6,512 Views
นอกจากทักษะการอ่าน การเขียนและการคิดคำนวณ ที่เด็ก ๆ จะได้รับโดยตรงจากในห้องเรียนแล้ว ผู้ปกครองสามารถเสริมทักษะเหล่านี้ทางอ้อม ผ่าน 7 กิจกรรมที่เน้นให้เด็กได้มีบทบาทหลากหลายในชีวิตประจำวัน
ฝึกทักษะการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling Skills ให้กับเด็กผ่านบัตรภาพเล่าเรื่องหรือบอร์ดเกมเล่าเรื่อง ที่จะช่วยพัฒนาทักษะการคิด ภาษา และการสื่อสาร เมื่อเด็กเกิดความคล่องแคล่วชำนาญ เข้าใจองค์ประกอบของการเล่าเรื่อง จึงค่อยให้เด็กลองเปลี่ยนตัวละครจากที่เกมกำหนดมาเป็นตัวเอง แล้วเล่าปากเปล่าให้คนในครอบครัวฟัง จากนั้นค่อยขยับไปเป็นการเล่าเรื่องผ่านเครื่องมือสื่อสารให้คนที่อยู่ไกลกันได้ฟัง เช่น ญาติผู้ใหญ่ที่ไม่สามารถพบเจอกันได้ในช่วงนี้ โดยเล่าผ่านโปรแกรมประชุมวิดีโอคอล เช่น Zoom หรือ เล่าผ่านการโทรออกด้วยวิดีโอของแอปพลิเคชัน Line
ให้เด็กได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมที่สามารถดูแลระบบได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น ระบบขนมในตะกร้าของครอบครัว เริ่มตั้งแต่รับงบประมาณจากพ่อแม่ เลือกซื้อขนมที่หลากหลายให้ตรงกับความชอบของคนในครอบครัว ฝึกดูรายการในใบเสร็จและจำนวนเงินที่จ่ายพร้อมเงินทอน บริหารจัดการจำนวนขนมในตะกร้าให้เหมาะสมกับระยะเวลา และทำบัญชีบันทึกรายการซื้อขนมและเงินที่เหลือ เพื่อควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงรายการขนมในรอบถัดไป
ให้เด็ก ๆ ตระหนักถึงความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขในชีวิตประจำวัน เช่น การเก็บรักษารหัสต่าง ๆ ตัวเลขบนบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ของตนเองหรือคนในครอบครัว และบ้านเลขที่ที่ไม่อาจเผยแพร่ทั่วไปได้หากไม่มีเหตุอันสมควร รวมถึงการจดจำเบอร์โทรฉุกเฉินต่าง ๆ เพื่อใช้ในยามจำเป็น
แม้ว่าเรื่องระบบน้ำไฟภายในบ้านเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ต้องจัดการเป็นหลักอยู่แล้ว แต่หากพาเด็กไปสำรวจทำความรู้จักโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของบ้านที่ตนเองอยู่อาศัย ก็จะช่วยเพิ่มทักษะในการเอาตัวรอดเมื่อพบเจอสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เช่น รู้ตำแหน่งเบรกเกอร์ในบ้าน วิธีสับเบรกเกอร์ ตำแหน่งวาล์วน้ำในจุดต่าง ๆ วิธีเปิด-ปิด วาล์วน้ำ และการเปิด-ปิด แก๊สในครัว ทั้งในแง่ที่ต้องระมัดระวังในการใช้ และการช่วยพ่อแม่ดูแลความเรียบร้อยในบ้าน
ชวนเด็ก ๆ จัดข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวให้เป็นหมวดหมู่ ด้วยการสร้างป้ายกำกับเพื่อให้สิ่งเหล่านั้นหยิบใช้งานง่าย และถูกเก็บเข้าที่ในภายหลัง เช่น หนังสือบนชั้น ของสะสม หรืออุปกรณ์เครื่องเขียน โดยฝึกให้เด็กคิดเขียนหมวดหมู่ตามความถนัดของตนเอง เช่น เด็กอาจจะไม่ได้แบ่งหนังสือบนชั้นตามประเภทของหนังสือ แต่แบ่งตามความชอบ หรือความถี่ในการใช้งาน
ให้เด็ก ๆ เรียนรู้การทำอาหารอย่างง่ายกินเองได้หากมีเหตุจำเป็น เช่น วิธีหุงข้าว การวัดปริมาณน้ำในการหุง การทำไข่ให้สุก หรือการผสมของวัตถุดิบอื่น ๆ ที่หาง่าย เช่น ขนมปัง นม ผลไม้ ธัญพืชอบกรอบ หรือโยเกิร์ต ซึ่งนอกจากการประกอบร่างวัตถุดิบเหล่านี้ให้เป็นเมนูใหม่ ๆ ได้แล้ว ยังต้องให้เด็กเรียนรู้การอ่านฉลาก ดูวันหมดอายุของอาหาร และวิธีสังเกตอาหารที่หมดอายุในกรณีที่ไม่มีฉลาก
ฝึกทักษะการดูแผนที่ก่อนออกเดินทางและขณะเดินทาง ให้เด็กเรียนรู้เรื่องทิศทาง ระยะทาง ตำแหน่ง และสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อสร้างความเข้าใจในการอ่านและแปลความหมายแผนที่ได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการมองหาหรือสังเกตทางออกของทุกสถานที่ที่ไปไว้เสมอ