การใช้คำ กับ แก่ แต่ ต่อ (๒)
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
|
06 ส.ค. 64
 | 5.8K views



กับ แก่ แต่ ต่อ (๒)

ใน พ.ศ.๒๔๑๑ สมัยรัชกาลที่ ๔ คือเมื่อ ๑๓๓ ปีมาแล้ว (ขณะที่เขียนนี้คือ พ.ศ.๒๕๔๔) มีประกาศเรื่อง ให้ใช้คำต่อแลคำตาย ดังนี้

๓๑๑ ประกาศให้ใช้คำต่อแลคำตาย

ประกาศมาให้คนเขียนหนังสือทั้งปวงทราบทั่วกัน แล้วสังเกตใช้ให้ถูกในที่ควรจะว่า ว่ากับ ว่าแก่ ว่าแต่ ว่าแด่ ว่าต่อ แลคำว่า ทรง นั้น จงสังเกตให้แน่แล้วใช้ให้ถูก

ไปกับ มากับ นั่งกับ นอนกับ ยืนกับ เดินกับ กินกับ อยู่กับ ทำด้วยกันกับ ดูกับ เล่นกับ เที่ยวกับ พูดกันกับ เจรจากับ ปฤกษากับ คิดอ่านกับ เหมือนกับ เช่นกับ ชอบกันกับ ชอบอัธยาศัยกับ วิวาทกับ ชกตีกับ รักใคร่กับ ชอบพอเกับ อยู่ด้วยกันกับ อาศัยอยู่กับ เอาไว้กับ สมคบกับ ร่วมกับ พร้อมกับ รวมกับ ผูกกับ ติดกับ ร้อยกับ ตรึงกับ ตรงกันกับ ต้องกันกับ เกี่ยวข้องกับ พบกับ สิ่งนั้นกับสิ่งนั้น คนนั้นกับคนนั้น ผัวกับเมีย นายกับบ่าว ข้ากับเจ้า บุตรกับบิดา ชายกับหญิง พระสงฆ์กับคฤหัสถ์ ชาววัดกับชาวบ้าน ช้างกับม้า โคกับเกวียน เงินกับทอง หม้อข้าวกับเชิงกราน นกกับกรง ทหารกับปืน ร่มกับรองเท้า คนกับเรือ ข้าพเจ้ากับผู้มีชื่อ ตระลาการกับลูกความ โจทย์กับจำเลย หมอกับคนไข้ ที่บ้านกับที่สวน

ให้แก่ ไว้แก่ มอบแก่ ขึ้นแก่ ส่งแก่ ว่าแก่ ต่อว่าแก่ บอกแก่ เล่าแก่ ตอบแก่ แจ้งความแก่ ฟ้องแก่ ร้องแก่ ทอดเทแก่ ทับถมแก่ ไว้ใจแก่ ปลงใจแก่ ไว้ธุระแก่ จำนำแก่ ข้าศึกแก่ ควรแก่ สมควรแก่ ทำแก่ ทำคุณแก่ ลงโทษแก่ จ่ายแจกแก่ แบ่งปันแก่ เสียเงินแก่ ปรับไหมแก่ ไว้ความแก่ ส่งให้แก่ อายัดไว้แก่ ตัดสินให้แก่ เป็นสิทธิแก่ ตกไปแก่ เอ็นดูแก่ สงเคราะห์แก่ อนุเคราะห์แก่

ขอแต่ เอาแต่ รับมาแต่ เอามาแต่ ได้มาแต่ เรียกแต่ เร่งแต่ เก็บเงินแต่ ยืมมาแต่ เรียกภาษีแต่ ซื้อแต่ เช่าแต่ กู้แต่ ไถ่แต่

รับสารภาพต่อ รับผิดต่อ

ฯลฯ

(ประชุมประกาศรัชกาลที่ ๔ พ.ศ.๒๔๐๘-๒๔๑๑ หน้า ๑๑๘-๑๙๐)

นี่คือหลักที่ประกาศเมื่อร้อยกว่าปีก่อนโน้น ผู้ใช้ภาษาในปัจจุบันก็คงจะพอมองออกว่าเราใช้เหมือนเดิมบ้าง ไม่เหมือนเดิมบ้าง เช่น เราพูดว่า "ทำไมถึงทำกับฉันได้" มิได้พูดว่า "ทำไมถึงทำแก่ฉันได้" หากจะถามว่า "ใครเปลี่ยน" ก็คงตอบได้ว่า "เจ้าของภาษา" เป็นผู้เปลี่ยน

ความเปลี่ยนแปลงในด้านการเลือกใช้คำโดยเฉพาะคำเชื่อมคำต่อดังว่านี้มิได้เกิดจากความไม่รู้ หรือทำให้ผิดกลายเป็นถูก แต่เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามฉันทามติของผู้ใช้ภาษา ดังเช่นที่ในปัจจุบันนี้ มีผู้ใช้ "เนื่องเพราะ" แทน "เนื่องจาก" หรือ "เพราะ"

อย่างน้อยที่สุด พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๒๕ ซึ่งถือว่าเป็น "หลัก" ของภาษาไทยในปัจจุบันก็มิได้ใช้ว่า "คำต่อ" แต่ได้ให้คำอธิบายไว้ว่า

คำต่อ คือคำบุรพบทและคำสันธาน

คำว่า "บุรพบท" นี้เขียนได้อีกอย่างหนึ่งว่า "บุพบท"

ฉะนั้น การที่อาจารย์นิธิจะเรียกคำว่า "กับ" ว่า "บุพบท" และ ภาษิต จิตรภาษา จะเรียกว่า "สันธาน" ก็ถือได้ว่าไม่ผิดทั้งคู่ ข้อที่น่าสังเกตก็คือ ผู้ที่ยึดมั่นอยู่ในหลักเก่าก็ยังยอมเปลี่ยนแปลงมาใช้คำใหม่ได้

คำถามต่อไปก็คือ แล้วหลักนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอีกไหม

แน่นอนที่สุด เมื่อก่อนนี้ พระมหากษัตริย์ทรงใช้ "กู" กับประชาชน เดี๋ยวนี้ยังเปลี่ยนมาเป็น "ข้าพเจ้า" ได้ หากคนไทยปัจจุบันจะเปลี่ยนมาใช้ "ให้กับ" แทน "ให้แก่" ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

ขอให้สังเกตว่า หลักเมื่อเจ็ดร้อยกว่าปีโน้น (ซึ่งอาจจะอยู่ในตำราสมัยสุโขทัย ถ้ามี) ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วโดยสิ้นเชิง แต่หลักเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมายังอยู่ในช่วงเชื่อมต่อ บางคำเราก็ยังใช้อยู่ บางคำใช้คู่กัน บางคำเลิกใช้แล้ว

มีใครบ้างที่ยังพูดว่า

"อย่าพูดจาทับถมแก่เพื่อน"

"รัฐเก็บภาษีแต่ประชาชน"

"เขารับสารภาพต่อตำรวจ"

ส่วนใหญ่จะได้ยินแต่ในละครที่เขาเรียกกันว่า "ละครพีเรียด" ไม่ได้บอกว่าผิด เพียงแต่แสดงให้เห็นว่าผู้พูด พูดตามหลักเดิมเท่านั้น

ตำราภาษาที่ดี โดยเฉพาะที่ว่าด้วยเรื่องการใช้ภาษานั้น จะเป็นตำราที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา จะไม่นำหน้าผู้ใช้ภาษา (หมายความว่าไม่บงการว่าต้องใช้อย่างไร) แต่จะตามบันทึกความเปลี่ยนแปลงอันเหมาะสมตามกาลเทศะเท่านั้น

แม้แต่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ก็ยังต้องมีการปรับปรุง แก้ไข กันอยู่ตลอดเวลา

แต่ถ้าจะไม่ยอมรับ พจนานุกรมฉบับนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


 

ผู้เขียน รศ. ดร.นิตยา กาญจนะวรรณ ภาคีสมาชิก สำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน