บทเรียนออนไลน์ วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เรื่อง กลไกราคาในระบบเศรษฐศาสตร์
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
|
27 ก.พ. 62
 | 21.3K views

ผังมโนทัศน์สาระการเรียนรู้

 

 

1. ตลาด
    ความหมายของตลาด ในทางเศรษฐศาสตร์หมายถึง กิจกรรมซื้อขายสินค้าและบริการระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
    ประเภทของตลาด แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ


    

 

ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ มีลักษณะ5 ประการ คือ          

        – ผู้ซื้อและผู้ขายมีจำนวนมาก
        – สินค้ามีลักษณะเหมือนกันมาก  
        – ผู้ผลิตสามารถเลิกล้มกิจการได้โดยง่ายและผู้ผลิตรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ง่าย
        – สินค้าสามารถโยกย้ายไปยังภูมิภาคได้เต็มที่
        – ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเป็นที่เปิดเผยทั่วไป
    ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ
        – ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
        – ตลาดผู้ขายน้อยราย
        – ตลาดผูกขาด

 

   
  

 

2. กลไกราคา ประกอบด้วย 

    อุปสงค์
    ความหมายของอุปสงค์ เป็นความต้องการของผู้บริโภค
    กฎของอุปสงค์ คือ ถ้าราคาสินค้าลดลง ปริมาณที่ผู้ซื้อจะซื้อสินค้ามากขึ้น หรือเมื่อราคาสูงขึ้นปริมาณที่ผู้ซื้อจะซื้อสินค้าลดลง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่กำหนดความต้องการซื้อของผู้บริโภค มีดังนี้
        – ราคาของสินค้าและบริการ
        – รายได้ของผู้บริโภค
        – รสนิยมของผู้บริโภค
        – ราคาสินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง
        – ฤดูกาล

 

 

    อุปทาน
    ความหมายของอุปทาน เป็นความสามารถในการผลิตหรือเสนอขายสินค้าและบริการ
    กฎของอุปทาน คือ ถ้าราคาสินค้าสูงขึ้น จำนวนสินค้าที่เสนอขายย่อมมากขึ้น ถ้าราคาสินค้าลดต่ำลง จำนวนสินค้าที่เสนอขายก็จะลดลง ซึ่งตัวกำหนดอื่นที่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วทำให้อุปทานของสินค้าเปลี่ยนแปลง ได้แก่
        – กรรมวิธีในการผลิต
        – ราคาของปัจจัยการผลิต
        – การคาดคะเนของราคาสินค้า
        – ภาษีหรือเงินช่วยเหลือ

 

              


    การกำหนดราคาในระบบเศรษฐกิจ มีองค์ประกอบดังนี้
        – ราคาดุลยภาพ
        – การเปลี่ยนแปลงของราคาดุลยภาพ
    การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าและบริการ เกิดจากความต้องการซื้อและการเสนอขายเปลี่ยนแปลง
3. ปัญหาทางเศรษฐกิจ
    ปัจจุบันมีปัญหาทางเศรษฐกิจหลายปัญหา เช่น
    ภาวะเงินเฟ้อ
    ความหมายของภาวะเงินเฟ้อ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นจริงที่ระดับราคาสินค้าโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
    สาเหตุของการเกิดเงินเฟ้อ
        – การที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้น
        – การที่ประชาชนมีความต้องการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้น
    ผลกระทบภาวะเงินเฟ้อได้แก่
        – ค่าครองชีพของประชาชนโดยทั่วไปสูงขึ้น ประชาชนส่วนใหญ่จะมีงานทำ มีรายได้สูง ไม่เป็นภาระรายรับในรูปภาษีอากรของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น
        – กระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
    แนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ได้แก่
    การแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อด้านอุปสงค์ ใช้มาตรการต่าง ๆ ดังนี้
        – นโยบายการเงิน
        – นโยบายการคลัง
    การแก้ไขปัญหาภาวะเงินเฟ้อด้านอุปทาน ได้แก่
        – การลดต้นทุนการผลิต
        – การกระตุ้นการผลิต
    หน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ มี 2 หน่วยงาน คือ
        – กระทรวงพาณิชย์
        – ธนาคารแห่งประเทศไทย
    ภาวะเงินฝืด
    ความหมายของภาวะเงินฝืด เป็นภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่ระดับรายได้ประชาชาติหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง
    สาเหตุของภาวะเงินฝืด
        – ธนบัตรในระบบเศรษฐกิจน้อยเกินไป
        – ปริมาณเงินที่หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจมีน้อย
        – รัฐบาลเก็บภาษีในอัตราสูง
        – สถาบันการเงินชะลอการปล่อยสินเชื่อให้แก่ระบบเศรษฐกิจ
        – ธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวด
        – รัฐบาลใช้นโยบายงบประมาณแบบเกินดุล
    ผลกระทบของภาวะเงินฝืด มีผลกระทบต่อบุคคลหลายกลุ่ม ดังนี้
    กลุ่มผู้ได้ประโยชน์จากภาวะเงินฝืด ได้แก่
        – กลุ่มผู้มีรายได้ประจำ
        – กลุ่มผู้ที่มีรายได้จากดอกเบี้ย หุ้นกู้ ผู้ถือหุ้น
        – กลุ่มผู้ที่เก็บเงินไว้กับตัวเอง
        – กลุ่มผู้มีรายได้จากค่าเช่า
    กลุ่มผู้เสียประโยชน์จากภาวะเงินฝืด ได้แก่
        – กลุ่มเจ้าของกิจการ
        – กลุ่มพ่อค้านักธุรกิจ
        – กลุ่มลูกหนี้
        – กลุ่มผู้เช่า
        – กลุ่มผู้รับค่าจ้างรายวัน
        – กลุ่มผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน
    แนวทางการแก้ไขปัญหาภาวะเงินฝืด ได้แก่
        – การใช้นโยบายทางการเงิน
        – การใช้นโยบายทางการคลัง
        – มาตรการอื่น ๆ

    การว่างงาน
    ความหมายของการว่างงาน คือ ภาวะที่ผู้อยู่ในกำลังแรงงานไม่มีงาน
    สาเหตุของการว่างงาน มี 4 ประการ คือ
        – การว่างงานตามปกติในตลาดแรงงาน
        – การว่างงานเนื่องจากโครงสร้าง
        – การว่างงานเนื่องจากวัฏจักรเศรษฐกิจ
        – การว่างงานเนื่องจากค่าแรงไม่ยืดหยุ่น

 

 

 

    ผลกระทบของการว่างงาน
        – ทำให้ผลผลิตรวมลดลง
        – ทำให้การบริโภคและการลงทุนลดลง
        – ทำให้การกระจายรายได้เหลื่อมล้ำ
        – ทำให้ฐานะการคลังของรัฐบาลลดลง
        – ทำให้เกิดปัญหาสังคม
        – ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลไม่มั่นคง
    แนวทางการแก้ไขปัญหาการว่างงาน
        – การใช้นโยบายการคลัง
         – การใช้นโยบายการเงิน

 

  แหล่งที่มาของเนื้อหา : สำนักพิมพ์วัฒนาพานิช www.wpp.co.th

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
แนวข้อสอบ สังคมศึกษาฯ ชุดที่6
6.9K views
วิชาสังคมศึกษาม.3 ชุดที่13
10.1K views
อเมริกาเหนือ ชุดที่2
36.1K views
แนวข้อสอบ สังคมศึกษาฯ ชุดที่4
12K views
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
สังคมศึกษา ม. ต้น ทีเบรกอินยุโรป
1.4K views
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง

แนวข้อสอบ สังคมศึกษาฯ ชุดที่6
6.9K views
วิชาสังคมศึกษาม.3 ชุดที่13
10.1K views
อเมริกาเหนือ ชุดที่2
36.1K views
แนวข้อสอบ สังคมศึกษาฯ ชุดที่4
12K views