บทเรียนออนไลน์ วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง การปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดี
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
|
27 ก.พ. 62
 | 15.6K views

ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้

 

ชาวพุทธ

 

 

หน้าที่ชาวพุทธ

๑. การเรียนรู้หน้าที่ของพระสงฆ์ในการปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยและจริยาวัตรเหมาะสม

– บิณฑบาตตอนเช้า

– ทำวัตรสวดมนต์และเจริญภาวนา

– พิจารณาปัจจัย ๔

– ทำความสะอาดที่อาศัยและวัด

– ช่วยเหลือพระอุปัชฌาย์และพระเถระ

– ดูแลร่างกายและเครื่องใช้ของตนให้เรียบร้อย

– ทำตนให้น่าเคารพ

๒. การเป็นศิษย์ที่ดีตามหลักทิศเบื้องขวาในทิศ ๖  ครูอาจารย์และศิษย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้องจะได้ชื่อว่าเป็นครูอาจารย์ที่ดีและศิษย์ที่ดี ศิษย์จะได้ความรู้และมีชีวิตเจริญก้าวหน้าต่อไป 

 

ทิศ 6

 

 

๓. การปฏิบัติหน้าที่ชาวพุทธตามพุทธปณิธาน ๔ ในมหาปรินิพพานสูตรมีดังนี้

– ศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

– ปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

– เผยแผ่หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

– ปกป้องหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

๔. การศึกษาเรียนรู้องค์ประกอบของพระพุทธศาสนา ได้แก่

– มีพระพุทธเจ้า

– มีหลักคำสอน

– มีพระไตรปิฎก

– มีพระสงฆ์

– มีศาสนพิธี

– มีศาสนสถาน

 

องค์ประกอบสำคัญ

 

การศึกษาการรวมตัวขององค์กรชาวพุทธ  

องค์กรชาวพุทธ หมายถึง หน่วยงานที่รวมตัวกันของชาวพุทธเพื่อศึกษา เผยแผ่ และปกป้องพุทธศาสนา

        การปลูกจิตสำนึกในด้านการบำรุงรักษาวัดและพุทธสถาน  ชาวพุทธต้องช่วยกันรักษาและใช้ประโยชน์จากวัดและพุทธสถานให้ถูกต้องในฐานะเป็นที่พึ่งของประชาชน เพราะวัดและพุทธสถานมีความสำคัญในด้านต่างๆ     

 

การปลูกจิตสำนึก

  

       การเรียนรู้วิถีการดำเนินชีวิตของศาสนิกชนของศาสนาอื่น ๆ ศาสนิกชนแต่ละศาสนาจะมีวิถีปฏิบัติต่างกัน ชาวพุทธต้องเรียนรู้วิถีชีวิตของศาสนิกชนต่างศาสนาเพื่อปฏิบัติต่อกันอย่างเหมาะสมซึ่งจะทำให้สังคมสงบสุข 

 

วิถีการดำเนินชีวิต

  

มารยาทชาวพุทธ  หมายถึง กิริยาวาจาที่ชาวพุทธปฏิบัติต่อกันอย่างสุภาพเรียบร้อย ได้แก่

– การปฏิบัติตนต่อพระสงฆ์ในงานศาสนพิธีที่บ้าน

– การสนทนากับพระสงฆ์ตามฐานะ

– การแต่งกายในการประกอบศาสนพิธี

ศาสนพิธี ชาวพุทธควรเข้าร่วมศาสนพิธีเพื่อความเป็นมงคลของชีวิต และปฏิบัติให้ถูกต้องดังต่อไปนี้

การปฏิบัติตนในศาสนพิธี

– การปฏิบัติตนในพิธีทำบุญงานมงคล

– การปฏิบัติตนในพิธีทำบุญงานอวมงคล

 

การแสดงตนเป็นพุทธมามกะ หมายถึง การยอมรับว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ตนนับถือ ได้เรียบเรียงแบบแผนพิธีนี้ไว้ในสมัยรัชกาลที่ ๖ 

 

การปฏิบัติตนในศาสนพิธี

 

วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ประวัติวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทย

วันมาฆบูชา เป็นวันคล้ายวันพระพุทธเจ้าประชุมสาวกครั้งแรก ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญ ได้แก่

– เป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓

– มีพระสงฆ์สาวกเข้าประชุมโดยไม่ได้นัดหมาย ๑,๒๕๐ รูป

– พระสงฆ์สาวกล้วนเป็นพระอรหันต์

– เป็นพระสงฆ์ที่พระพุทธเจ้าอุปสมบทให้โดยตรง

วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน แต่เกิดต่างปีกันในช่วงเวลา ๘๐ ปี 

วันอัฏฐมีบูชา เป็นวันคล้ายวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ 

 

สถานที่ประสูติ

  

สถานที่ตรัสรู้

  

สถานที่ปรินิพพาน

  

 สถานที่ถวายพระเพลิง

 

ประวัติและการปฏิบัติตนในวันธรรมสวนะและเทศกาลสำคัญ

วันธรรมสวนะ คือ วันพระ ในเดือนหนึ่ง มี ๔ วัน คือ วันขึ้น ๘ ค่ำ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ วันแรม ๘ ค่ำ และวันแรม ๑๕ ค่ำ หรือวันแรม ๑๔ ค่ำ สมัยพุทธกาลเรียกวันนี้ว่า วันอุโบสถ

เทศกาลเข้าพรรษา  เป็นวันที่พระสงฆ์ประจำวัดเป็นเวลา ๓ เดือนตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๘ ถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ เป็นช่วงหน้าฝน เพราะสมัยพุทธกาล มีพระสงฆ์เดินทางหน้าฝนเหยียบต้นข้าวและสัตว์เล็กในพื้นที่ของชาวบ้าน เสียหาย

เทศกาลออกพรรษา  เป็นวันที่พระสงฆ์จำพรรษาครบ ๓ เดือน มีการทำพิธีปวารณาส่วนพุทธศาสนิกชนจะทำบุญรักษาศีล

ประเพณีการตักบาตรเทโวในวันเทโวโรหณะ  เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากเทวโลกหลังขึ้นไปโปรดพระมารดาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พุทธศาสนิกชนชาวไทยกำหนดให้มีการตักบาตรครั้งใหญ่ในวันนี้

การปฏิบัติตนในการฟังพระธรรมเทศนา ควรทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน

การปฏิบัติตนเกี่ยวกับการแต่งกายไปประกอบศาสนพิธีที่วัด ให้ยึดหลักความสุภาพเรียบร้อย และสะอาด

การงดเว้นอบายมุข

– อบายมุข ๖  คือ บ่อเกิดของความเสื่อมเสียและหายนะ ควรงดเว้นความชั่วทุกอย่างที่สร้างความเดือดร้อนแก่ตัวเองและผู้อื่น

การบริหารจิตและการเจริญปัญญา

การฝึกบริหารจิตและเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏฐานเน้นอานาปานสติ

ความหมายของการบริหารจิตและการเจริญปัญญา

– การบริหารจิต หมายถึง การฝึกจิตให้สงบ มีพลัง ไม่อ่อนไหวกับสิ่งกระทบ

– การเจริญปัญญา หมายถึง การพัฒนาให้เกิดปัญญา

วิธีปฏิบัติของการบริหารจิตและการเจริญปัญญาตามหลักสติปัฏฐานเน้นอานาปานสติ 

สติปัฏฐานมี ๔ ข้อดังนี้

– การตั้งสติกำหนดพิจารณากาย คือ ให้รู้เท่าทันอิริยาบถ

– การตั้งสติกำหนดพิจารณาเวทนา คือการตั้งสติกำหนดตามความรู้สึก

– การตั้งสติกำหนดพิจารณาจิต คือการตั้งสติกำหนดให้รู้เท่าทันสภาพของจิต

– การตั้งสติกำหนดพิจารณาธรรม คือ การตั้งสติกำหนดตามปรากฏการณ์หรืออารมณ์ที่เกิดกับจิต

อานาปานสติ หมายถึง การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก จนจิตเกิดสมาธิ

วิธีปฏิบัติของการเจริญปัญญา จิตที่ฝึกจนสงบและมีประสิทธิภาพ ได้แก่

– สุตมยปัญญา คือปัญญาจากการฟัง อ่าน และเรียน

– จินตามยปัญญา คือปัญญาจากการพิจารณาเรื่องที่เรียนรู้มาวิเคราะห์เป็นความรู้ใหม่

– ภาวนามยปัญญา คือปัญญาจากการลงมือปฏิบัติ 

 

อานาปานสติ

  

ประโยชน์ของการบริหารจิตและการเจริญปัญญา

ประโยชน์ของการบริหารจิต มีดังนี้

– ทำให้ใจสงบ สุขภาพกายแข็งแรง รักษาโรคบางอย่าง

– ทำให้บุคลิกดี อารมณ์มั่นคง หน้าตาแจ่มใส

– การบรรลุนิพพาน จะเกิดประโยชน์ระดับนี้ได้ต้องมีจิตสงบมาก

ประโยชน์ของการเจริญปัญญา มีดังนี้

– มีเหตุผล เข้าใจสิ่งต่าง ๆ แจ่มแจ้ง มีระเบียบ หลุดพ้นจากกิเลส

– ช่วยลดปัญหาสังคม

การพัฒนาการเรียนรู้ด้วยวิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ ได้แก่ 

 

  

วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย เป็นวิธีพิจารณาจากปัญหาไปสู่เหตุปัจจัย  มี ๒ แนว คือ

– คิดแบบปัจจัยสัมพันธ์

– คิดแบบสอบสวนหรือตั้งคำถาม

วิธีคิดแบบอริยสัจ หมายถึงวิธีคิดแบบแก้ปัญหา มี ๒ ลักษณะ คือ

– เป็นวิธีคิดตามเหตุและผล

– เป็นวิธีคิดที่ตรงจุด ตรงเรื่อง ตรงไปตรงมา

สัมมนาพระพุทธศาสนา หมายถึง การแลกเปลี่ยนความรู้ความเห็นเรื่องปัญหา มี ๓ แบบคือ

– การสัมมนาเกี่ยวกับปัญหาที่เป็นประเด็นน่าสนใจ

– การสัมมนาเกี่ยวกับหัวข้อตามสาระการเรียนรู้

– การสัมมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพของครู ผู้สอน

 

 

ตัวอย่างการสัมมนาพระพุทธศาสนา ๒ หัวข้อ ได้แก่ 

ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง  เศรษฐกิจพอเพียงสรุปได้ ๒ ลักษณะคือ

– เศรษฐกิจพอเพียงในระดับแคบ หมายถึง การมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างพอประมาณ

– เศรษฐกิจพอเพียงในระดับกว้าง หมายถึง การที่สังคมหนึ่ง ผลิตสินค้าและบริการได้

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางพัฒนาประเทศในทางสายกลาง

องค์ประกอบของเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่

– ทางสายกลาง

– ความสมดุลและความยั่งยืน

– ความพอประมาณอย่างมีเหตุผล

– การมีภูมิคุ้มกันและรู้เท่าทันโลก

– การเสริมสร้างคุณภาพคน 

 

 องค์ประกอบของเศรษฐกิจพอเพียง

 

หลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง มีตัวอย่างดังนี้ 

 

หลักพุทธธรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง

  

– ทิฏฐธัมมิกัตถะ คือ วิธีดำเนินชีวิตให้เกิดประโยชน์สุขในปัจจุบัน

– โภควิภาค การจัดสรรทรัพย์ที่หามาได้อย่างเหมาะสม

พระพุทธศาสนากับการพัฒนาที่ยั่งยืน  เศรษฐกิจต้องเจริญไปพร้อมกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นจะต้องประสานแนวทางพุทธ ในทางพระพุทธศาสนาเน้นให้มนุษย์พัฒนาด้วยกฎแห่งเหตุผล แบ่งเป็น ๒ ขั้นตอนคือ

– ก่อนเข้าสู่กระบวนการพัฒนา  ให้ศึกษาเรื่องมรรค ๘ เริ่มจากสัมมาทิฏฐิคือเชื่อว่าสิ่งทั้งหลายเป็นไปตามหลักเหตุผล

– กระบวนการพัฒนา ไตรสิกขา เป็นระบบที่ทำให้บุคคลพัฒนาอย่างสมบูรณ์และนำไปสู่สันติสุข 

 

 พระพุทธศาสนากับการพัฒนาที่ยั่งยืน

  

แหล่งที่มา : สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช www.wpp.co.th  

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
แนวข้อสอบ O-NET ม. 3 สังคมศึกษา (ปี 2550-2553) ชุดที่ 3
13.6K views
วิชาสังคมศึกษาม.3 ชุดที่6
32.8K views
พระพุทธ
29.9K views
การปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดี
28.5K views
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง

แนวข้อสอบ O-NET ม. 3 สังคมศึกษา (ปี 2550-2553) ชุดที่ 3
13.6K views
วิชาสังคมศึกษาม.3 ชุดที่6
32.8K views
พระพุทธ
29.9K views
การปฏิบัติตนเป็นชาวพุทธที่ดี
28.5K views