นอกจากการระมัดระวังจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว การสอนให้เด็กรู้จักดูแลตัวเอง ป้องกันตัวเอง และมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันอาหารติดคอ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ลูกห่วงไกลจากปัญหานี้ได้ (และคุณพ่อคุณแม่ก็ควรทำให้ลูกดูเพื่อเป็นตัวอย่างด้วยเช่นกัน) โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนเขาด้วยวิธีการต่าง ๆ ดังนี้
การให้ลูกเคี้ยวอาหารให้ละเอียด เคี้ยวช้า ๆ แล้วค่อยกลืน ช่วยลดปัญหาอาหารติดคอได้ เนื่องจากอาหารมีชิ้นเล็กลง ละเอียดขึ้น ส่งผลให้กลืนลงไปง่าย ทั้งยังช่วยให้กระเพาะย่อยอาหารได้ดี ลดปัญหาท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยได้อีกด้วย
ในอาหารประเภทปลา กุ้ง อาหารที่มีเปลือกแข็งหรือมีเศษแข็ง ผลไม้มีเม็ด ฯลฯ แน่นอนว่าก่อนตักให้ลูกคุณพ่อคุณแม่ย่อมเขี่ยเศษเหล่านั้นออกให้ลูกก่อนอยู่แล้ว แต่เพื่อป้องกันเศษเหล่านั้นเล็ดรอดสายตา ควรบอกให้ลูกตรวจสอบอาหารเหล่านั้นดูอีกครั้งก่อนที่ลูกจะตักใส่ปาก
คุณพ่อคุณแม่สามารถหั่นอาหารเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ลูกตักกินง่ายขึ้นได้ แต่หากยังมีบางชิ้นที่ใหญ่เกินไป คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกหั่นอาหารให้ชิ้นเล็กลงได้ด้วยตัวเอง จากนั้นจึงตักเข้าปาก อาหารชิ้นเล็กจะช่วยให้ลูกเคี้ยวอาหารได้ง่ายและละเอียดขึ้น ลดความเสี่ยงภาวะอาหารติดคอได้
อาหารชิ้นเล็ก อาทิ ถั่วต่าง ๆ ขนม ลูกอม องุ่น ป๊อปคอร์น เยลลี่ ฯลฯ คุณพ่อคุณแม่ควรสอนให้ลูกค่อย ๆ หยิบกิน ค่อย ๆ เคี้ยว ไม่ควรให้ลูกเทบางส่วนหรือทั้งหมดใส่ปาก เพราะการทำแบบนั้นอาจส่งผลให้อาหารบางชิ้นร่วงหล่นลงไปในหลอดลมระหว่างลูกเงยหน้าได้
การพูดคุยขณะมีอาหารอยู่ในปาก เสี่ยงที่อาหารจะติดคอเด็กเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อพูดคุยหลอดลมจะเปิด หากเด็กกลืนอาหารผิดจังหวะ อาจส่งผลให้อาหารนั้น ๆ ลงไปติดที่หลอดลมได้
ในขณะที่เด็ก ๆ กำลังทำกิจกรรมที่ต้องออกแรง เช่น วิ่งเล่น วิ่งไล่จับ ปีนป่าย ฯลฯ ไม่ควรป้อนอาหารให้ลูก เพราะเมื่อเด็กใช้พลังงานมาก ย่อมมีการหอบหายใจด้วยความเหนื่อย หากเด็กกินขนมในจังหวะนั้น อาจส่งผลให้อาหารหลุดเข้าไปติดหลอดลมได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย หากเด็กรู้สึกเหนื่อย หิว อยากกินขนม ให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกมานั่งพักให้หายเหนื่อยแล้วจึงให้ลูกกิน เมื่อลูกกินอิ่มแล้ว จึงให้ไปเล่นต่อได้
คุณพ่อคุณแม่ควรสอนลูกว่า ไม่ควรนำสิ่งของที่ไม่ใช่ของกินเข้าปากโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเสี่ยงติดคอลูกแล้ว ยังอาจมีเชื้อโรคซึ่งทำให้ลูกเจ็บป่วยได้ แต่หากลูกไม่แน่ใจหรืออยากรู้ว่าสิ่งไหนกินได้ไม่ได้ ให้มาถามคุณพ่อคุณแม่ก่อนเสมอ หากสอนให้เด็กเข้าใจ เขาก็จะเกิดกระบวนการเรียนรู้ และหลีกเลี่ยงภาวะเสี่ยงต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง
วิธีการดูแลเบื้องต้นเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอเด็ก