Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ทำไมสีผิวของเราจึงต่างกัน

Posted By Plook Creator | 03 ต.ค. 60
16,688 Views

  Favorite

"I said if you're thinkin' of being my brother
It don't matter if you're black or white"

 

Black or White หนึ่งในเพลงฮิตตลอดกาลของไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อปผู้ล่วงลับ แสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงในเชิงวิทยาศาสตร์และประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์มนุษย์ที่ว่าไม่ว่าคุณจะผิวสีอะไร เราต่างก็เป็นพี่น้องกัน เพราะสีของผิวหนังก็เป็นแค่สี มันไม่ได้ทำให้เราต้องจัดแบ่งหมวดหมู่ของคนแต่อย่างใด คอเคซัส มองโกลอยด์ หรือนิโกร คือเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ที่เคยถูกใช้แบ่งแยกมนุษย์เรา แต่มันไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหลักฐานแท้จริงที่ค้นพบล้วนชี้ให้เห็นว่า มนุษย์นั้นมีต้นกำเนิดมาจากกลุ่มชนทางแอฟริกาใต้ ในยุคที่แผ่นดินทั้งหมดอยู่ติดกัน โลกเราไม่ได้แยกออกเป็นทวีปเหมือนดังที่เป็นในปัจจุบัน

 

แล้วสีผิวที่แตกต่างกันนั้นเกิดจากอะไร

ภาพ : Shutterstock

 

สิ่งที่ทำให้สีผิวมีความแตกต่างกันคือ เม็ดสีหรือเมลานิน (Melanin) และมันทำให้เราแต่ละคนมีสีผิวที่ต่างกัน เมื่อแสงจากดวงอาทิตย์โดยเฉพาะรังสีอัลตราไวโอเลตส่องผ่านชั้นบรรยากาศมายังโลก กระทบกับผิวหนังของเรา สีผิวแต่ละคนที่ต่างกันทำให้เกิดปฏิกิริยากับแสงแตกต่างกันออกไป หากคุณมีผิวสีขาว ผิวของคุณจะกลายเป็นสีแดงเพียงไม่กี่นาที แต่สำหรับบางคนที่มีสีผิวเข้มกว่า อาจจะใช้เวลานานกว่าจึงจะเห็นสีผิวที่เปลี่ยนไป เมลานินหรือเม็ดสีที่ผิวของคนเรามีหน้าที่หลักในการป้องกันแสงแดดที่จะส่องเข้ามาและอาจจะทำลายผิวของเรา สำหรับคนที่มีเมลานินมากก็เหมือนมีกำแพงป้องกันรังสีที่แข็งแกร่ง แน่นอนว่ามันอาจจะบดบังความงดงามของปราสาทภายใน แต่ก็ทำให้ข้าศึกอย่างแสงแดดไม่สามารถเล็ดลอดเข้าไปได้ง่าย ๆ นั่นทำให้คนที่มีผิวสีเข้มและเมลานินมาก มีความสามารถในการป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตได้ดีกว่าคนที่มีเมลานินน้อย

ภาพ : Pixabay

 

เมลานินอยู่บริเวณชั้นผิวหนังกำพร้า ถูกผลิตขึ้นโดยเมลาโนไซต์ (Melanocyte) จากชั้นล่างสุดของชั้นหนังกำพร้า ก่อนจะถูกส่งขึ้นมาสู่ชั้นบนเป็นทอด ๆ โดยเมลานินซึ่งถูกผลิตขึ้นมานี้มี 2 ชนิด ได้แก่ ยูเมลานิน (Umelanin) ซึ่งมีสีดำและน้ำตาลเข้ม และฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) ซึ่งมีสีแดงและเหลือง เมลานินทั้งสองชนิดนี้มีสัดส่วนแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล  สัดส่วนที่แตกต่างกันไปของเมลานินที่ผลิตออกมาทำให้สีผิวของเราแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ชาวแอฟริกันหรืออเมริกาใต้หรือผู้ที่มีผิวคล้ำ จะมีสัดส่วนของยูเมลานินมากกว่า ในขณะที่คนผิวขาว เอเชีย จีน หรือยุโรป จะมีสัดส่วนของฟีโอเมลานินมากกว่า และมันยังทำให้เกิดเป็นกระบนผิวหนังหรือผมที่มีสีแดงด้วย เพราะเมลานินไม่ได้เป็นเพียงเม็ดสีสำหรับผิวหนังของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสีของผมและขนด้วย อย่างไรก็ตามเฉดของสีผิวไม่ได้เกิดขึ้นจากเมลานินเท่านั้น แต่ยังเกิดจากวิวัฒนาการของแต่ละเผ่าพันธุ์ ซึ่งมีแสงจากดวงอาทิตย์เป็นปัจจัยหนึ่ง

ภาพ : Pixabay

 

หากร่างกายของเราได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ในปริมาณมากและเป็นเวลานาน ผิวของเราจะไหม้ เซลล์ของเราจะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์และทำให้กลายเป็นสีแดง เกิดการเปลี่ยนแปลงในดีเอ็นเอของเซลล์ และหากมันรุนแรงมาก ก็อาจจะเกิดการกลายพันธุ์และทำให้เป็นเมลาโนมา (Melanoma) มะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากเซลล์เมลาโนไซท์ทำงานผิดปกติ แต่ในปัจจุบันมีการผลิตสารป้องกันแสงแดดออกมาหลายรูปแบบ ทั้งแบบโลชั่น แบบครีม แบบสเปรย์ โดยแต่ละแบบมีส่วนประกอบและคุณสมบัติในการสะท้อนแสงแดดและรังสีที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ของเราแตกต่างกันออกไป

 

ทั้งนี้ในอดีตกาลหลายหมื่นหลายแสนปีก่อน เราไม่มีครีมกันแดดแบบในปัจจุบัน ร่างกายของเราจึงต้องผลิตสารกันแดดจากธรรมชาติอย่างเมลานินออกมา และนั่นทำให้คนที่อยู่ในภูมิประเทศที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดในปริมาณมากอย่างบริเวณเขตศูนย์สูตรมีผิวสีเข้ม เพื่อรับมือกับปริมาณรังสีที่มากกว่าคนที่อยู่ในโซนเหนือหรือใต้เส้นศูนย์สูตรระดับต่าง ๆ ซึ่งได้รับแสงแดดน้อยกว่า จึงไม่จำเป็นต้องมีเมลานินมาก ดังนั้น สีผิวจึงเป็นเพียงกลไกทางธรรมชาติ ซึ่งปรับให้เราอยู่รอดในสภาพแวดล้อมได้ ไม่ได้ทำให้เราแตกต่างในความเป็นมนุษย์ หรือในความสัมพันธ์ของเราแต่อย่างใด

 

ภาพปก : Shutterstock

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Creator
  • 0 Followers
  • Follow