Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

การวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมีย

Posted By Plookpedia | 24 เม.ย. 60
857 Views

  Favorite

การวินิจฉัยโรคธาลัสซีเมีย

๑. การวินิจฉัยจากลักษณะของผู้ป่วยและอาการของโรค 
ผู้ที่เป็นโรค และมีอาการของโรคชัดเจน ได้แก่ ซีดเรื้อรัง เหลือง เจริญเติบโตไม่สมอายุ มีม้ามโต ตับโต หน้าธาลัสซีเมีย จะได้รับการวินิจฉัยได้ง่าย ในรายที่อาการน้อยอาจมีเพียงประวัติซีด หรือซีดลงเมื่อมีไข้ ประวัติของโรคในครอบครัวถึงแม้จะไม่มี ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ แต่ถ้ามีประวัติด้วยก็จะช่วยสนับสนุน การวินิจฉัยจึงจำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยเสมอ การตรวจทั้งครอบครัวจะช่วยยืนยันการวินิจฉัย และทำให้เข้าใจแผนการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ในการพยากรณ์โรค การรักษา และการควบคุมป้องกันโรคต่อไป 

๒. การตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยวิธีมาตรฐาน 
ใช้เลือดที่เจาะได้จากเส้นเลือดดำนำไปตรวจหาสิ่งต่างๆ ดังนี้ 

 

โรคธาลัสซีเมีย
เปรียบเทียบเม็ดเลือดแดงปกติ (ภาพซ้าย) กับเม็ดเลือดแดงผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย (ภาพขวา) จะมีลักษณะแตกต่างกัน
จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 29


ก. การตรวจนับเม็ดเลือดแดง
โดยใช้เครื่องมืออัตโนมัติ ร่วมกับการตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ตรวจจำนวนของเม็ดเลือดแดง จะพบว่า เม็ดเลือดแดงอัดแน่น ระดับเฮโมโกลบินลดต่ำลง มีเม็ดเลือดแดงตัวอ่อนมากขึ้น เม็ดเลือดแดงติดสีจาง ขนาดและรูปร่างแตกต่างกันมาก มีลักษณะรูปร่างผิดปกติ เฮโมโกลบินตกตะกอนอยู่ภายในเม็ดเลือดแดง เมื่อย้อมด้วยสีพิเศษ จะเป็นลักษณะของโรคเฮโมโกลบินเอช ซึ่งเป็น เฮโมโกลบินไม่เสถียร 
ข. การตรวจดัชนีเม็ดเลือดแดง
พบว่าปริมาตรเฉลี่ยของเม็ดเลือดแดงเล็กลง และปริมาณเฮโมโกลบินเฉลี่ยในเม็ดเลือดแดง ลดลง

 

โรคธาลัสซีเมีย
การตรวจดูลักษณะเม็ดเลือดแดง โดยใช้กล้องจุลทรรศน์
จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 29

 
ค. การตรวจชนิดและปริมาณของเฮโมโกลบิน 
ทำได้หลายวิธี สามารถวินิจฉัยโรคและพาหะธาลัสซีเมียชนิดต่างๆ ได้ 
ง. การตรวจดีเอ็นเอ 
โดยการตรวจพิเศษ เพื่อดูรายละเอียดของยีนทั้งหมด หรือเฉพาะส่วน เพื่อวินิจฉัยพาหะและโรคธาลัสซีเมีย มีประโยชน์ที่สำคัญ คือ เพื่อใช้ตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์ดูว่า ทารกได้รับยีนธาลัสซีเมียจากบิดา และ/หรือมารดาหรือไม่ ทั้งนี้ จึงต้องตรวจบิดา และ/หรือมารดาไว้ก่อนด้วย 

 

๓. การตรวจวินิจฉัยพาหะ 
ก. การตรวจกรอง 
เป็นการตรวจเบื้องต้นด้วยวิธีที่ทำได้ง่าย สะดวก ค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก และมีความไวสูง เพื่อตรวจคัดเอาผู้ที่ไม่เป็นพาหะของธาลัสซีเมียที่สำคัญออกไป โดยการตรวจดังต่อไปนี้ 

  • ตรวจความเปราะของเม็ดเลือดแดงในหลอดทดลอง จะให้ผลบวกในพาหะของบีตา-ธาลัสซีเมีย และแอลฟา-ธาลัสซีเมีย ๑ โฮโมไซกัสเฮโมโกลบินอี และโรคธาลัสซีเมีย เม็ดเลือดแดงในภาวะเหล่านี้ทนทานต่อสารละลายน้ำเกลือที่ใช้ทดสอบ ในภาวะดังกล่าวจะพบว่า เม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็กด้วย จึงสามารถเลือกตรวจวิธีใดก็ได้
  • ตรวจการตกตะกอนของเฮโมโกลบินอี โดยใช้สีพิเศษ สามารถวินิจฉัยพาหะของเฮโมโกลบินอี และทุกภาวะ ที่มีเฮโมโกลบินอีอยู่ด้วย

ข. การตรวจโดยวิธีมาตรฐาน 
เมื่อการตรวจกรองให้ผลบวกอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง ๒ อย่าง ต้องทำการตรวจยืนยันโดยวิธีมาตรฐานต่อไป เช่นเดียวกับที่ใช้ในการตรวจวินิจฉัยโรค เพื่อให้ทราบว่า เป็นพาหะจริงหรือไม่ และเป็นชนิดใด การตรวจนี้ให้ผลแม่นยำ ครอบคลุมพาหะของ ธาลัสซีเมียชนิดสำคัญทั้ง ๓ ชนิด คือ บีตา-ธาลัสซีเมีย แอลฟา-ธาลัสซีเมีย ๑ และเฮโมโกลบินอี ซึ่งอาจเป็นคู่เสี่ยงที่จะมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงได้ แต่ สำหรับพาหะบางชนิด ที่อาจทำให้มีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดไม่รุนแรงนั้น อาจตรวจไม่พบ ต้องตรวจดีเอ็นเอจึงจะวินิจฉัยได้ 
การตรวจกรองมักใช้ตรวจประชากรทั่วไป หรือในโครงการควบคุมป้องกันโรคที่ต้องตรวจคนจำนวนมาก แต่สำหรับบุคคลที่มีอัตราเสี่ยงสูง เช่น ในครอบครัวผู้ป่วย ญาติ อาจพิจารณาตรวจด้วยวิธีมาตรฐาน แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่า แต่ก็ประหยัดเวลา และลดขั้นตอนการตรวจลงได้

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 15 Followers
  • Follow