ก็ต้องเที่ยวต้องใช้จ่ายก่อน จนเมื่ออายุ 25 ปี ผู้หญิง ส่วนใหญ่ก็เริ่มเข้าสู่การเรียนระดับปริญญาโท ทำให้โอกาสในการออมน้อยลง เพราะต้องเอาไปใช้จ่ายกับการศึกษา
     เมื่ออายุประมาณ 28 ปี ถึงเวลาที่พร้อมแล้วทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ กับหน้าที่การงานที่เติบโตขึ้น รายได้มาก ขึ้น จุดนั้นเป็นจุดที่ทำให้ผู้หญิงเริ่มแบ่งสัดส่วนการลงทุนมากขึ้น ดังนั้น แม้ว่าช่วงอายุที่เหมาะจะอยู่ที่ 25 ปี แต่ความเป็นจริง คือ ผู้หญิงพร้อมออมเมื่ออายุ 28 ปีขึ้นไป และจะให้น้ำหนักการออมอย่างจริงจังเมื่ออายุประมาณ 35 ปี ซึ่งนันหมายความว่า จะมีเวลาเหลือก่อนเกษียณสำหรับการออมและการลงทุนอีกเพียง 25 ปี
     เนติมาให้คำแนะนำสำหรับ "สาวโสดหัดขับ" ด้วยว่า จุดเริ่มต้นที่ดีอยู่ที่การศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน ต้อง ศึกษาให้รอบคอบก่อน แล้วลองทำบทวิเคราะห์รู้จักตัวเอง โดยสามารถเข้าไปในเว็บไซต์ของบริษัทหลักทรัพย์ หลายๆ แห่งจะมีให้เข้าไปลองค้นหาตัวเองว่า เหมาะกับการลงทุนแบบไหน สามารถรับความเสี่ยงการลงทุนได้มากเพียงใด
     "ตรงนั้นจะทำให้เรารู้ว่าตัวเราเองจะเทน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์แบบไหนได้มากกว่ากัน ถ้าใครที่ไม่ เคยศึกษาเลย แต่อยากจะลงทุน อยากให้เริ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมากกว่า อย่างเช่น กองทุนตราสารหนี้ เมื่อ คุณมีความคุ้นเคยกับมันมากขึ้น คุณก็เริ่มลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น กองทุนหุ้นหรือกองทุนทองคำ หรือกองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวคุณ และเมื่อเชี่ยวชาญมากขึ้น คุณก็ไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งเริ่มไกลตัวออกไป"
     เมื่อขยับไปลงทุนในต่างประเทศ ก็พิจารณาต่อไปว่าจะลงทุนในตราสารหนี้หรือหุ้นต่างประเทศ ถ้าเป็นหุ้น ต่างประเทศ จะลงทุนในจีนอย่างเดียว หรือในเกรทเทอร์ไชน่า หรือในตลาดหุ้นเกิดใหม่ หรือจะลงทุนโซนยุโรป หรืออเมริกา หรือลงทุนทัวโลก ซึ่งเป็นการลงทุนขันสูง นักลงทุนควรเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นว่าจะให้น้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์ไหนมากกว่ากัน เทคนิคคือลงทุนจากใกล้ตัวก่อน สัมผัสสิ่งที่ใกล้ตัวก่อนจะไปสู่การลงทุนขันสูงมากขึ้น
     สำหรับสไตล์การลงทุนของตัวเอง เธอจะแบ่งการลงทุนเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการลงทุนหลักที่เน้นเงิน ฝาก ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ที่เป็นบ้านและคอนโดมิเนียม ส่วนที่สองจะเน้นการสร้างผลตอบแทนที่มากกว่า ซึ่งหมายรวมถึงหุ้นทั้งในและต่างประเทศ และการลงทุนในทองคำ โดยน้ำหนักการลงทุนจะแปรผันตามอายุที่เปลี่ยนไป ข้อใดต่อไปนี้มีความหมายตรงกับคำว่า "สาวโสดหัดขับ" ที่กล่าวถึงในบทความข้างต้น

22

ข้อที่ 22/30
คำถาม :

ถ้าอ้างอิงจากคำแนะนำของเนติมา ข้อใดไม่ใช่ปจจัยที่จะส่งผลต่อการลงทุน

23

ข้อที่ 23/30
คำถาม :

ตามความเห็นของเนติมา ข้อใดไม่น่าจะเป็นปจจัยที่ทำให้ผู้หญิงเป็นโสดมากขึ้น

24

ข้อที่ 24/30
คำถาม :

ข้อความใดที่ผู้เขียนใช้เป็นนัยที่แสดงว่าผู้หญิงบางคนไม่อยากเป็นโสด

25

ข้อที่ 25/30
คำถาม :

ข้อใดไม่สามารถอ้างอิงได้จากบทความ

26

ข้อที่ 26/30
คำถาม :

จากบทความข้างต้น ก่อนการลงทุน เพราะเหตุใดผู้หญิงจึงควรวิเคราะห์ตัวเองก่อน

27

ข้อที่ 27/30
คำถาม :

บทความข้างต้นมีวัตถุประสงค์หลักอย่างไร

28

ข้อที่ 28/30
คำถาม :

เพราะเหตุใด เนติมาจึงเห็นว่าการศึกษาเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม

29

ข้อที่ 29/30
คำถาม :

เพราะเหตุใดเนติมาจึงกล่าวว่าตนมีความสุขกับการเป็นโสด

30

ข้อที่ 30/30
คำถาม :

ถ้าอ้างอิงจากคำแนะนำของเนติมา ผู้ใดควรลงทุนในตลาดหุ้นของประเทศ X ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่

ระบบกำลังประมวลผล

  • ข้อปัจจุบัน
  • ข้อที่ทำแล้ว
  • ข้อที่ยังไม่ได้ทำ
  • ข้อที่ยังไม่ได้เปิด

กรุณาเลือกคำตอบ ก่อนกดปุ่มข้อถัดไป

ข้อแนะนำ : ท่านสามารถดูเฉลยของข้อสอบแต่ละข้อได้ เมื่อทำข้อสอบเสร็จและส่งข้อสอบแล้ว

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง

วันที่สร้าง รหัสข้อสอบ ชื่อข้อสอบ จำนวน ระดับชั้น เข้าชม เพิ่มรายการโปรด
17 ส.ค. 2552 THPA100047 วิชาภาษาไทยป.1 ชุดที่2 20 ข้อ 69,389 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
26 ก.พ. 2553 THPA301649 ภาษาไทย ป.3 ชุดที่3 10 ข้อ 15,893 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
19 มี.ค. 2553 THPB602087 ภาษาไทย ป.6 ชุดที่11 20 ข้อ 26,661 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
29 ก.ย. 2552 THMA300611 วิชาภาษาไทยม.3 ชุดที่5 12 ข้อ 98,009 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
17 มี.ค. 2553 THMB602015 ข้อสอบ O-Net ภาษาไทย ปี 2551 ชุดที่ 5 20 ข้อ 14,618 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
16 มี.ค. 2553 THPB501977 ภาษาไทย ป.5 ชุดที่6 20 ข้อ 20,782 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
26 ก.พ. 2553 THPA301661 ภาษาไทย ป.3 ชุดที่9 20 ข้อ 25,361 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
17 มี.ค. 2553 THMB602013 ข้อสอบ O-Net ภาษาไทย ปี 2551 ชุดที่ 4 20 ข้อ 12,638 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
16 มี.ค. 2553 THPB501993 ภาษาไทย ป.5 ชุดที่14 20 ข้อ 43,606 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ
25 ก.ย. 2552 THMA200568 วิชาภาษาไทยม.2 ชุดที่8 20 ข้อ 103,584 ครั้ง เริ่มทำข้อสอบ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ข้อความ..

ข้อความเตือน..

ส่งข้อสอบให้เพื่อน..


คลังข้อสอบข้อสอบรวมข้อสอบข้อสอบพร้อมเฉลยtu getเลขคณิตคณิตศาสตร์วิทย์วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์เคมีชีวะชีววิทยาสุขศึกษาพละพลศึกษาสังคมสังคมศึกษาวิทย์ทั่วไปข้อสอบวัดระดับศิลปะการงานการงานอาชีพเทคโนโลยีภาษาจีนภาษาญี่ปุ่นภาษาอังกฤษpatgatข้อสอบ reading writinglistening ข้อสอบโอเน็ตข้อสอบ Onetเซลล์แรงปริมาตรดาราศาสตร์ห่วงโซ่อาหารการสืบพันธุ์พืชการลำเลียงจำนวนเต็มครนหรมคูณร่วมน้อยหารร่วมมากบวก ลบ คูณ หารตัวสะกดภาษาไทยคำควบกล้ำเก็งข้อสอบติวสอบแบบฝึกหัดเฉลยกฏหมายดนตรีดนตรีไทยดนตรีสากลเพลงเพลงชาติพุทธประวัติศาสนาคำศัพท์ข้อสอบปฐมวัยข้อสอบอนุบาลโตไปไม่โกงคณิตเบื้องต้นcu tepสอบเข้า ม.1รับตรง58สอบตรง58รับตรง59สอบตรง59clearing house เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ONETGAT PATติวติวGATเชื่อมโยงภาษาญี่ปุ่นความถนัดภาษาจีนเกษตรข้อสอบคลังข้อสอบadmissionsแอดมิชชั่นรับตรงโควต้าสอบตรงวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์สังคมภาษาไทยกลอนติวเข้มสอบเข้าสอบเข้า เตรียมสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลสอบเข้าสวนกุหลาบ 
#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน