Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ทำไมร้องไห้แล้วรู้สึกดีขึ้น

Posted By sanomaru | 28 ต.ค. 60
5,230 Views

  Favorite

กลัว กังวล กดดัน ดีใจ เสียใจ อารมณ์ที่หลากหลายเหล่านี้อาจทำให้น้ำใส ๆ ไหลออกจากดวงตาทั้งสองของเราได้ หรือการที่เราได้รับสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่นผง ก็ทำให้น้ำตาไหลออกมาได้เช่นกัน ซึ่งจากงานวิจัยในต่างประเทศหลายชิ้น ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ผู้หญิงมีอัตราการร้องไห้สูงกว่าผู้ชาย เช่น งานวิจัยของศาสตราจารย์ William H. Frey นักชีวเคมี ที่ระบุว่า ผู้หญิงร้องไห้เฉลี่ยเดือนละ 5.3 ครั้ง ขณะที่ผู้ชายร้องไห้เฉลี่ยเดือนละ 1.3 ครั้ง

ภาพ : Pixabay

 

นอกจากนี้จากการศึกษาผู้คนใน 35 ประเทศ ยังพบว่า ความถี่ในการร้องไห้ระหว่างกับผู้หญิงกับผู้ชายแตกต่างอย่างชัดเจนในประเทศที่มีเสรีภาพในการแสดงออกทางสังคม และผู้คนที่อยู่ในประเทศที่ร่ำรวย มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่า อาจจะมีการร้องไห้มากกว่า เพราะพวกเเขาอยู่ในสังคมและวัฒนธรรมที่อนุญาตให้ทำเช่นนั้นได้ ขณะที่ผู้คนในประเทศที่ยากจนอาจจะอยากร้องไห้และมีการร้องไห้มากเช่นเดียวกัน แต่วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางอารมณ์ก็ขัดขวางการแสดงออกดังกล่าว

 

น้ำตามาจากไหน

ฝนที่ตกลงมาอาจเป็นน้ำตาจากฟ้า แต่สำหรับคนเราแล้วมีแหล่งผลิตน้ำตาที่เรียกว่า ต่อมน้ำตา  (Lacrimal gland) โดยอยู่บริเวณใต้หางคิ้ว และมีหน้าที่หลักในการสร้างน้ำตา เมื่อต่อมน้ำตาสร้างน้ำตาแล้วจะส่งผ่านท่อเล็ก ๆ 6-10 ท่อ เพื่อไปเก็บไว้ยังถุงน้ำตา (Lacrimal sac) ซึ่งอยู่ใกล้กับหัวตา ถุงน้ำตามีลักษณะเป็นทรงกรวย ปลายกรวยเป็นท่อทอดลงสู่โพรงจมูกด้านล่าง (Nasolacrimal duct) ส่วนด้านบนต่อกับท่อน้ำตา (Lacrimal canals) ที่อยู่บริเวณหัวตาด้านบนและด้านล่าง ด้วยเหตุนี้เมื่อเราถูกกระตุ้นด้วยอารมณ์ต่าง ๆ หรือสิ่งแปลกปลอมใด ๆ จึงมีน้ำตาไหลออกมาทางท่อเปิดบริเวณหัวตาก่อน และมักมีน้ำมูกไหลออกมาด้วย

ภาพ : Shutterstock

 

ประเภทของน้ำตา

น้ำตาของคนเราไหลมาด้วยเหตุผล สถานการณ์ และความรู้สึกที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้สามารถแบ่งน้ำตาออกได้เป็น 3 ประเภท
1. น้ำหล่อเลี้ยงตา (Basal Tears) น้ำตาประเภทนี้จะมีลักษณะเป็นแผ่นน้ำตาฉาบที่ผิวลูกตาตลอดเวลา ซึ่งปกติแล้วน้ำตาชนิดนี้จะถูกหลั่งออกมาประมาณ 0.75-1.1 กรัมในแต่ละวัน พวกมันมีหน้าที่รักษากระจกตาซึ่งเป็นส่วนที่โปร่งใสและอยู่ด้านหน้าของตา โดยจะคอยหล่อเลี้ยงและหล่อลื่นดวงตาให้มีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา การกะพริบตาที่เกิดขึ้นแบบอัตโนมัตินั้น เป็นการช่วยกระจายน้ำตาไปบนแผ่นเคลือบทั่ว ๆ ตา ดังนั้น ตาของเราจึงไม่เคยแห้ง

 

น้ำที่หล่อเลี้ยงตาประกอบไปด้วย 3 ชั้น คือ
     - ชั้นไขมัน เป็นแผ่นน้ำตาชั้นนอกสุด ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำตา จึงสามารถรักษาความชุ่มชื้นในดวงตาไว้ได้
     - ชั้นสารน้ำ เป็นชั้นที่หนาที่สุด มีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก และมีสารอาหารที่สำคัญต่อดวงตา เช่น วิตามิน แร่ธาตุ เกลือ กลูโคส โปรตีน ยูเรีย และสารภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ให้ออกซิเจนแก่กระจกตาด้วย
     - ชั้นเมือก เป็นแผ่นน้ำตาชั้นในสุด ซึ่งทำหน้าที่ช่วยยึดแผ่นน้ำตาชั้นอื่น ๆ ให้กระชับติดกับดวงตาไว้

 

2. น้ำตาที่ไหลออกมาเมื่อมีสิ่งกระตุ้น (Reflex Tears) องค์ประกอบของน้ำตาประเภทนี้ไม่ต่างจากน้ำหล่อเลี้ยงตานัก โดยจะช่วยชำระล้างสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ตาของเรา เช่น ฝุ่น ผง แสง หรือไอระเหยจากหัวหอม และยังสัมพันธ์กับการไอ การหาว หรือการอาเจียนด้วย

ภาพ : Shutterstock

 

3. น้ำตาจากการร้องไห้ (Psychic Tears) หรือน้ำตาที่เกิดจากอารมณ์ต่าง ๆ มีส่วนประกอบทางเคมีที่แตกต่างไปจากน้ำที่หล่อเลี้ยงตาและน้ำตาที่ไหลออกมาเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมกระตุ้น โดยประกอบไปด้วยโปรตีน ฮอร์โมนบางชนิด เช่น โปรแลกติน (Prolactin) อะดรีโนคอร์ติโคโทรพิก (Adrenocorticotropic Hormone, ACTH) ซึ่งเชื่อมโยงกับระดับความเครียดที่สูง และลู เอ็นคีฟาลิน (Leu Enkephalin) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด ทั้งนี้ การปลดปล่อยฮอร์โมนความเครียดออกมา ประกอบกับการหลั่งสารที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวด อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราร้องไห้แล้วรู้สึกดีขึ้นก็เป็นได้

ภาพ : Pixabay

 

ในความเป็นจริงแล้วการร้องไห้เป็นผลมาจากอารมณ์ ซึ่งถูกควบคุมจากไฮโปทาลามัสในระบบลิมบิก (Limbic system) และเป็นส่วนของระบบประสาทนอกอำนาจจิตใจ (ซิมพาเทติกและพาราซิมพาเทติก) โดยต่อมน้ำตาจะถูกควบคุมด้วยระบบประสาทนอกอำนาจจิตใจนี้ผ่านสารสื่อประสาทที่เรียกว่า อะซิทิลโคลีน (Acetylcholine) ดังนั้น อารมณ์จึงมีผลต่อการร้องไห้ และใครก็ตามที่กำลังเศร้าหรือสุขมาก ๆ น้ำตาที่หลั่งออกมาก็จะช่วยปรับสมดุลของสารเคมีต่าง ๆ ในร่างกายให้เร็วที่สุด

 

ภาพปก : Pixabay

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • sanomaru
  • 0 Followers
  • Follow