17 Views
ก่อนจะเลิกนิสัยแย่ได้ เราต้องเข้าใจก่อนว่า นิสัยไม่ได้เกิดจากความขี้เกียจ แต่เกิดจากสมองที่ต้องการความสบายและความคุ้นเคย การเปลี่ยนนิสัยที่ได้ผลจริง จึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดก่อนเป็นอันดับแรก มาดูสาเหตุที่คนส่วนใหญ่เลิกนิสัยแย่ไม่สำเร็จ อาจเป็นเพราะ
- ใช้วิธีห้าม แทนที่จะใช้วิธีแทนที่
- มีการตั้งเป้าหมายใหญ่เกินไป กดดันตัวเองมากเกิน จนสมองต่อต้าน
- โทษตัวเองเมื่อพลาด ทำให้รู้สึกแย่และยอมแพ้
แทนที่จะด่าว่าตัวเอง ให้ถามว่าเราทำนิสัยนี้ตอนไหน เพราะอะไร อารมณ์แบบไหน เช่น กินขนมเพราะเครียด เล่นมือถือเพราะเบื่อ เมื่อเข้าใจต้นเหตุ จะเลิกได้ง่ายขึ้นมาก
พลังใจมีจำกัด แต่สภาพแวดล้อมเราสามารถควบคุมได้ นิสัยดีก็จะเกิดขึ้นง่าย มาดูตัวอย่างเมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อ
- ไม่อยากเล่นมือถือ → วางมือถือให้ไกลตัว
- อยากอ่านหนังสือ → วางหนังสือในที่เห็นชัด
- อยากกินดีขึ้น → เตรียมอาหารสุขภาพไว้ล่วงหน้า
การเชื่อมโยงนิสัยดีเข้ากับกิจวัตรเดิม คือการนำนิสัยดีที่อยากสร้างไปพ่วง ไว้กับพฤติกรรมที่เราทำเป็นประจำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แทนที่จะเริ่มนิสัยใหม่จากศูนย์ เพราะในความเป็นจริง สมองมนุษย์ไม่ชอบเริ่มต้นสิ่งใหม่ แต่ชอบทำสิ่งที่คุ้นเคย หากเรานำนิสัยดีไปผูกกับกิจวัตรเดิม สมองจะรู้สึกว่าง่าย ไม่ต้องใช้แรงใจเพิ่ม และไม่เกิดความต่อต้าน
ตัวอย่างการเชื่อมโยงนิสัยดีในชีวิตประจำวัน
ด้านสุขภาพ
หลังตื่นนอน → ดื่มน้ำ 1 แก้ว
หลังแปรงฟัน → สควอท 5 ครั้ง
หลังมื้อเย็น → เดินช้า ๆ 5 นาที
ด้านการทำงาน
หลังเปิดคอม → จัดลำดับงาน 3 เรื่อง
หลังประชุม → เขียนสรุป 3 บรรทัด
หลังพักเที่ยง → ทำงานยากที่สุดก่อน 5 นาที
ด้านจิตใจ
หลังอาบน้ำ → หายใจลึก ๆ 1 นาที
ก่อนนอน → เขียนสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นวันนี้ 1 เรื่อง
หลังตื่นนอน → พูดกับตัวเองเชิงบวก 1 ประโยค
1. นิสัยผัดวันประกันพรุ่ง
นิสัยผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เพราะหลายคนมักกังวลว่างานเยอะมาก กลัวทำได้ไม่ดี ทำให้สมองอยากหลีกเลี่ยงความเครียด การบอกตัวเองว่า “ต้องทำให้เสร็จ” จะยิ่งเพิ่มแรงกดดัน วิธีเลิกนิสัยแย่แบบไม่กดดัน แทนที่จะบอกว่า “ต้องทำงานนี้ให้เสร็จ” ให้เปลี่ยนเป็น “ทำแค่ 20 นาที แล้วหยุดได้” สมองจะยอมง่ายขึ้น และเมื่อเริ่มแล้วจะทำต่อไปเองโดยไม่รู้ตัว การทำเช่นนี้ทำให้เราได้งานเสร็จสม่ำเสมอ ความเครียดลดลง และความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น
2. นิสัยนอนดึก เล่นมือถือก่อนนอน
มือถือให้ทั้งความเพลิดเพลินและการผ่อนคลาย สมองจึงเชื่อมโยงว่า มือถือ = พักผ่อน แม้จริง ๆ จะทำให้นอนหลับยากขึ้น วิธีเลิกนิสัยนี้แบบค่อยเป็นค่อยไป อย่าบังคับให้เลิกทันที แต่ให้ปิดหน้าจอเร็วขึ้นวันละ 10–15 นาที เปลี่ยนจากดูคลิปเป็นฟังเพลงเบา ๆ หรือพอดแคสต์ หรือวางมือถือให้ไกลจากเตียง การทำเช่นนี้จำทำให้เราหลับง่ายขึ้น อารมณ์ดีขึ้นในตอนเช้า และสมองปลอดโปร่งขึ้นอย่างชัดเจน
3. นิสัยคิดลบ โทษตัวเองบ่อย
สมองถูกฝึกให้มองหาความผิดพลาด เพื่อป้องกันอันตราย แต่เมื่อมากเกินไป จะกลายเป็นการบั่นทอนตัวเอง วิธีเลิกนิสัยนี้โดยไม่ฝืนใจ ไม่ต้องคิดบวกทันที แค่เปลี่ยนจากการบั่นทอนเป็นการสังเกต จาก “เราแย่มาก” → “ครั้งนี้เราพลาด แต่เรียนรู้อะไรได้บ้าง” การทำเช่นนี้ทำให้เรามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นกล้าลองสิ่งใหม่ และสุขภาพจิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
4. นิสัยไม่ออกกำลังกาย เพราะรู้สึกว่ามันยาก
คนจำนวนมากไม่เกลียดการออกกำลังกาย แต่เกลียด “ภาพจำ” ที่ต้องเหนื่อย หนัก และใช้เวลาเยอะ
วิธีเลิกความคิดนี้ ไม่เรียกว่าออกกำลังกาย แต่เรียกว่า “ขยับร่างกาย” อาจทำวันละ 5-10 นาทีเลือกกิจกรรมที่ไม่รู้สึกฝืน เช่น เดิน ยืดตัว เต้นเบา ๆ การทำเช่นนี้ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น พลังงานในแต่ละวันเพิ่ม และเริ่มอยากขยับร่างกายมากขึ้นเอง
5. นิสัยใช้เงินตามใจ ไม่วางแผน
การใช้เงินให้ความสุขทันที ขณะที่การออมให้ผลในอนาคต สมองจึงเลือกความสุขระยะสั้น วิธีเลิกนิสัยใช้เงินตามใจแบบไม่เครียดคือ ไม่ต้องตัดรายจ่ายทั้งหมด แต่ให้ตั้งออมอัตโนมัติจำนวนเล็กน้อย แยกเงินใช้กับเงินเก็บให้ชัด การทำเช่นนี้ทำให้มีความมั่นคงทางการเงินเพิ่ม เครียดเรื่องเงินน้อยลง และรู้สึกว่าเราควบคุมชีวิตได้มากขึ้น