Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

จิตนี้คล้ายห้วงอวกาศ โดย พระอาจารย์สุเมโธ [บางส่วนจาก Now is the Knowing]

Posted By มหัทธโน | 27 ก.ค. 63
1,415 Views

  Favorite

 

จิตนี้คล้ายห้วงอวกาศหรือที่ว่างในท้องฟ้า
ไม่สำคัญว่าจะมีอะไรอยู่หรือไม่

เพราะว่าเมื่อใดที่เราประจักษ์ถึงความว่างในจิต
เราก็เห็นภาพรวมชัดเจน คือ ‘สุญญตา’ หรือความว่างนั่นเอง

สิ่งทั้งหลายทั้งปวงผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านออกไป
โดยเราไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ ไม่ดิ้นรนต่อต้าน
ไม่แตะต้องบงการแต่อย่างใด

ดังนั้นเมื่อเราอยู่กับความว่างแห่งจิต หรือจิตว่าง เราก็ไม่ติดอยู่กับสภาวะทั้งหลายที่มีอยู่ในปัจจุบัน และไม่สร้างขึ้นมาใหม่
นี่คือฝึกปฏิบัติการปล่อยวาง มองให้เห็นว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ไม่มีตัวตน นี้แหละที่หมายถึง การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน


แท้จริงเป็นการมองดู รู้เห็น สำเหนียก และเฝ้าสังเกตว่า อะไรก็ตามที่เกิดแล้วจะต้องดับไป
ไม่ว่าจะหยาบหรือละเอียด ดีหรือชั่ว มาแล้วก็ไป ไม่เป็นเรา เราไม่ดี ไม่เลว ไม่ใช่หญิง ไม่ใช่ชาย ไม่งาม ไม่น่าเกลียด

สิ่งเหล่านี้เป็นสภาวะที่ไม่เที่ยงตามธรรมชาติ ไม่ใช่ ‘ตัวกู’ นี้เป็นวิถีไปสู่ความเห็นแจ้งตามพุทธวิธี เป็นการน้อมไปสู่พระนิพพาน

 

ที่มา : www.buddhamind.com



ทีนี้ ท่านอาจจะตั้งคำถามขึ้นมาว่า
“เอ้า ก็เมื่อฉันไม่ใช่สภาวะแห่งจิต ไม่ใช่ชาย ไม่ใช่หญิง ไม่ใช่อย่างนี้ ไม่ใช่อย่างนั้น แล้วฉันเป็นอะไรเล่า”

ท่านอยากให้อาตมาบอกไหมว่า ท่านเป็นใคร
และถ้าอาตมาบอกแล้วท่านจะเชื่อไหม
ท่านคิดอย่างไรถ้าอาตมาโลดแล่นออกไปข้างนอกแล้วร้องตะโกนถามว่า “ตัวอาตมานี้เป็นใคร”

มันเหมือนกับท่านพยายามมองดูนัยน์ตาของท่านเอง ท่านไม่รู้จักตัวท่านก็เพราะท่านเป็นตัวท่านเอง ท่านจะรู้จักได้ก็เฉพาะสิ่งที่ไม่ใช่ตัวท่าน

และนี่คือการตอบปัญหาใช่ไหม คือถ้าท่านรู้ว่าอะไรไม่ใช่ตัวท่านแล้ว ก็ไม่มีปัญหาว่าท่านเป็นอะไร

ถ้าอาตมาร้องขึ้นมาว่า “เอ ตัวฉันเป็นใคร ต้องหาให้จงได้” แล้วมุดเข้าไปดูที่ใต้โต๊ะหมู่บูชาบ้าง เลิกพรมแหวกม่านมองหาบ้าง

ท่านคงคิดว่าท่านสุเมโธนี่ชอบกล คงเป็นบ้าไปแล้ว เที่ยวมองหาตนเอง
คำถามที่ว่า “ตัวฉันอยู่ที่ไหน” คงเป็นคำถามที่น่าหัวเราะที่สุดในโลก

แท้จริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเป็นใคร
แต่อยู่ที่ความเชื่อและถือเอาว่า เราเป็นพวกเดียวกัน หรือ เหมือนกันกับสิ่งที่ไม่ใช่เรา

ตรงนั้นแหละที่มีทุกข์ ตรงนั้นแหละที่เราได้รับความโทมนัส ความห่อเหี่ยวและความแห้งใจ เมื่อท่านเข้าไปเป็นพวกเดียวกับสิ่งที่ไม่น่าจะพอใจ ท่านก็ไม่ชอบใจมัน เห็นชัดไหม


ดังนั้น ทางของพุทธบริษัทคือ "การปล่อยวาง"
ไม่เสาะหาสิ่งใด
ตัวปัญหานั้น คือ การเกาะเกี่ยวอย่างไม่ลืมหูลืมตา อยู่กับกามภพ


ท่านไม่จำเป็นต้องสลัดโลกทิ้ง
แต่เรียนรู้จากมัน เฝ้าดู และไม่หลงไปกับมัน

ใช้ปัญญาของพระพุทธเจ้าเจาะทะลวงเข้าไป
โดยเฝ้าสำเหนียก เฝ้าสังเกต ตื่นอยู่ รู้ตัวอยู่
แล้วความโชติช่วงแห่งปัญญาก็จะปรากฏ

ใช้ปัญญานี้ในเรื่องที่เกี่ยวกับกายของท่าน
ความนึกคิดของท่าน ตลอดจนความรู้สึก ความทรงจำ และอารมณ์ต่างๆ ท่านจะประจักษ์แจ้ง
จะยอมให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ผ่านพ้นไป และ ณ ที่นี่ เดี๋ยวนี้ ท่านจะไม่ทำอะไรเลยทั้งสิ้น
นอกจากมีปัญญาพร้อมอยู่ จากขณะหนึ่งไปสู่อีกขณะหนึ่ง


..................
บางส่วนจากหนังสือ Now is the Knowing

โดย พระอาจารย์ สุเมโธภิกขุ
แปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย โดย น.พ.วิเชียร สืบแสง

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • มหัทธโน
  • 4 Followers
  • Follow