21 Views
การสังเคราะห์แสงจะเกิดขึ้นที่ ใบของพืช โดยเฉพาะใบที่มีสีเขียว เพราะมีสารที่เรียกว่า คลอโรฟิลล์ ซึ่งทำหน้าที่ดูดพลังงานจากแสงแดด
สิ่งที่พืชต้องใช้ในการสังเคราะห์แสง ได้แก่
- แสงแดด เป็นแหล่งพลังงาน
- น้ำ ดูดขึ้นมาจากดินทางราก
- ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากอากาศ
เมื่อทุกอย่างพร้อม พืชจะนำสิ่งเหล่านี้มารวมกันเพื่อสร้างอาหารให้ตัวเอง
แบ่งเป็น 2 ขั้นตอนใหญ่ เพื่อให้เห็นความต่าง
1. ปฏิกิริยาแสง (Light Reaction): เกิดขึ้นที่ไทลาคอยด์ในคลอโรพลาสต์ โดยใช้แสงเปลี่ยนน้ำให้เป็นพลังงานเคมี และได้ ออกซิเจน ออกมา
2. วัฏจักรคัลวิน (Calvin Cycle) ไม่ต้องใช้แสงโดยตรง เป็นการนำพลังงานเคมีมาเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลายเป็น น้ำตาลกูลโคส ไม่ต้องใช้แสงโดยตรง เป็นการนำพลังงานเคมีมาเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้กลายเป็น น้ำตาลกูลโคส
อาหารที่พืชสร้างจากการสังเคราะห์แสงคือ น้ำตาลกลูโคส ซึ่งพืชจะนำไปใช้ในการ
- เจริญเติบโต
- สร้างลำต้น ใบ ดอก และผล
- สะสมเป็นพลังงาน
ดังนั้น การสังเคราะห์แสงของพืชจึงเป็นกระบวนการที่ทำให้พืชมีชีวิตและเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากพืชจะได้อาหารแล้ว การสังเคราะห์แสงยังช่วย
- ปล่อยก๊าซออกซิเจน ให้คนและสัตว์ใช้หายใจ
- เป็นจุดเริ่มต้นของห่วงโซ่อาหาร
- ช่วยรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม
หากไม่มีการสังเคราะห์แสงของพืช สิ่งมีชีวิตบนโลกจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
การสังเคราะห์แสงของพืช คือกระบวนการที่พืชใช้แสงแดด น้ำ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
เพื่อสร้างอาหารและปล่อยออกซิเจนออกมา เป็นเนื้อหาพื้นฐานทาง วิทยาศาสตร์
ที่นักเรียนควรเข้าใจ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา