Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ชนิดของเมฆ บอกเหตุฝนฟ้าคะนอง

Posted By sanomaru | 15 ส.ค. 60
23,789 Views

  Favorite

เมฆเป็นสิ่งธรรมดาสามัญที่เราเห็นกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ทราบไหมว่าในทางวิทยาศาสตร์นั้น ก้อนเมฆก็มีชื่อกับเขาด้วย แต่ไม่ใช่ชื่อเล่นที่เรียกกันมุ้งมิ้งอย่างเมฆแมวเหมียว เมฆกุ๊กไก่ หรอกนะ เพราะมีการแบ่งแยกตามลักษณะและระดับความสูงของเมฆที่แตกต่างกันไป

 

เมฆชั้นสูง เป็นเมฆที่มีความสูงในระดับ 6,000-8,000 เมตรจากพื้นดิน แบ่งเป็น

     - ซีร์รัส (Cirrus) มีลักษณะเหมือนเส้นใยเบานุ่ม เป็นริ้ว กระจายตัวกันออกไป มีลักษณะโปรงใส หากลอยผ่านดวงอาทิตย์ แสงของดวงอาทิตย์จะสามารถลอดผ่านไปได้โดยไม่ลดความสว่างของแสงเลย  เมฆชนิดนี้จะเกิดขึ้นก่อนเมฆชนิดอื่นๆและจางหายไปในภายหลัง ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและตก เมฆซีร์รัสอาจจะมีสีเหลืองหรือแดงก็ได้

    

     - ซีร์โรสเตรตัส (Cirrostratus) ลักษณะเป็นริ้วบาง ๆ คล้ายเส้นใย ต่อกันเป็นแผ่นสีขาว แผ่ปกคลุมทั้งท้องฟ้า มีความโปร่งแสง  และจากการที่สามารถหักเหแสงได้ ในบางครั้งจึงทำให้เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์ทรงกรดหรือพระจันทร์ทรงกลดได้

  

     - ซีร์โรคิวมูลัส (Cirrocumulus) ลักษณะเป็นริ้วคล้ายระลอกคลื่นเล็ก ๆ แผ่นบาง ๆ สีขาว เป็นผลึกน้ำแข็ง ปกคลุมท้องฟ้าเป็นบริเวณกว้าง

 

เมฆชั้นกลาง เป็นเมฆที่มีความสูงในระดับ 2,000-6,000 เมตรจากพื้นดิน แบ่งเป็น

     - แอลโตสเตรตัส (Altostratus) เป็นเมฆแผ่นหนาหรือเป็นชั้นของเส้นใยที่มีสีเทาหรือฟ้า ปกคลุมทั้งหมดหรือบางส่วนของท้องฟ้า แสงอาทิตย์สามารถลอดผ่านได้บางส่วน ลักษณะเหมือนกับแสงที่ผ่านกระจกฝ้า


      - แอลโตคิวมูลัส (Altocumulus) เป็นเมฆก้อนสีขาว อาจมีทรงกลม หรือทรงกลมยาว มีเส้นใยบางส่วนที่กระจายตัวออกไป โดยเมฆจะเกาะกลุ่มกันลอยเป็นแพ ซึ่งบางส่วนของเมฆอาจปล่อยให้แสงลอดผ่านไปได้บ้าง

 

เมฆชั้นต่ำ เป็นเมฆที่มีความสูงในระดับ 2,000 เมตรจากพื้นดิน แบ่งเป็น

     - สเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus) เป็นเมฆที่มีสีเทา ลักษณะม้วนกลมต่อกันเป็นแผ่นหรือชั้น ไม่มีส่วนที่คล้ายเส้นใยกระจายตามขอบ หากมีเมฆชนิดนี้อยูู่มาก แสดงถึงสภาวะอากาศที่อาจมีฝนตกบริเวณนั้นได้

 

     - สเตรตัส (Stratus) โดยทั่วไปเมฆชนิดนี้จะมีสีเทาและอยู่ต่ำที่สุดในแนวนอน แต่ถ้ามันหนามากพอก็จะสร้างละอองฝน เกล็ดน้ำแข็ง หรือเกล็ดหิมะ เมื่อพระอาทิตย์ส่องผ่านเมฆชนิดนี้ เราจะยังสามารถมองเห็นแสงที่ลอดผ่านมาได้ ในลักษณะคล้ายมีฟิล์มกรองแสงไว้

 

     - นิมโบสเตรตัส (Nimbostratus) เมฆสีเทาเข้มที่แผ่กว้างปกคลุมท้องฟ้า ความหนาของมันเพียงพอที่จะบดบังแสงของดวงอาทิตย์ได้เลยทีเดียว หากพบเมฆชนิดนี้ ก็อาจจะต้องพบกับฝนพรำต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน


เมฆแนวตั้ง ประกอบด้วย

     - คิวมูลัส (Cumulus) โดยทั่วไปเป็นเมฆที่มีความหนาแน่น และมีโครงร่างที่ชัดเจน ลักษณะคล้ายดอกกะหล่ำ เป็นสีเทา แสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านเมฆเหล่านี้จะทำให้เมฆมีสีขาวสว่างกว่าเดิม ขณะที่ขอบหรือฐานของมันอาจจะมีสีทึมมืดได้

 

     - คิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) เป็นก้อนเมฆขนาดใหญ่ หนา หนัก มีความหนาแน่นสูง มีสีดำมืด ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองได้

 

จะสังเกตได้ว่า ในวันที่ฟ้าปลอดโปร่ง เรามักเห็นเมฆในกลุ่มเมฆระดับสูง ขณะที่กลุ่มเมฆระดับต่ำ จะเป็นเมฆที่มีความหนา หนัก แสงอาทิตย์ส่องผ่านได้น้อยกว่าเมฆในระดับสูง เนื่องจากมีความหนาแน่นของหยดน้ำมาก ดังนั้น เมฆเหล่านี้จึงมีโอกาสจะทำให้ฝนตกได้ โดยเฉพาะเมฆคิวมูลัสที่สามารถขยายตัวสูงขึ้นในแนวดิ่งกลายเป็นคิวมูโลนิมบัส หลังจากนั้นยอดเมฆจะเริ่มขยายตัวไปตามแนวราบ ในลักษณะคล้ายโดม และมีส่วนที่เป็นจุกคล้ายดอกกะหล่ำ จุกนี้เรียกว่า โอเวอร์ชูตติงทอป (Overshooting Top-OT) ซึ่งเป็นแกนกลางของอากาศที่เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยจะชะลอตัวและหยุดลงเมื่อพบชั้นบรรยากาศที่มีความเสถียร หากจุุกนี้เกิดอยู่นาน พยากรณ์ได้ว่ากำลังจะเกิดฝนฟ้าคะนองที่มีความรุนแรง และอาจมีฟ้าผ่าร่วมด้วย

 

การมองดูเมฆ อาจดูเหมือนเป็นพวกช่างคิดและช่างเพ้อฝัน แต่จริง ๆ แล้วมันบอกอะไรเราได้หลายอย่าง รวมถึงสภาพอากาศ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างได้เช่นกัน

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • sanomaru
  • 0 Followers
  • Follow