Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

เทคนิคสอนลูกเพื่อป้องกันปัญหา อาหารติดคอ

Posted By Plook Parenting | 16 เม.ย. 64
3,894 Views

  Favorite

หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก คือ ภาวะทางเดินหายใจหรือหลอดอาหารถูกอุดกั้นจากสิ่งแปลกปลอม (choking) ซึ่งเป็นภาวะที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ แต่หากคุณพ่อคุณแม่สอนลูกให้รู้จักป้องกันตัวเอง ก็สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวให้ห่างไกลได้มากขึ้น

 

นอกจากการระมัดระวังจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว การสอนให้เด็กรู้จักดูแลตัวเอง ป้องกันตัวเอง และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันอาหารติดคอ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ลูกห่วงไกลจากปัญหานี้ได้ (และคุณพ่อคุณแม่ก็ควรทำให้ลูกดูเพื่อเป็นตัวอย่างด้วยเช่นกัน) โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเขาด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้

 

ภาพ : Shutterstock

 

วิธีการ

1. สอนให้ลูกเคี้ยวอาหารให้ละเอียด

การให้ลูกเคี้ยวอาหารให้ละเอียด เคี้ยวช้า ๆ แล้วค่อยกลืน ช่วยลดปัญหาอาหารติดคอได้ เนื่องจากอาหารมีชิ้นเล็กลง ละเอียดขึ้น ส่งผลให้กลืนลงไปง่าย ทั้งยังช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดี ลดปัญหาท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้อีกด้วย

2. หากเป็นอาหารที่มีก้าง เศษแข็ง หรือมีเม็ด ให้ลูกเขี่ยออกก่อนตักเข้าปาก

ในอาหารประเภทปลา กุ้ง อาหารที่มีเปลือกแข็งหรือมีเศษแข็ง ผลไม้มีเม็ด ฯลฯ แน่นอนว่าก่อนตักให้ลูกคุณพ่อคุณแม่ย่อมเขี่ยเศษเหล่านั้นออกให้ลูกก่อนอยู่แล้ว แต่เพื่อป้องกันเศษเหล่านั้นเล็ดรอดสายตา ควรบอกให้ลูกตรวจสอบอาหารเหล่านั้นดูอีกครั้งก่อนที่ลูกจะตักใส่ปาก

 

ภาพ : Shutterstock

 

3. สอนให้ลูกกินอาหารคำเล็ก ๆ

คุณพ่อคุณแม่สามารถหั่นอาหารเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ลูกตักกินง่ายขึ้นได้ แต่หากยังมีบางชิ้นที่ใหญ่เกินไป คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกหั่นอาหารให้ชิ้นเล็กลงได้ด้วยตัวเอง จากนั้นจึงตักเข้าปาก อาหารชิ้นเล็กจะช่วยให้ลูกเคี้ยวอาหารได้ง่ายและละเอียดขึ้น ลดความเสี่ยงภาวะอาหารติดคอได้

4. สำหรับอาหารชิ้นเล็ก ให้ลูกค่อย ๆ หยิบกิน

อาหารชิ้นเล็ก อาทิ ถั่วต่าง ๆ ขนม ลูกอม องุ่น ป๊อปคอร์น เยลลี่ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกค่อย ๆ หยิบกิน ค่อย ๆ เคี้ยว ไม่ควรให้ลูกเทบางส่วนหรือทั้งหมดใส่ปาก เพราะการทำแบบนั้นอาจส่งผลให้อาหารบางชิ้นร่วงหล่นลงไปในหลอดลมระหว่างลูกเงยหน้าได้

5. ไม่ควรพูดคุยขณะอาหารอยู่ในปาก

การพูดคุยขณะมีอาหารอยู่ในปาก เสี่ยงที่อาหารจะติดคอเด็กเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อพูดคุยหลอดลมจะเปิด หากเด็กกลืนอาหารผิดจังหวะ อาจส่งผลให้อาหารนั้น ๆ ลงไปติดที่หลอดลมได้

 

ภาพ : Shutterstock

 

6. ไม่ควรวิ่งเล่นขณะอาหารอยู่ในปาก

ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังทำกิจกรรมที่ต้องออกแรง เช่น วิ่งเล่น วิ่งไล่จับ ปีนป่าย ฯลฯ ไม่ควรป้อนอาหารให้ลูก เพราะเมื่อเด็กใช้พลังงานมาก ย่อมมีการหอบหายใจด้วยความเหนื่อย หากเด็กกินขนมในจังหวะนั้น อาจส่งผลให้อาหารหลุดเข้าไปติดหลอดลมได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย หากเด็กรู้สึกเหนื่อย หิว อยากกินขนม ให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกมานั่งพักให้หายเหนื่อยแล้วจึงให้ลูกกิน เมื่อลูกกินอิ่มแล้ว จึงให้ไปเล่นต่อได้

7. สอนลูกว่าห้ามหยิบสิ่งที่ไม่ใช่ของกินเข้าปาก

คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกว่า ไม่ควรนำสิ่งของที่ไม่ใช่ของกินเข้าปากโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสี่ยงติดคอลูกแล้ว ยังอาจมีเชื้อโรคซึ่งทำให้ลูกเจ็บป่วยได้ แต่หากลูกไม่แน่ใจหรืออยากรู้ว่าสิ่งไหนกินได้ไม่ได้ ให้มาถามคุณพ่อคุณแม่ก่อนเสมอ หากสอนให้เด็กเข้าใจ เขาก็จะเกิดกระบวนการเรียนรู้ และหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง

 

วัยเด็กเป็นวัยแห่งการเรียนรู้และจดจำ หากคุณพ่อคุณแม่อธิบายสิ่งต่าง ๆ ให้เขาเข้าใจ ลูกก็จะเกิดการเรียนรู้เพื่อป้องกันตัวเอง และหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์เสี่ยงต่าง ๆ ได้ด้วยตัวของเขาเอง แต่หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกมีอาการอาหารติดคอ สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ตามลิงก์นี้

วิธีการดูแลเบื้องต้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอเด็ก

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Parenting
  • 8 Followers
  • Follow