เก็งข้อสอบ ความรู้รอบตัว Smart-I ตอน 1/2
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
|
18 ม.ค. 65
 | 8.3K views



 


เก็งข้อสอบ ความรู้รอบตัว SMART-I ตอน 1/2

 

 รวมข่าวคราว ความรู้รอบตัว ในช่วงเดือน กรกฏาคม 

รวมติวเข้มเทคนิคการทำข้อสอบและเก็งข้อสอบเพื่อสอบเข้าคณะบัญชี ธรรมศาสตร์ ที่ https://www.trueplookpanya.com/new/campaign/smart_one


ดูเก็งข้อสอบความรู้รอบตัว SMART-I ตอนที่ 1/2 ที่ 
https://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/25160/037132/
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คนเป็นข่าว

นายสมชัย กตัญญุตานันท์ หรือ ชัย ราชวัตร คอลัมนิสต์การ์ตูน หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

นายสมชัยถูก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ฟ้องฐานหมิ่นประมาท กรณีแสดงความคิดเห็นทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต เห็นว่าคดีมีมูลและออกหมายเรียกนายสมชัยมาพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 5 มิ.ย.นั้น ปรากฏว่า นายสมชัยได้ขอเลื่อนการเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนออกไปก่อน เพื่อเตรียมข้อมูลหลักฐานและคำให้การที่จะใช้ต่อสู้คดี โดยจะเข้าให้ปากคำภายใน 30 วัน ด้าน พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 บอกว่า หากนายสมชัยยังไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามที่กำหนด จะมีการขออนุมัติหมายจับต่อไป

พ.ต.สุขชาต สะสมทรัพย์ บุตรชายนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน

กรณีเกิดไฟไหม้รถหรู 6 คันระหว่างอยู่บนรถเทรลเลอร์ ขณะขับอยู่บนถนนมิตรภาพ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อนำไปส่งที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้ให้เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบรถหรูทั้ง 6 คัน ซึ่งพบว่า เลขตัวถังรถยนต์ยี่ห้อลัมโบร์กีนี สีขาว ที่ไฟไหม้ เป็นรถที่ตรงกับบัญชีรถยนต์ต้องสงสัยในจำนวน 5,000 คัน ที่ดีเอสไอมีข้อมูลว่าเป็นรถที่นำเข้าอย่างผิดกฎหมาย โดยใช้วิธีหลบเลี่ยงภาษีด้วยการสำแดงเท็จ นายธาริตจึงลงนามคำสั่งให้ดีเอสไอรับกรณีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นกรณีที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร ซึ่งมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายขบวนการ

ทั้งนี้ มีข่าวว่า รถ 1 ใน 6 คันที่ไฟไหม้ ที่หมายเลขทะเบียน ฌล 6217 เป็นรถของ พ.ต.สุขชาติ สะสมทรัพย์ บุตรชายนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งนายเผดิมชัย ยอมรับว่า บุตรชายเคยซื้อรถมือสองทะเบียนดังกล่าวจริง แต่ไม่ถูกใจทะเบียน จึงขอออกทะเบียนใหม่ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากรถที่ไฟไหม้


นายเอกยุทธ อัญชันบุตร

นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ มีชื่อจากการเป็นเจ้าของเว็บไซต์ ไทยอินไซเดอร์ซึ่งต่อต้านรัฐบาลพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร เคยต้องคดีแชร์ชาร์เตอร์และกบฏ 9 กันยาเมื่อพ.ศ. 2528 ก่อนหนีคดีออกนอกประเทศแล้วเดินทางกลับเมื่อขาดอายุความแล้ว

วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ญาติของเอกยุทธเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ว่าเอกยุทธได้หายตัวไปตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 6 มิถุนายน หลังจากนั้นทราบว่าในวันต่อมา เอกยุทธโทรศัพท์ติดต่อพี่สาว ให้นำเช็คเงินสดจำนวน 5 ล้านบาทไปให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเอกยุทธไม่ได้มาเอง แต่เป็นคนขับรถมารับแทน ก่อนหายตัวไปและไม่สามารถติดต่อได้

 ทางญาติเดินทางไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบริษัท ย่านทาวอินทาวน์ อันเป็นบริษัทและที่พักของเอกยุทธ เพื่อตรวจสอบภาพของเอกยุทธครั้งล่าสุด แต่ระบบเซิฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดกลับถูกถอดออกไป ญาติจึงเกรงว่าเอกยุทธอาจถูกลักพาตัว จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจนครบาลวังทองหลาง ก่อนที่จะเดินทางมาร้องเรียนดังกล่าว เพื่อให้ช่วยติดตามตัวเอกยุทธเพิ่มอีกทางหนึ่ง

 สำหรับสาเหตุของการหายตัวไปนั้น ญาติเชื่อว่า มาจากประเด็นความแย้งส่วนตัวที่มีอยู่จำนวนมาก ทั้งกรณีที่เอกยุทธ ฟ้องหมิ่นประมาท พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กับพวกรวม 5 คน กรณีที่มีความขัดแย้งกันก่อนหน้านั้น ถึงเรื่องกรณีทำร้ายร่างกายกันที่ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง อีกทั้งยังมีเรื่องที่เอกยุทธเป็นผู้เปิดเผยว่าได้พบเห็นยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ ว่าไปพบปะกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายคน ทั้งที่อยู่ในเวลาราชการ อันเป็นข่าวครึกโครมอื้อฉาว และในครั้งนั้นเอกยุทธก็ได้ถูกทำร้ายร่างกายด้วย

 อีก 2 วันต่อมา สันติภาพ เพ็งด้วง ซึ่งเป็นผู้ต้องสังสัย เพราะเป็นคนขับรถของเอกยุทธที่อยู่ด้วยก่อนจะหายตัวไป และเป็นผู้ที่ไปรับเช็ค 5 ล้านบาทที่สนามบินสุวรรณภูมิแทนเอกยุทธ ที่ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้หลังจากไปกบดานที่บ้านเกิดที่จังหวัดพัทลุง ได้กลับคำให้การจากตอนแรกที่บอกว่า เอกยุทธได้เดินทางไปประเทศพม่า โดยแยกทางกันที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และยอมรับสารภาพในเวลาเย็นว่า ได้เป็นผู้สังหารเอกยุทธเพื่อชิงทรัพย์ และโกรธแค้นเอกยุทธที่ไล่แฟนสาวออกจากที่ทำงานก่อนหน้านั้น โดยทิ้งศพไว้ที่เขาจิงโจ้ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง

น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด แนวร่วม นปช.

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ศาลอาญาได้นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุก 3-15 ปี

ทั้งนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2554 ให้จำคุกจำเลย 3 กระทงๆ ละ 5 ปี รวม 15 ปี เนื่องจากพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม 3 นาย ที่เป็นสายสืบฟังการปราศรัยพบว่าจำเลยกล่าวข้อความดูหมิ่นพระมหากษัตริย์

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียง เกียรติยศ จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนักเพื่อไม่ให้บุคคลอื่นกระทำเป็นเยี่ยงอย่าง โดยเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

พระมิตซูโอะลาสิกขา

พระมิตซูโอะ คเวสโก อายุ 63 ปี เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พระชื่อดัง ลูกศิษย์พระโพธิญาณเถร(หลวงปู่ชา สุภัทโท) วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ได้ลาสิกขาแล้วเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่วัดชนะสงคราม กทม. และเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นแล้ว

 

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ (อี้)

        เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้จัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 12 (เขตดอนเมือง) แทนนายการุณ โหสกุล ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ฐานปราศรัยหาเสียงด้วยข้อความอันเป็นเท็จใส่ร้ายนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 12 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เมื่อปี 2554 ทั้งนี้ ประชาชนเขตดอนเมืองได้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก

        หลังปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 15.00น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งกลาง ได้นับคะแนนในส่วนของผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. จำนวน 168 ใบ ซึ่งปรากฏว่า นายแทนคุณ ผู้สมัครเบอร์ 8 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 102 คะแนน ขณะที่นายยุรนันท์ ภมรมนตรี ผู้สมัครเบอร์ 9 พรรคเพื่อไทย ได้ 59 คะแนน ส่วนที่เหลือเป็นของผู้สมัครรายอื่นๆ

       สำหรับผลการนับคะแนนโดยรวมนั้น หลังจากชัดเจนว่า นายแทนคุณคะแนนทิ้งห่างนายยุรนันท์ ปรากฏว่า นายยุรนันท์และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เปิดแถลงยอมรับความพ่ายแพ้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พร้อมขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่ไว้วางใจและขอโทษที่ความพยายามของตนไปไม่ถึงฝั่ง นอกจากนี้ยังแสดงความยินดีกับนายแทนคุณด้วย

 


นายอิดริส สะตาปอ ผู้ต้องหาคดีวางระเบิดหน้ารามฯ ถูกจับกุมที่บ้านพักใน จ.นราธิวาส

       เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. พล.ต.ต.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เข้าควบคุมตัวนายอิดริส สะตาปอ อายุ 24 ปี ขณะพักอยู่ในบ้านพักเลขที่ 18 บ้านฮูแตทูวอ หมู่ 4 ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส ผู้ต้องสงสัยในคดีวางระเบิดแผงค้าบริเวณปากซอยรามคำแหง 43/1 จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คนเมื่อวันที่ 26 พ.ค.

       ทั้งนี้ ตอนแรกมีข่าวว่า นายอิดริสเป็น 1 ในโจรใต้ที่เคยร่วมก่อเหตุวางระเบิดสนามบินนราธิวาส รวมทั้งฆ่าและเผาพระวัดพรหมประสิทธิ์ จ.ปัตตานี รวม 3 รูป

       อย่างไรก็ตาม หลังมีข่าวดังกล่าว ปรากฏว่า ทั้งตำรวจและทหารชั้นผู้ใหญ่ต่างออกมาปฏิเสธว่า ผู้ต้องสงสัยระเบิดแผงค้าปากซอยรามฯ ไม่เกี่ยวโยงโจรใต้ โดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ บอกว่า นายอิดริสเป็น 1 ในผู้ต้องหา 4 ราย ซึ่งทั้งหมดเป็นคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายอิดริสไม่ได้อยู่ในกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น หรืออาร์เคเคใหม่ รวมถึงเครือข่ายกลุ่มก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ “เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ถูกชักชวนจากเพื่อนให้มาร่วมขบวนการ มีหน้าที่ประกอบระเบิดและวางระเบิด”

       ขณะที่ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แถลงปฏิเสธอีกครั้งว่า นายอิดริสไม่เกี่ยวโยงโจรใต้ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่านายอิดริสเป็นผู้ร่วมก่อเหตุระเบิดสนามบิน จ.นราธิวาสนั้น พล.ต.ต.ปิยะ บอกว่า เป็นเพียงแค่คำให้การของผู้ต้องหาเท่านั้น ซึ่งอาจจะต้องการเพิ่มความสำคัญให้ตนเอง

       ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ยืนยันเช่นกันว่า จากการตรวจสอบของทหารไม่ปรากฏชื่อนายอิดริสอยู่ในทำเนียบผู้ก่อเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด

 

ข่าวเด็ดรอบเดือน

รัฐบาล ถอย ลดราคาจำนำข้าวเหลือตันละ 12,000 บ. อ้างเพื่อรักษาวินัยการคลัง ด้านชาวนา ไม่พอใจ ขู่ประท้วง สุดท้ายกลับมาให้ราคาเดิม

ความคืบหน้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล หลังพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแฉว่า โครงการดังกล่าวขาดทุนกว่า 2.6 แสนล้านบาท ขณะที่ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ก็เคยออกมาเผยว่า ตัวเลขขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท แต่ฝ่ายรัฐบาลพยายามปฏิเสธว่า ตัวเลขขาดทุนไม่ใช่ 2.6 แสนล้าน แต่เท่าไหร่ยังบอกไม่ได้ ต้องรอผลสรุปของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.)

ทั้งนี้ หลังมีข่าวตัวเลขขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าว ปรากฏว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18-19 มิ.ย. ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับราคารับจำนำข้าวข้าวเปลือกเจ้า 100% ของโครงการรับจำนำข้าวข้าวเปลือกปีการผลิต 2555/56 ครั้งที่ 1 และ 2 จากตันละ 15,000 บาท เหลือตันละ 12,000 บาท ส่วนข้าวเปลือกชนิดอื่นๆ ปรับลดราคาลงจากเดิม 20% โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีการจำกัดวงเงินรับจำนำข้าวของเกษตรกรแต่ละครัวเรือน จากเดิมที่ไม่จำกัดวงเงิน เป็นไม่เกินครัวเรือนละ 5 แสนบาทต่อปี โดยให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.เป็นต้นไป สำหรับกรอบวงเงินที่ใช้ในการรับจำนำข้าวเปลือกนั้น ยังอยู่ที่ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท

ขณะที่สมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ได้จับมือกับสมาคมส่งเสริมชาวนาและข้าวไทย และสภาเกษตรกร เตรียมเดินทางมายื่นหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 25 มิ.ย. ให้รัฐบาลรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ไปจนสิ้นฤดูกาลในวันที่ 15 ก.ย.เช่นกัน และว่า หากรัฐบาลไม่สนองตอบข้อเรียกร้องภายใน 1 สัปดาห์ ชาวนาทั่วประเทศอาจนำรถเกี่ยวข้าว รถไถ รถอีแต๋นเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยต่อไป

ความคืบหน้ากรณีชาวนาไม่พอใจที่รัฐบาลปรับลดราคารับจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาท เหลือ 12,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.2556 เป็นต้นไป พร้อมขู่ หากรัฐบาลไม่ทบทวน ชาวนา 26 จังหวัดจะเคลื่อนไหวใหญ่ ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โยนให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) เป็นผู้ชี้ขาดในวันที่ 1 ก.ค.นั้น ที่ประชุม กขช. ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุมแทน ได้มีมติให้คงราคารับจำข้าวเปลือก 100% ความชื้น 15% ที่ 15,000 บาทต่อตัน ส่วนข้าวชนิดอื่นก็ให้คงราคาเดิมก่อนหน้านี้เช่นกัน โดยจำกัดวงเงินไม่เกิน 5 แสนบาทต่อครัวเรือน และราคาดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่ 15 ก.ย.2556 ส่วนภาคใต้จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พ.ย.2556

นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครั้งใหญ่

หลังมีข่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.) ครั้งใหญ่ เพื่อดึงภาพลักษณ์รัฐบาล โดยเฉพาะจากปัญหาการขาดทุนในโครงการรับจำนำข้าว 2.6 แสนล้านบาท โดยมีรายงานว่า ได้มีการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้วเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ปรากฏว่า ล่าสุด วันที่ 30 มิ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว

 


สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีใหม่ ประกอบด้วย

นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อีกตำแหน่งหนึ่ง

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก พ้นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นรองนายกรัฐมนตรี

นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา พ้นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองนายกรัฐมนตรีตำแหน่งเดียว

นายจาตุรนต์ ฉายแสง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ร.ต.อ. เฉลิม อยู่บำรุง พ้นจากรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

นายสันติ พร้อมพัฒน์ พ้นจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นางปวีณา หงสกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกตำแหน่งหนึ่ง

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

 

รายชื่อรัฐมนตรีช่วยกระทรวงที่สำคัญ

นางเบญจา หลุยเจริญ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

นายพ้อง ชีวานันท์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายยรรยง พวงราช เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายสรวงศ์ เทียนทอง เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

 

สำหรับรัฐมนตรีที่หลุดจากตำแหน่ง ประกอบด้วย

น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

พล.ต.ท. ชัจจ์ กุลดิลก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

ข่าวภาวะตลาดหุ้นรอบโลก

 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ณเวลา 21.15 น. เปิดในแดนบวก หลังยอดขาดดุลการค้า เพิ่มน้อยกว่าคาดการณ์ ขณะที่ตลาดยุโรป ลดช่วงบวกลงมา หลังตัวเลขภาคอุตสาหกรรม ออกมาแย่กว่าคาดการณ์

 

US

 นักลงทุนผ่อนคลายความกังวล ว่า Fed อาจจะลดขนาดโครงการซื้อพันธบัตร หลังเมื่อวาน ตัวเลข ISM ภาคการผลิตของสหรัฐในเดือนพ.ค.ลดลงแตะ 49.0 จาก 50.7 ในเดือนเม.ย. เป็นการหดตัวครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ย.2555 หรือในรอบ 6 เดือน

ยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐ ประจำเดือน เม.ย. ปรับตัวสูงขึ้น น้อยกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์เล็กน้อย แตะที่ 4.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังยอดนำเข้ารถยนต์และโทรศัพท์มือถือพุ่งสูงแซงหน้ายอดส่งออก โดยรวมแล้ว ยอดนำเข้าที่ทะยานขึ้น 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นเพียง 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นักลงทุนในตลาด รอดูข้อมูลชี้วัดเศรษฐกิจสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ค. ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินสัญญาณเพิ่มเติมว่าเฟดจะสามารถชะลอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเมื่อใด

 

EU

จำนวนผู้ว่างงานในสเปนปรับตัวลดลงราว 100,000 ราย แตะที่ 4,900,000 รายในเดือนพ.ค. ซึ่งถือเป็นสถิติที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งงานใหม่ๆที่เกิดขึ้นก็ยังคงไม่มีความมั่นคง โดย 91.5% ของสัญญาจ้างงานในเดือนพ.ค. ล้วนเป็นสัญญาจ้างงานชั่วคราว

ยอดค้าปลีกในอังกฤษ เดือนพ.ค. ดีดตัวขึ้น 1.8% เมื่อเทียบรายปี หลังจากร่วงลง 2.2% ในเดือนเม.ย. เป็นผลมาจากสภาพอากาศที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงการจัดโปรโมชั่นของห้างร้านต่างๆ โดยนับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของยูโรโซนในเดือนเม.ย.ปรับลดลง 0.6% จากเดือนมี.ค. และขยับลง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดือนเม.ย.ปี 2555 ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ ก.ค. 2552 นำโดยราคาพลังงานที่อ่อนแรงลงเป็นปัจจัยสำคัญ

 

Asia

ดอลลาร์อ่อนค่า เคลื่อนไหวต่ำกว่า 100 เยน หลังกิจกรรมภาคการผลิตเดือนพ.ค.ของสหรัฐที่เปิดเผย ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งก่อให้เกิดกระแสความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะเดียวกันก็สกัดกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดขนาดโครงการผ่อนคลายเชิงปริมาณในเร็วๆนี้

ดัชนี Nikkei ขณะนี้ ปรับตัวลงกว่า 13% จากจุดสูงสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง ที่ 15,627 จุด เมื่อ 22 พ.ค. โดยหากตลาดปรับตัวลงไปเกิน 20% จะกลับเข้าสู่ขาลงอีกครั้งหนึ่ง ตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

ธนาคารกลางจีน ดูดซับสภาพคล่อง 2.2 พันล้านเหรียญ จากระบบธนาคาร ในครึ่งแรกของสัปดาห์นี้ ส่งผลต่อความกังวลเรื่องสภาพคล่องในตลาด

 

กก.วัดใต้ฯมีมติให้ขับ'เณรคำ'พ้นวัดแล้ว

6 ก.ค.56 พระราชธรรมโกศล(สวัสดิ์) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ในเบื้องต้นคณะกรรมการของวัดใต้ฯได้สอบประวัติความเป็นมาของหลวงปู่เณรคำ โดยสรุปว่า ได้บวช มีอุปัฌาย์จริง เข้ามาขอสังกัดวัดใต้ฯจริง และย้ายไปสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรมตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งเรื่องการขับออกจากวัดนั้น คณะกรรมการ เห็นว่า ควรขับออกจากวัด เนื่องจากเห็นว่า ไม่อยู่ที่วัดเป็นหลักแหล่ง พระเณรจะอยู่ที่วัดใดก็ตามไปแล้ว จะต้องบอกลาไปได้เพียง 7 วันถึง 1 เดือน เว้นแต่เจ็บป่วย โดยหลวงปู่เณรคำไปตลอดไม่ได้อยู่ในโอวาทและไม่มา ขาดการติดต่อ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการชุดนี้ ก็ยังไม่มีอำนาจตัดสินใจ โดยจะส่งผลสรุปมาให้ คณะกรรมการชุดใหญ่ที่ตนเป็นประธานได้พิจารณาอีกครั้ง ซึ่งในเบื้องต้นก็อาจจะยืนยันตามความเห็นของคณะกรรมการแต่ก็จะดูว่า หากขับควรจะขับออกวันไหนภายในกี่วัน โดยคาดว่า จะดำเนินการเสร็จและประกาศได้ไม่เกินวันที่ 9 ก.ค.นี้

"หลวงปู่เณรคำ"ลั่นไม่กลับไทยหากยังไม่ได้รับความยุติธรรม

นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนถึงสมเด็จพระวันรัต ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตและกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อขอให้ความเป็นธรรมแก่ พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ แต่จากการสอบถามคณะสงฆ์ภายในวัดพบว่า สมเด็จพระวันรัตไม่ได้จำวัดอยู่ในช่วงเวลานี้ ขณะที่พระเทพสารวาที ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ยังคงติดภารกิจ ทำให้นายสุขุมยังไม่สามารถยื่นหนังสือร้องเรียนได้

นายสุขุม กล่าวว่า เครือข่ายบ้านวิมุตติธรรมอยากร้องเรียนถึงสมเด็จพระสังฆราช และมหาเถรสมาคม(มส.) ให้พิจารณากระบวนการยุติธรรมของฝ่ายสงฆ์อย่างมีธรรมะ และเมตตาธรรม รวมถึงขอให้ทบทวนคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต เพราะเดิมทีมีคำสั่งให้เวลาหลวงปู่เณรคำ เข้าชี้แจงต่อคณะสงฆ์ภายในวันที่ 31 ก.ค.2556 แต่กลับเลื่อนระยะเวลาเข้ามาเหลือเพียงวันที่ 7 ก.ค.นี้ หากไม่เข้ามาชี้แจงก็จะขับไล่ออกจากสังกัด ซึ่งมีผลให้สึกภายใน 3 วัน ซึ่งพวกตนมองว่าไม่ยุติธรรมต่อหลวงปู่เณรคำ ที่สำคัญยังไม่เปิดโอกาสให้หลวงปู่เณรคำส่งตัวแทน อาทิ นักกฎหมาย ทนาย หรือลูกศิษย์เข้าชี้แจงแทนแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการหารือกับหลวงปู่เณรคำหรือไม่ ว่าจะเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อใด นายสุขุม กล่าวว่า ขณะนี้หลวงปู่เณรคำยังคงติดกิจนิมนต์อยู่ที่ฝรั่งเศส และจะยังไม่เดินทางกลับประเทศไทยจนกว่าจะได้รับความยุติธรรมจากขบวนการยุติธรรมเสียก่อน อย่างการพิจารณาความผิดก็ควรรอผลการพิสูจน์ภาพถ่ายที่มีกล่าวอ้างว่าเป็นภาพหลับนอนร่วมกับสีกาของหลวงปู่เณรคำเสียก่อน ซึ่งตนได้ไปยื่นที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แล้วเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าจะรู้ผลได้ภายใน 7 วัน หากผลออกมาว่าเป็นหลวงปู่เณรคำก็จะขออโหสิกรรมให้ แต่หากไม่ใช่ก็จะเดินหน้าปกป้องผ้าเหลืองของหลวงปู่เณรคำต่อไป เพราะสำหรับเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรมแล้ว หลวงปู่เณรคำยังไม่ผิด จะไม่ให้ใครมาปลดผ้าเหลืองของท่านออกได้

DSIลุยสอบสาวอ้างเป็นเมีย"หลวงปู่เณรคำ"

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้บัญชาการสำนักความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ( ดีเอสไอ)ลงพื้นที่สอบปากคำนางสาวเอ ( นามสมติ) อายุ 26 ปี ภูมิลำเนา จ.ศรีสะเกษ ที่อ้างมีความสัมพันธ์กับพระวิรพล ฉตฺติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ จนมีทายาทด้วยกัน ทั้งนี้เพื่อสอบพยานที่รู้เห็นเกี่ยวกับพฤติการณ์ของพระวิรพล โดยจะมีการหาพยานแวดล้อม สืบพยาน เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย เพื่อความเป็นธรรม นอกจากนี้จะสอบปากคำอดีตลูกศิษย์พระวิรพล เพื่อหาเส้นทางการเงิน และหาหลักฐานอื่นๆ เพื่อดำเนินคดี

ขยายผลคดี"ม.สันติภาพโลก"ถึงมูลนิธิศรัทธา เร่งเช็คเส้นทางเงิน

พ.ต.ท.ศักกพล สุขปาน หัวหน้าสำนักสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมาย กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคดีการมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตของมหาวิทยาสันติภาพโลกว่า จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง 3 รายวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย นายเรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์ ผู้ร่วมก่อตั้งมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกในประเทศไทย นางประไพจิตร สว่างเนตร นายทะเบียนที่อ้างว่า เป็นผู้แทนประงานกับมหาวิทยาลัยสันติภาพโลกที่ประเทศปากิสถาน และนายสมัย เหมันต์ ผู้ดูแลระบบเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก เบื้่องต้นพยานทั้งหมดให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยยอมรับว่า การมอบปริญญาเป็นการอุปโลกน์ขึ้น และไม่ได้มีการระบุให้ผู้รับปริญญาทราบว่าปริญญาบัตรดังกล่าวไม่สามารถนำไปรับรองวุฒิการศึกษาเพิ่มขึ้นได้ ทำให้เกิดปัญหาว่าบางรายนำใบปริญญาไปขอปรับวุฒิการศึกษา หรือนำไปเป็นเอกสารประกอบการลงสมัครรับเลือกตั้งต่าง ๆ นอกจากนี้ นายสมัยได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเบื้องหลังและที่มาที่ไปการจัดตั้งมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก ดีเอสไอจึงกันตัวไว้เป็นพยาน และประสานให้สำนักคุ้มครองพยานเข้าไปดูแลความปลอดภัยแล้ว

"ธาริต" ชี้ "หลวงปู่เณรคำ" ส่อโดนโทษหนัก สัมพันธ์ชู้สาวกับเด็กหญิงอายุไม่ถึง 15 ปี

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสืบสวนกรณีที่มีการร้องเรียนหลวงปู่เณรคำฉ้อโกงประชาชนว่า ขณะนี้การสืบสวนหาข้อมูลมีความคืบหน้าไปมากโดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการเสพเมถุน ซึ่งในวันนี้ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง ลงพื้นที่ จ.ศรีสะเกศไป

สอบปากคำหญิงสาวรายหนึ่งที่อ้างว่า มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหลวงปู่เณรคำ ตั้งแต่อายุ 14 ปี ซึ่งถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรงฐานกระทำชำเราผู้เยาว์ เบื้องต้นได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้วและจะเตรียมส่งตัวหญิงรายนี้เข้าสู่การคุ้มครองพยานเพื่อให้การดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ประเด็นการตรวจสอบหลวงปู่เณรคำมีหลายประเด็นทั้งเรื่องการฉ้อโกง การอวดอุตริ และการเสพเมถุน แต่กรณีการเสพเมถุนขณะนี้ค่อนข้างมีความชัดเจนที่สุดและคาดว่าในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.) ช่วงปลายเดือนก.ค.นี้จะเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมเพื่อรับเป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของศาสนาและความเชื่อถือของประชาชน ทั้งนี้หลังรับเป็นคดีพิเศษดีเอสไอจะมีอำนาจในการสอบสวนได้ครอบคลุมทุกเรื่องรวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินและจะรับมอบสำนวนการสอบสวนจากกองบังคับการกองปราบปรามด้วย ที่สำคัญการขออนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องจำเป็นต้องให้มีมติรับเป็นคดีพิเศษก่อน

อุบัติเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 777 ตก

ทีมสืบสวนสหรัฐฯเผยผลการตรวจสอบกล่องดำเบื้องต้น พบว่านักบินเครื่องบินโบอิ้ง 777 แจ้งกับหอบังคับการว่า ลงจอดล้มเหลว และกำลังพยายามลงจอดใหม่อีกครั้ง เพียง 1.5 วินาที ก่อนเครื่องตก...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า เดโบราห์ เฮอร์แมน ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (เอ็นทีเอสบี) ของสหรัฐฯ เผยผลการตรวจสอบอุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบิน หรือ กล่องดำ ของเครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER ซึ่งระสบอุบัติเหตุตกที่ท่าอากาศยานนานาชาติซานฟรานซิสโก จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บกว่า 182 คน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระบุ นักบินเพิ่มความเร็ว 7 วินาที ก่อนตก และแจ้งลงจอดล้มเหลวและเตรียมวนเพื่อลงจอดใหม่อีกครั้ง เพียง 1.5 วินาทีก่อนเครื่องตก

เหตุการณ์นี้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ เป็นวัยรุ่นหญิงชาวจีนชื่อว่า เย่ เมิ่งหยวน และ หวิง หลินเจี๋ย อายุ 16 ปีเท่ากัน เชื่อว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มครูนักเรียน 70 คนบนเครื่องซึ่งเดินทางมาเข้าแคมป์ เสียชีวิตขณะเกิดการกระแทก เนื่องจากเก้าอี้ที่พวกเขานั่งอยู่ตอนหลังของตัวเครื่อง ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 182 คน ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ขณะที่อีก 123 คน แทบไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในที่เกิดเหตุกล่าวว่าเป็นเหมือนปาฏิหาริย์