ยาประเภทต่างๆ
Pitaxpong | 28 มี.ค. 56
3.6K views






ยาประเภทต่างๆ

การแบ่งยาออกเป็นประเภทนั้น มีวิธีแบ่งหลาย อย่าง เช่น 

ก. แบ่งตามยุคหรือสมัย
 

ได้แก่ ยาแผนโบราณ หรือยาไทย หรือยาสมุนไพร และยาแผนปัจจุบัน หรือยาฝรั่ง หรือยาเทศ

ได้แก่ แร่ธาตุต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือสิ่งที่ประกอบขึ้นจากแร่ธาตุ

ยาแผนโบราณที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ใช้เป็นยาสามัญประจำบ้าน ได้แก่ 

ยานัตถุ์ ซึ่งไม่มียาเสพติดให้โทษ ยาอันตราย หรือยาควบคุมพิเศษผสมอยู่ 

ยาหอม ซึ่งไม่มียาเสพติดให้โทษ ยาอันตราย หรือยาควบคุมพิเศษผสมอยู่ 


ยาแผนโบราณบรรจุเสร็จ
ยาแผนโบราณบรรจุเสร็จ


ยาไทยโบราณ ซึ่งใช้ชื่อ ปริมาณของวัตถุส่วนประกอบ วิธีการผสม และคำอธิบายสรรพคุณตรงตามตำรายา ซึ่งรัฐมนตรีประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษารวม 16 ขนานคือ ยามหานิลแท่งทอง ยาเทพมงคล ยาเขียวหอม ยาประสะกะเพรา ยาเหลืองปิดสมุทร์ ยาอัมฤควาที ยาประสะมะแว้ง ยาตรีหอม ยาจันทน์ลีลา ยา ประสะจันทร์แดง ยาหอมอินทจักร์ ยาหอมนวโกฏ ยาวิสัมพยาใหญ่ ยาประสะ ไพล ยาธาตุบรรจบ ยาประสะกานพลู

ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน

ยาสามัญประจำบ้าน ๔๙ ขนาน
ยาสามัญประจำบ้าน ๔๙ ขนาน


ยาสามัญประจำบ้านแผนปัจจุบัน ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้ใช้ได้มี ๔๙ ขนาน คือ 

ควินินซัลเฟตเม็ด คลอโรควินเม็ด โซดามินท์เม็ด ยาลดกรดเม็ด ซัลฟากัวนิดินเม็ด โดเวอร์สเม็ด แอสไพรินเม็ด วิตามินบี ๑ เม็ด วิตามินบีรวมเม็ด วิตามินซีเม็ด ยาธาตุน้ำแดง เหล้าสะระแหน่ ทิงเจอร์ ฝิ่น การบูร ยาถ่ายพยาธิ (บิเปอราซีน) น้ำมันละหุ่ง น้ำมันละหุ่งหอมหวาน ดีเกลือ ทิงเจอร์มหาหิงคุ์ น้ำมัน ยูคาลิปตัส ยาแก้ไอน้ำเชื่อม ยาแก้ไอน้ำดำ ยากวาดคอ เหล้าแอมโมเนียหอม ยาหยอดตา (ซัลฟา) ยาหยอดหู (ไนโตรฟูราโซน) ยาแก้ปวดฟัน ยารักษาหิดเหา ขี้ผึ้ง กำมะถัน ขี้ผึ้งซัลฟา ขี้ผึ้งน้ำมันระกำยา รักษากลาก เกลื้อน ยารักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ยาใส่แผลสด ทิงเจอร์ไอโอดีน ยาเหลือง ยาแดง ด่างทับทิม ยาสูดดม (สำหรับกันหรือแก้วิงเวียน หรือสำหรับสูดดม เพื่อแก้หวัดคัดจมูก ทั้งนี้ต้องไม่มียาเสพติดให้โทษ ยา อันตราย หรือยาควบคุมพิเศษผสมอยู่) ยาอมแก้เจ็บ คอ (ซึ่งไม่มียาเสพติดให้โทษ ยาอันตราย หรือยาควบคุมพิเศษผสมอยู่) และยาที่ใช้ภายนอก จำพวกถู นวดกล้ามเนื้อ ยกเว้นน้ำมันระกำ



ข. แบ่งตามตำแหน่งที่ยาออกฤทธิ์ต่อระบบของร่างกาย 

ได้แก่ ยาออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทกลาง (ยากด ยากระตุ้นสมอง และไขสันหลัง) ยาออกฤทธิ์ต่อ ระบบทางเดินอาหาร (ปาก กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ถุงน้ำดี ตับ) ยาออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินลมหายใจ (จมูก หลอดลม ปอด) ยาออกฤทธิ์ต่อระบบ เลือดไหลเวียน (หัวใจ หลอดเลือดแดงของหัวใจ หลอดเลือดแดงอื่นๆ หลอดเลือดดำ) ยาออกฤทธิ์ต่อระบบการเคลื่อนไหว (กล้ามเนื้อ ข้อต่อกระดูก เส้นเอ็น) ยาออกฤทธิ์ต่อระบบการสร้างเลือด (ไขกระดูก เม็ดเลือด แดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด) ยาออกฤทธิ์ต่ออวัยวะ รับสัมผัส (ตา หู จมูก ผิวหนัง) ยาออกฤทธิ์ต่อระบบ ทางเดินปัสสาวะ และอวัยวะสืบพันธุ์ (ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ อวัยวะเพศชายหญิง) และยาที่ออกฤทธิ์ต่อการครองธาตุ และฮอร์โมน (สารสำคัญในเลือด เช่น น้ำตาล โปรตีน กรดยูริก ฯลฯ เกลือแร่ เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม ฯลฯ ฮอร์โมน เช่น อินซูลิน ฮอร์โมนของต่อมไทรอยด์ พาราไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ ชาย-หญิง ฯลฯ) 

ค. แบ่งตามฤทธิ์หรือผลของยา
 

เช่น ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าบัคเตรี ไวรัส เชื้อรา) ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาระงับเชื้อ ยาบีบมดลูก ยาขยายหลอดเลือด (ยาลดความดันโลหิตสูง ยาขยายหลอดเลือดแดงของหัวใจ ยาขยายหลอดเลือดปลายทาง) ยาทำให้หลอดเลือดดำแข็งตัว ยาเร่งการแข็งตัวของเลือด ยารั้งการแข็งตัวของเลือด ยารักษาโรคเบา หวาน ยารักษาโรคภูมิแพ้ ยาขับปัสสาวะ ฯลฯ 

ยาชง

ง. แบ่งตามวิธีใช้
 

ยาแผนโบราณ แบ่งการใช้ยาเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ 

ใช้ภายใน คือ ใช้รับประทานเข้าไป หรือมีการกระทำเข้าไปภายในร่างกาย ได้แก่ ใช้รับประทาน ทางปาก ใช้นัดเข้าทางจมูก ใช้สวนทางทวาร และใช้เข้าทางทวารทั้งเก้า 

ใช้ภายนอก คือ ใช้ภายนอกร่างกาย มิได้ ใช้เข้าไปภายในร่างกาย ได้แก่ ใช้ทาแผล ชะแผล พอกแผล ประคบ ถูนวดชโลม ใช้อาบ และใช้รม

จ. แบ่งตามรูปลักษณะของยา 

ยาที่มีลักษณะเป็นของเหลว ได้แก่ 

ยาน้ำ ได้แก่ ยาที่ใช้กิน เช่น ยาน้ำผสม (ยา หลายอย่างละลายน้ำ) ยาที่มีแอลกอฮอล์ปน (มีน้ำมัน หอมระเหยด้วย)

ยาที่ใช้ฉีด (ยาฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เข้ากล้ามเนื้อ เข้าหลอดเลือดดำ เข้าข้อต่างๆ) 

ยาที่ใช้ภายนอก (ยาทา ยาดม ยาหยอด ยาล้างแผลหรือโพรงต่างๆ ของร่างกาย)

ยาน้ำสกัด ได้แก่ ยาที่ได้จากการใช้แอลกอฮอล์ สกัดจากพืช ยาพวกนี้มักมีแอลกอฮอล์อยู่ด้วย 

ยาชง ได้แก่ ยาที่ได้จากการเอาใบยาแช่ในน้ำเดือดเช่นเดียวกับการชงชา

ยาที่มีลักษณะเป็นของแข็ง ได้แก่ 

ยาผง อาจเป็นผงตามธรรมดา เช่น ยาผงใช้ โรยแผล ยากินแก้โรคกระเพาะ หรือเติมสารบางอย่าง ให้มีรสดีขึ้นก็ได้ เช่น ยาฟองฟู่ คือ ยาที่มีโซเดียมไบคาร์บอเนตกับกรดทาร์ทาริก หรือกรดซิตริก ยานี้ต้องผสมน้ำก่อนกิน และต้องรอให้หมดฟองคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อนจึงกินได้ 
ยาเม็ดอัด และยาแคปซูล
ยาแคปซูล (ยาหลอด) อาจเป็นยาแคปซูลธรรมดา ซึ่งทำด้วยเจละตินแข็ง ภายในบรรจุยาผง เช่น ยาปฏิชีวนะ หรือยาแคปซูลที่เคลือบด้วยเซลลูโลส แอซิดทาร์เทรต เพื่อให้แคปซูลไปแตกที่ลำไส้ ยาแคปซูลบางอย่างบรรจุยาผงชนิดเม็ดเล็กๆ เพื่อให้ฤทธิ์ยาอยู่นานขึ้น เรียกแคปซูลชนิดนี้ว่า สแปนซูล (ยาแคปซูล บางชนิดทำด้วยเจละตินอ่อน มีลักษณะยืดหยุ่น ภายใน บรรจุน้ำมันไว้ เช่น น้ำมันตับปลา) 

ยาเม็ดอัด (แทเบลต) อาจเป็นยาเม็ดธรรมดา ประกอบด้วยตัวยาอย่างเดียว เช่น ยาลดไข้ ยาแก้ปวด ยาเม็ดเป็นชั้นๆ ประกอบด้วยตัวยาหลายอย่าง เช่น ยา ช่วยย่อยอาหาร ยาเม็ดทำเป็นชั้นๆ มีตัวยาที่ออกฤทธิ์ เร็วช้าต่างกัน เพื่อใช้ยาออกฤทธิ์อยู่นาน ยาเม็ดมีรูอยู่ ตรงกลางคล้ายชูชีพ (ยาอม) ยาเม็ดอัดอาจมีรูปต่างๆ กัน เช่น รูปกลม รูปกระสวย รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยม ฯลฯ 

ยาเม็ดเคลือบ คือ ยาเม็ดอัดที่นำมาเคลือบด้วยสี หรือสารบางอย่าง เพื่อให้มีสีสวย กินง่าย เพราะมีรสดี ไม่ขม หรือเพื่อให้ยาไปแตกที่ลำไส้ 

ยาเม็ดกลม (ยาลูกกลอน) ได้แก่ การเอายาผง มาผสมกับสารอื่นที่ช่วยยึด (น้ำผึ้ง น้ำเชื่อม) แล้วนวด ให้เข้ากัน ปั้นเป็นเม็ดกลม (ยาไทยโบราณมักมีรูปยานี้ มากเหมือนกัน นอกจากยาผง และยาเม็ดอัด) บาง คราวมีการเคลือบยาเม็ดกลมเพื่อเหตุผลเช่นเดียวกับยาเม็ดเคลือบ


เครดิต :http://kanchanapisek.or.th

คะแนนคอนเทนต์ 0.0
ผู้โหวตทั้งหมด 0
Share this
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สุขศึกษาและพลศึกษา
รอบรู้เรื่อง "นม - รวมความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับนม
111.4K views
สุขศึกษาและพลศึกษา
คู่มือการทดสอบสมรรถภาพทางกายเบื้องต้น
219.5K views
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง

แนวข้อสอบ O-NET สุขศึกษาฯ(ปี2550-2553) ชุดที่4
25.8K views
วิชาสุขศึกษาม.3 ชุดที่3
20.3K views
วิชาสุขศึกษาม.3 ชุดที่2
24.3K views
วิชาสุขศึกษาม.3 ชุดที่4
16.1K views