663 Views
การเลือกอาหารที่มีเอนไซม์ธรรมชาติหรือกากใยสูง จะช่วยให้กระบวนการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ลื่นไหลมากขึ้น
สับปะรดมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า Bromelain (โบรมีเลน) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยย่อยโปรตีน เหมาะมากสำหรับทานหลังมื้ออาหารหนัก ๆ เช่น บุฟเฟต์ปิ้งย่าง เพื่อลดอาการแน่นท้อง
ในมะละกอมีเอนไซม์ Papain (ปาเปน) ที่ช่วยสลายโปรตีนให้ย่อยง่ายขึ้น นอกจากนี้มะละกอสุกยังมีใยอาหารสูงและฤทธิ์ระบายอ่อน ๆ ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้เป็นอย่างดี
แหล่งรวม Probiotics (โพรไบโอติกส์) หรือจุลินทรีย์ตัวดีที่จะเข้าไปปรับสมดุลในลำไส้ ช่วยลดอาการท้องผูก ท้องเสีย และทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ช่วยกระตุ้นการทำงานของทางเดินอาหารและช่วยขับลม ลดอาการท้องอืดและคลื่นไส้ การดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ หลังอาหารจะช่วยให้กระเพาะอาหารเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น
กล้วยมีใยอาหารชนิด Pectin (เพกทิน) ซึ่งช่วยในเรื่องการขับถ่าย และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ลดการระคายเคืองจากกรดเกิน
การผสม Apple Cider Vinegar 1 ช้อนชาในน้ำสะอาดดื่มก่อนมื้ออาหาร ช่วยเพิ่มความเป็นกรดในกระเพาะอาหารอย่างพอเหมาะ ทำให้การย่อยอาหารประเภทโปรตีนและไขมันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผักอย่าง ผักโขม หรือ บรอกโคลี เป็นแหล่งของแมกนีเซียมและใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้ ทำให้กากอาหารเคลื่อนที่ผ่านระบบย่อยอาหารได้รวดเร็วขึ้น
นอกจากการกินอาหารช่วยย่อยแล้ว พฤติกรรมการกินก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น ควรปฏิบัติตามนี้
- เคี้ยวให้ละเอียด : การย่อยเริ่มต้นที่ "ปาก" การเคี้ยวอาหาร 20-30 ครั้งต่อคำ ช่วยลดภาระของกระเพาะอาหารได้มหาศาล
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ : น้ำช่วยให้ใยอาหารทำงานได้ดีและป้องกันอุจจาระแข็ง
- เลี่ยงอาหารขยะ : อาหารที่มีไขมันสูงและน้ำตาลเยอะ คือตัวการสำคัญที่ทำให้ระบบย่อยพัง