เรื่อง: ศรินทร เอี่ยมแฟง ภาพ: พลอยขวัญ สุทธารมณ์
45 ปีที่แล้วในวันที่ 20 กรกฎาคม มนุษย์คนแรกเหยียบย่ำลงบนพื้นผิวดวงจันทร์ สร้างประวัติศาสตร์ความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครั้งสำคัญที่สุดของโลก ผลักดันให้มนุษย์ก้าวข้ามขีดจำกัดของความไม่รู้ และเพิ่มอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในการควบคุมพลังธรรมชาติ
ในความเป็นจริงก็คือไม่ใช่ เพราะมนุษย์ไม่เคยมีอำนาจเหนือธรรมชาติ ภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประชาคมโลกเรียกร้องให้ทุกคนมีจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เหลือน้อยเต็มที ซึ่งไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า ระหว่างที่เราตั้งหน้าตั้งตาปลูกต้นไม้หนึ่งต้น มีสิ่งแวดล้อมที่โดนทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์ไปแล้วมากมายแค่ไหน
เมื่อมนุษย์ถนัดเรื่องการทำลายแล้วสร้างขึ้นใหม่มากกว่าการอนุรักษ์ แนวคิดเรื่องการวางแผนอพยพมนุษย์ไปยังดวงดาวอื่นจึงได้รับพัฒนาให้เป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่ามันจะฟังดูน่าเศร้าในความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ แต่เพื่อการดำรงอยู่ของมวลมนุษยชาติ การค้นหาสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยภายใต้จักรวาลแห่งนี้ ในระหว่างที่เราเตรียมตัวรับมือกับภัยพิบัติและความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ ก็คงไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ใบไม้เทียม
จากความสำเร็จในการโคลนนิ่ง หรือสร้างสัตว์ตัวใหม่โดยไม่ใช่เซลล์สืบพันธุ์หรืออสุจิของสัตว์เพศผู้เมื่อ 17 ปีที่แล้ว สู่การโคลนนิ่งเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ของนักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา อีกก้าวหนึ่งของวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้กำเนิดขึ้น เมื่อมนุษย์สร้างใบไม้ขึ้นเองได้สำเร็จ
จูเลี่ยน เมลชิออริ (Julian Melchiorri) นักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย Royal College of Art คิดค้นใบไม้เทียมชื่อ Silk Leaf ที่สามารถดูดซับน้ำและคาร์บอนไดออกไซด์ พร้อมทั้งปล่อยก๊าซออกซิเจนได้ เขาเปิดเผยว่าสิ่งประดิษฐ์ทางชีวภาพนี้เพิ่มโอกาสในการสร้างแหล่งออกซิเจนทดแทน เพื่อให้มนุษย์เดินทางในอวกาศได้นานมากขึ้น
แผ่นใยสังเคราะห์ทางชีวภาพเกิดจากการสกัดสารคลอโรพลาสต์ (Chloroplasts) จากเซลล์ของพืช ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ใช้สังเคราะห์แสง ก่อนนำไปผสมกับโปรตีนจากไหม ทำให้เป็นแผ่นใยสีเขียวเหมือนใบไม้และมีคุณสมบัติสำคัญคือช่วยเพิ่มปริมาณออกซิเจนที่จำเป็นต่อการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
ก้าวต่อไปของการพัฒนา Silk Leaf จึงโฟกัสไปที่การนำไปใช้เพิ่มปริมาณออกซิเจนให้กับอากาศ ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในห้องหรืออาคาร แต่ก้าวที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือการประยุกต์ใช้ในยานอวกาศของมนุษย์
บ้านบนดวงจันทร์
"ภายในช่วงชีวิตของผม เราน่าจะได้เห็นฐานที่ตั้งถาวรบนดวงจันทร์ การสร้างที่อยู่อาศัยบนนั้นจะช่วยให้การสำรวจอวกาศเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น" – นาวิกโยธิน คริส แฮดฟิลด์ (Chris Hadfield) นักบินอวกาศ ทำนายไว้ในปี 2013
โปรเจ็คต์ล่าสุดของ Foster + Partners บริษัทออกแบบและสถาปัตยกรรมระดับโลก ซึ่งร่วมมือกับองค์การอวกาศแห่งยุโรป (European Space Agency) คือการออกแบบหน่วยที่พักอาศัยบนดวงจันทร์ที่สามารถทนต่อรังสีแกมมา อุกกาบาต และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
Foster + Partners ออกแบบการสร้างที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์ เริ่มต้นจากการขนชิ้นส่วนคล้ายท่อด้วยจรวดอวกาศไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ โดยชิ้นส่วนนี้จะเป็นกระบอกสูบหลังคาโดมให้ขยายเป็นโครงสร้างรองรับ ก่อนจะใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติที่มีน้ำหนักเบาแต่ทนทานเหมือนโฟม ก่อเป็นโครงสร้างภายนอกอีกชั้น ลักษณะพิเศษอีกอย่างหนึ่งของที่อยู่อาศัยนี้คือมีการปกคลุมด้วยดินบนดวงจันทร์ที่เรียกว่า Regolith สาเหตุที่ใช้ดินบนดวงจันทร์ก็เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งปลูกสร้างจะมีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมบนดวงจันทร์ได้ และตัดปัญหาเรื่องการขนส่งวัสดุก่อสร้างไปจากโลก
ขณะนี้โครงการที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์กำลังอยู่ในระหว่างการจำลองโครงสร้างโมเดลน้ำหนัก 1,500 กิโลกรัม โดยวางแผนว่าจะสร้างฐานที่ตั้งแห่งแรกบริเวณขั้วโลกใต้ของพระจันทร์ ซึ่งเป็นทำเลที่รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ตลอดเวลา
มนุษย์ผู้บุกเบิกดาวอังคาร
โครงการ Mars One องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งโดย บาส ลานส์ดอร์ฟ (Bas Lansdorf) นักธุรกิจชาวเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2012 คัดเลือกอาสาสมัครจาก 140 ประเทศทั่วโลก ไปตั้งรกรากอยู่อาศัยบนดาวอังคารภายในปี 2023 โดยมีข้อจำกัดว่าผู้โชคดีจะได้รับตั๋วเดินทางเที่ยวเดียว ไม่สามารถกลับมายังโลกอีกตลอดชีวิต
เดือนเมษายนที่ผ่านมา โครงการ Mars One เริ่มรับสมัครอาสาสมัครผ่านเว็บไซต์ www.mars-one.com และมีผู้ส่งใบสมัครมาถึง 202,586 คน และจะมีการเปิดรับสมัครอีกสามรอบภายในสองปีข้างหน้า เพื่อคัดเลือกผู้เข้ารอบ 6-10 ทีม ทีมละสี่คน ร่วมฝึกฝนการใช้ชีวิตในอวกาศและดาวอังคารเป็นเวลาเจ็ดปี จนกระทั่งได้ผู้มีคุณสมบัติสี่คนเพื่อร่วมเดินทางไปยังดาวอังคารภายในปี 2023 ทันทีที่ไปถึงหนึ่งในสี่คนนี้จะเป็นมนุษย์คนแรกที่ฝากรอยเท้าไว้บนดาวอังคาร
สำหรับการใช้ชีวิตบนดาวอังคาร ผู้บุกเบิกทั้งสี่คนจะต้องอาศัยอยู่ในฐานที่ตั้งที่มีพื้นที่ปริมาตร 1,000 ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ส่วนตัวเป็นหน่วยแยกออกไป ด้านนอกมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์และแปลงเพาะพันธุ์พืชในที่ร่ม โดยทุกกิจกรรมจะถูกถ่ายทอดมายังโลกเสมือนรายการเรียลลิตี้
ปลูกเมืองในอวกาศ
NASA กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเดินทางระหว่างดวงดาวซึ่งอยู่ห่างไกลหลายปีแสง จึงต้องอาศัยความเร็วในระดับใกล้เคียงความเร็วแสงมากที่สุด แน่นอนว่าระบบขับเคลื่อนที่มีในปัจจุบัน การเดินทางข้ามดวงดาวเป็นเรื่องไปไม่ได้เลย แต่ด้วยกฎฟิสิกส์ในการบีบอัดหรือขยายอวกาศที่เรียกว่า Warp Drives หรือ Hyperspace Drives ก็อาจช่วยบิดเบือนหรือลดเวลาเดินทางในอวกาศลง
ด้วยการเดินทางที่อาจยาวนานเป็นศตวรรษ ดร.ราเชล อาร์มสตรอง (Rachel Armstrong) นักออกแบบและนักวิจัยทางสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัย Greenwich คิดค้น Persephone วิศวกรรมอวกาศยานที่สามารถบรรจุมนุษย์และอารยธรรมที่มีชีวิตของมนุษย์ เดินทางข้ามดาวดวงหนึ่งไปยังอีกดวงดาวหนึ่ง โดยเชื่อว่าสิ่งปลูกสร้างแบบชีวภาพภายในยานเป็นกุญแจสำคัญที่จะตอบคำถามเรื่องความอยู่รอดของชีวิตต่างๆ และความยั่งยืนของโลก
ดร.ราเชลได้รับแรงบันดาลใจทางสถาปัตยกรรมจากถ้ำหินแคปพาโดเชีย (Cappadocia) ในตุรกี สถาปัตยกรรมภายในยานนี้จะค่อยๆ เติบโตขึ้นจากระดับล่างด้วยการใช้ดินให้เป็นประโยชน์ ดินที่ว่านี้จะแตกต่างจากดินบนโลก มีลักษณะคล้ายก้อนอิฐที่ดูดซับมลพิษและคาร์บอนไดออกไซด์ ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติด้วย
ข้อมูลอ้างอิง
บทความ “ครั้งแรก! ใบไม้เทียมฝีมือมนุษย์ สังเคราะห์แสงแถมปล่อยออกซิเจนได้” จาก www.creativemove.com
บทความ “Humans will live on the Moon within 30-40 years, predicts Commander Chris Hadfield” จาก www.telegraph.co.uk
บทความ “Foster+Partners works with European Space Agency to 3D print structures on the moon” จาก https://www.fosterandpartners.com/
บทความ "Growing a city from the bottom up" could save the human race จาก www.dezeen.com
เว็บไซต์ www.nasa.gov
เว็บไซต์ www.mars-one.com
เนื้อหาที่น่าสนใจ
“เมนู โลก ดาราศาสตร์ อวกาศ”
เข้าใจโลก ดวงดาว และจักรวาลรอบตัว
www.trueplookpanya.com/plook/the_story_45_1
คลิปวิดีโอกระบวนการผลิต Silk Leaf
www.trueplookpanya.com/plook/the_story_45_2
ดาวอังคารคล้ายกับโลกของเราแค่ไหน
www.trueplookpanya.com/plook/the_story_45_3
ที่มา นิตยสาร plook ฉบับที่ 45 เดือนกันยายน 2557