Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

สาเหตุของฟันผุ

Posted By Plook Creator | 13 มี.ค. 61
1,707 Views

  Favorite

นักโบราณคดีค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นโครงกระดูกโบราณซึ่งเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ในปัจจุบันกับวานรที่เป็นบรรพบุรุษของเรา นอกจากนั้นยังเชื่อมโยงเราเข้ากับฟันผุ (cavities)

 

รูและโพรงในฟันเกิดขึ้นจากแบคทีเรียและจุลชีพที่เข้าไปอยู่อาศัยในปากของเรา เนื่องจากปากเป็นแหล่งอาหารอันอุดมของแบคทีเรียและจุลชีพเหล่านี้ แม้แต่มนุษย์โลกใหม่อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ในปัจจุบันก็ยังฟันผุ เพราะมนุษย์อยู่กับแบคทีเรียในปากมาตั้งแต่เราเริ่มเกิด ตั้งแต่เราเริ่มอ้าปาก จุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่ในอากาศก็ลอยเข้ามาในปากเราทันที ยังไม่รวมถึงพ่อแม่เรา หรือญาติผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กตัวเล็ก ๆ พร้อมกับจูจุ๊บเข้าที่แก้มหรือปาก พวกเขาปล่อยเชื้อโรคให้เราในตอนนั้น เชื้อโรคดังกล่าวจับจองฟันน้ำนมซี่เล็ก ๆ ตั้งแต่ซี่แรกที่ขึ้น จนหมุนเวียนเปลี่ยนเป็นฟันแท้ และอยู่กับเราไปตลอดจนเราไม่เหลือฟันในปาก

ภาพ : Shutterstock

 

เมื่อแมงกินฟันตัดสินใจเข้ามาอยู่ในปากของเรา มันก็เริ่มจากการสร้างบ้าน อาหาร ขยายพันธุ์ การพัฒนาและเติบโตของสังคมแมงกินฟันหรือแบคทีเรียในช่องปากขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและอาหารที่มันชอบ อาหารที่เรารับประทานเข้าไปมีทั้งส่วนที่ช่วยหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย อาหารจำพวกที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบและมักติดค้างอยู่ในช่องปากจะกลายเป็นอาหารอย่างดีให้กับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ อาหารที่มีน้ำตาลตกค้างอยู่ในปากเป็นเวลานานจะทำให้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในช่องปากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อสเตรปโตคอคคัส มิวแทนส์ (Streptococcus Mutans) เข้าไปย่อยสลายทำให้น้ำตาลและอาหารจำพวกแป้งกลายเป็นกรดแลกติก (Lactic)

 

แม้ว่ากรดแลกติกจะมีฤทธิ์กัดกร่อน แต่แบคทีเรียเหล่านี้มีความทนทานต่อกรดที่เกิดขึ้นในกระบวนการย่อยสลายดังกล่าว ดังนั้น มันจึงสามารถอยู่ในปากเราได้อย่างมีความสุข ส่วนฟันของเรานั้นมีชั้นของสารเคลือบฟัน (Enamel) ช่วยเคลือบเอาไว้ แต่ฟันของเราบอบบางกว่าที่คิด กรดจึงทำลายสารเคลือบฟัน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่เป็นส่วนประกอบของโครงสร้างฟัน ผ่านเข้าไปยังเนื้อฟัน ทำให้ฟันผุกร่อนไปทีละน้อยจนทะลุถึงชั้นโพรงประสาทฟัน และเมื่อเข้าถึงเมื่อไร มันก็จะทำให้เกิดอาการปวด อักเสบ และเสียวฟันตามมา นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมกว่าจะรู้สึกเจ็บ หรือปวดฟัน มันก็เป็นรูเข้าไปเยอะแล้ว และหากปล่อยทิ้งไว้นานจนแบคทีเรียและกรดที่เกิดจากการกินอาหารของมันเข้าไปทำลายโพรงประสาทจนหมด ทันตแพทย์ก็ต้องถอนฟันทิ้ง ดังนั้น ยิ่งกินอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลมากเท่าไร ยิ่งปล่อยปละละเลยการทำความสะอาดมากเท่าไร เราก็ยิ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียฟันมากขึ้นเท่านั้น

ภาพ : Pixabay
ภาพ : Pixabay

 

คำถามที่น่าสงสัยคือ หากฟันผุเกิดจากแป้งและน้ำตาล ทำไมมนุษย์ยุคก่อนหรือแม้แต่บรรพบุรุษซึ่งคล้ายกับวานรของเราถึงฟันผุ เพราะอาหารในยุคก่อนก็เน้นจำพวกเนื้อสัตว์ หรือแม้แต่สัตว์ในยุคปัจจุบันหลาย ๆ ชนิดก็เกิดฟันผุได้ ดูอย่างเจ้าตูบเพื่อนรักของเรา หรือแม้แต่แมวที่คุณอาจจะเลี้ยงไว้ก็มีโอกาสฟันผุ แม้ว่าพวกมันส่วนใหญ่จะไม่ได้กินอาหารแบบเรา

ภาพ : Pixabay

 

ย้อนไปในยุคหินซึ่งอาหารคือเนื้อสัตว์ เนื้อที่ไม่ผ่านการปรุงสุกซึ่งมีน้ำตาลอยู่น้อยมาก อันที่จริงมนุษย์ถ้ำทั้งหลายรวมถึงสัตว์เลี้ยงของเราก็ไม่ได้กินแค่เนื้อ พืชผักจำพวกหัว หรือแม้แต่ถั่วต่าง ๆ ก็รวมอยู่ในเมนูอาหารด้วยเช่นกัน ซึ่งเมนูดังกล่าวมีคาร์โบไฮเดรตเป็นส่วนประกอบ และมันจะกลายเป็นน้ำตาลเมื่อเจอกับเอนไซม์ที่อยู่ในน้ำลายของเรา แม้ว่าจะกินเข้าไปเป็นจำนวนไม่มาก แต่ลองนึกสภาพยุคหิน หรือแม้แต่สัตว์เลี้ยงของเราซึ่งไม่ได้แปรงฟันหรือทำความสะอาดช่องปากเป็นประจำทุกวัน มันก็ย่อมมีการสะสมน้ำตาลอยู่ตามซอกฟันและช่องต่าง ๆ ในปากได้ ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุ แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นกลับไม่ได้อยู่ที่อาหารการกิน หรือความเสี่ยงต่อการมีฟันผุ แต่เป็นการกำจัดฟันที่เสียไปต่างหาก นักโบราณคดีค้นพบว่า มีการใช้เครื่องมือปลายแหลมในการงัดและถอนฟันที่ผุทิ้งไป หรือวิธีการอุดฟันโดยใช้ขี้ผึ้ง

 

บางทีท้ายที่สุดแล้วสูงสุดอาจจะคืนสู่สามัญ เมื่อเราค้นพบสาเหตุหลักของอาการฟันผุซึ่งเกิดจากอาหารการกินที่เราเลือกหยิบใส่ปาก เราอาจจะต้องเริ่มแก้จากการรับประทานอาหารเท่าที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายจริง ๆ รวมถึงการทำความสะอาดช่องปากอย่างเหมาะสมและทันท่วงที เพราะว่าการป้องกันนั้นมีง่ายกว่าการรักษา อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า การแปรงฟันไม่ได้ทำให้คุณเจ็บปวด เมื่อเทียบกับค่ายาค่าหมอ หรือแม้แต่ความเจ็บปวดเมื่อฟันมันผุไปแล้ว และคุณต้องขึ้นไปนอนบนเตียงให้ทันตแพทย์ถอนฟันออก

 

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าฝันร้ายของคุณเริ่มต้นจากความหวาน น้ำตาล และแป้ง คุณจะยังกินมันอยู่อีกหรือ

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Creator
  • 0 Followers
  • Follow