Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา
Education > TCAS > บทความ
ครูวิเชียร ไชยบัง : “จิตศึกษา” สู่ความงอกงามทางการเรียนรู้

  Favorite
ครูวิเชียร ไชยบัง : “จิตศึกษา” สู่ความงอกงามทางการเรียนรู้

เรื่อง: อรชุมา มีวงศ์อุโฆษ

“จิตศึกษา” สู่ความงอกงามทางการเรียนรู้

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา


หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กไทยมีผลการเรียนถดถอย เป็นเพราะความไม่พร้อมทางด้านร่างกายและจิตใจตั้งแต่ก่อนเข้าชั้นเรียน ครูวิเชียร ไชยบัง ผู้อำนวยการโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ มองเห็นปัญหาจึงคิดพัฒนา ระบบจิตศึกษา และทำการบุกเบิกกับนักเรียนของตนจนประสบความสำเร็จ ต่อยอดเป็นการฝึกอบรมเพื่อเผยแพร่ระบบจิตศึกษาไปสู่ครูทั่วประเทศ จนเป็นที่ยอมรับและใช้งานมากว่าร้อยโรงเรียน


โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา“จิตศึกษา” หนึ่งในนวัตกรรมจัดการการเรียนรู้
ผมเห็นว่าการเรียนการสอนในปัจจุบันเน้นความรู้ แต่ไปไม่ถึงการนำไปใช้ ความเข้าใจทักษะใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป้าหมายของโรงเรียนจึงต้องการเป็นแหล่งค้นคว้านวัตกรรมจัดการการเรียนรู้สำหรับครู เราพยายามศึกษาและลองทำดูว่าการเรียนรู้ของมนุษย์เกิดขึ้นอย่างไร พบว่าความรู้เปลี่ยนไปเร็วมาก การวิ่งตามความรู้แล้วมาสอนเด็กเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง แต่การสร้างให้เด็กเป็นนักแสวงหาความรู้นั้นสำคัญมากกว่า เราก็มองว่าความเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ มีสองมิติ คือความเข้าในต่อโลกข้างนอก และความเข้าใจต่อตัวเองในฐานะที่เป็นมนุษย์ มีจิตวิญญาณ มีความรู้สึก เราเรียกว่า “ปัญญาภายใน” เราจึงได้พัฒนานวัตกรรมชื่อว่า “จิตศึกษา” ขึ้นมาเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดปัญญาภายใน

ทำไมต้องทำจิตศึกษา
ผมอยู่ในระบบการศึกษามาร่วมสิบปีก่อนจะลาออกจากราชการและมาทำงานที่นี่ ผมพบว่าเด็กส่วนใหญ่ที่มาโรงเรียน จะมาด้วยความไม่พร้อม เช่น ไม่อยากตื่น แม่ต้องตะโกนปลุก บางคนไม่ได้กินข้าว เราจึงคิดว่าควรมีกิจกรรมก่อนเรียนอย่างน้อย 20 นาทีเพื่อเตรียมความพร้อมเด็ก ทำให้เด็กผ่อนคลาย ไว้ใจครู เราเรียกว่า “กิจกรรมพัฒนาคลื่นสมองต่ำ” เช่น เล่นโยคะ กอด การเล่าเรื่อง ภายใน 1-2 ปีก็เห็นว่าได้ผลมาก ทำให้เด็กที่เครียด กดดันรู้สึกสบายใจขึ้น มีสมาธิมากขึ้น ต่อมาเราได้พัฒนาเป็นรูปแบบของจิตศึกษา ที่มีโครงสร้างและระบบที่ชัดเจนขึ้น สุดท้ายก็กลายเป็นนวัตกรรมชิ้นใหญ่ ที่เห็นชัดเลยว่าเด็กทุกคนเห็นคุณค่าในตัวเองและคนอื่น มีสติรู้ตัวไว มีความคิด มีจินตนาการที่ละเอียดอ่อน

 

องค์ประกอบของจิตศึกษา
จิตศึกษามีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ หนึ่ง สร้างโรงเรียนให้เป็นชุมชนที่เอื้อต่อความงอกงามทางด้านจิตใจ คือมีสภาพแวดล้อมดี สะอาด ปลอดภัย ร่มรื่น มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครอง มีวิถีวัฒนธรรมที่คงเส้นคงวา มีเหตุมีผล ไม่ต้องบีบบังคับกัน สอง การใช้จิตวิทยาเชิงบวก ทุกคนได้รับคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ทำให้เราเคารพคนอื่น ไม่เปรียบเทียบ ไม่ประจาน ไม่พูดด้านลบ ไม่ลงโทษรุนแรง เอื้ออำนวยให้เด็กทำงานสำเร็จทุกชิ้น เพื่อให้เขารู้สึกมีคุณค่า ให้เกียรติ เชื่อใจ ให้การชื่นชม สาม การพัฒนากิจกรรม ให้เด็กเกิดสติ รู้ตัวไว มีสมาธิ สามารถเชื่อมโยงตัวเองกับคนอื่นและสิ่งต่างๆ มีความผ่อนคลายข้างใน

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

 

สร้างความงามในจิตใจ
เด็กที่ผ่านระบบจิตศึกษามีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ เด็กมีการรู้เนื้อรู้ตัวได้เร็ว มีการใคร่ครวญที่ลึกซึ้งขึ้น เช่น เด็กมัธยมที่ผมให้เขียน Reflection ตัวเอง เด็กมีการเขียนได้ลึกมากขึ้น แสดงว่าเขารู้จักตัวเอง เช่น ทำไมเกิดเหตุการณ์นั้นแล้วเขารู้สึกอย่างนั้น แล้วเขาจัดการอย่างไร เหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งกันมีน้อยมาก เขาเห็นคุณค่าของคนอื่น เขาจึงเคารพคนอื่นได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ที่สำคัญ เด็กมีจิตใจละเอียดอ่อน เห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ ทำให้การขีดเขียนผนังหรือทำร้ายต้นไม้มีน้อยมากด้วยครับ และส่งผลในเรื่องการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูง

สร้างจิตศึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา
ถ้าคุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูเข้าใจถึงองค์ประกอบของการเรียนรู้ ซึ่งก็คือจิตศึกษาทั้งสามข้อที่กล่าวมา เราจะต้องไม่ทำลายองค์ประกอบนั้น เรามักจะเข้าใจว่าการทำให้เขาเป็นคนดีคนเก่งคือแค่สอน แต่ความจริงแล้วองค์ประกอบที่เป็นฐานอยู่นั้นสำคัญมากกว่าการสอนอีก เหมือนเราเดินเข้าวัด พระยังไม่ได้สอนเลย แต่เราก็รู้สึกสงบ เพราะองค์ประกอบมันสมบูรณ์ ดังนั้น การที่อยากให้เด็กเรียนรู้ได้ดี มีความงอกงามด้านจิตใจ ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบเหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่องบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม และสัมพันธภาพระหว่างกัน


“การวิ่งตามความรู้แล้วมาสอนเด็กเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง แต่การสร้างให้เด็กเป็นนักแสวงหาความรู้นั้นสำคัญมากกว่า”

ครูวิเชียร ไชยบัง

Tags
Posted by
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
ข่าวค่ายและกิจกรรม
ข่าวรับตรงล่าสุด
Follow us