Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

การลงทุนของพ่อแม่ในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของลูก โดย “ดร.วิน” อุดมรัชตวนิชย์

Posted By Plook Parenting | 06 ก.พ. 63
16,921 Views

  Favorite

พูดถึงเรื่องลูก อีกหนึ่งปัญหาหนักใจของคุณพ่อคุณแม่ ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องอนาคต ที่ไม่แน่ไม่นอนจริง ๆ

 

ในปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูต่าง ๆ ก็สูงขึ้น แถมอนาคตหลังจากลูกเรียนจบจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ วันนี้เราจึงมาคุยกับ “ดร.วิน” อุดมรัชตวนิชย์ กับบทบาทคุณพ่อลูกสอง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เคทีบีเอสที โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST SEC เกี่ยวกับ การลงทุนของพ่อแม่ในวันนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของลูก 

 

 

“ในฐานะคุณพ่อลูกสอง มองความมั่นคงในชีวิตของลูกเป็นแบบไหน”

“ดร.วิน” – พ่อแม่ทุกคนล้วนอยากเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงในชีวิตของลูกอยู่แล้วครับ ซึ่งแต่ละคนคงมีมุมมองของความมั่นคงที่ต่างกัน ส่วนตัวผมมองว่าความมั่นคงที่อยากให้ลูกมันไม่ใช่แค่ในแง่ของตัวเงิน แต่มันเป็นเรื่องของการที่เราเตรียมพร้อม ที่จะให้โอกาสลูกเขาเติบโตมาเป็นคนดี ร่าเริง แจ่มใส และพร้อมในการใช้ชีวิต ซึ่งผมมองว่าการให้การศึกษาลูกที่ดี คือให้ประสบการณ์ในการใช้ชีวิตในวัยเด็กและให้ลูก ๆ มีโอกาสเลือกเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบ เป็นสิ่งที่ผมอยากเตรียมให้ลูก ๆ

 

 

“สิ่งสำคัญ สำหรับการวางแผนเพื่อให้เรามีความสามารถพอที่จะมอบอนาคตที่ดีให้กับลูกคืออะไร ?”

“ดร.วิน” – เพื่อทำให้ลูก ๆ มีความมั่นคง เราต้องพร้อมในแง่ของความมั่นคงของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ใช่ต้องมีมาก ๆ แต่ต้องทำความสมดุล (Balance) ให้ดี โดยส่วนตัวผมคิดว่าการทำแบบนั้น คือ การใช้ชีวิต เวลา และสุขภาพของเราไปเป็นเงื่อนไข กล่าวคือ ถ้าวันหนึ่งเราป่วย เราประสบอุบัติเหตุ ทุกอย่างจบเลย ลูกไม่เหลืออะไรเลย ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำคือ ประกัน ครับ ทั้งประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, ประกันเงินออม ไม่ใช่แค่ตัวลูก ตัวคุณเองก็ด้วย ทำประกันเพื่อเป็นหลักประกันชีวิตให้ลูก ว่าระหว่างที่เขาเติบโต หากเราเป็นอะไรไป เขาจะได้ไม่ลำบาก อีกสาระสำคัญของการทำประกันคือความเจ็บป่วย ที่หากเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา ถ้าไม่มีประกันเราจะเอาเงินที่ไหนรักษา ก็คงต้องเอาเงินเก็บมาใช้ หรือ ขายบ้าน ขายรถ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของลูกเราในอนาคตทั้งสิ้น ตรงนี้คนมองข้ามตรงนี้กันเยอะ

 

 

ซึ่งพอผ่านตรงนี้ไป เรามีหลักประกันแล้ว เราก็จะเริ่มมองหาการลงทุนด้านอื่น ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินเพิ่มเติม โดยส่วนตัวผมให้ความสำคัญกับ การลงทุนด้านการศึกษา ของลูก ไม่ใช่ว่าโรงเรียนต้องแพง, ครูต้องจ้างมาสอนส่วนตัว, ต้องส่งเรียนนอก แต่การลงทุนกับการศึกษาของลูกคือการที่เรามั่นคงพอที่จะให้เขาได้เลือกเรียนรู้ในสิ่งที่เขาชอบ ลองผิดลองถูก จนกว่าจะเจอ Passion ในชีวิตของเขา 

 

 

“เท่ากับว่าการลงทุนเพื่ออนาคตของลูก ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แล้วถ้าหากตีวงแคบมาในเรื่องเงิน ที่จะเลี้ยงดูลูกสักคน ต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง”

 

“ดร.วิน” - คือสมัยก่อนเราจะมีคำว่า ‘มีลูก 1 คน จนไป 7 ปี’ แต่เดี๋ยวนี้ใช้ไม่ได้แล้วนะ มันไม่ใช่แค่ 7 ปีแล้ว กว่าลูกจะจบมหาวิทยาลัย กว่าจะเป็น first jobber ที่กระท่อนกระแท่น กว่าลูกจะมั่นคงตอนเป็นผู้ใหญ่ บวกกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปและค่าครองชีพที่สูงขึ้น อย่างน้อย ๆ ต้องมี 25 ปี เพราะฉะนั้นเราต้องวางแผนรายจ่ายก่อน ค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นยังไง, ลูกต้องเรียนโรงเรียนแบบไหน, เรียนเสริมอะไรยังไง พอเราเห็นตัวเลข เราถึงจะเริ่มวางแผนการเงินได้ โดยที่หากมีแผนจะลงทุนเราต้องแน่ใจจริง ๆ ว่าเงินที่เราจะนำไปลงทุนมันจะไม่กระทบอนาคตของลูก, ค่าเทอม, ค่ากิน, เงินออมลูก ไม่ควรนำมาลงทุน และที่สำคัญสอนให้ลูกรู้จักคุณค่าของเงิน ให้เรียนรู้การเก็บออมและเพิ่มพูนสินทรัพย์เพื่ออนาคตของตัวเขาเองครับ

 

 

“สิ่งที่ลูกต้องการมากที่สุด ไม่ใช่เงินทองที่มากมาย แต่กลับเป็น ความเข้าใจของครอบครัวที่ยอมรับอย่างเต็มใจในสิ่งที่ลูกชอบและอยากเป็นในอนาคต รวมถึงคอยสนับสนุนให้เขาเดินจนถึงสุดปลายทางในทางที่ตัวเองได้เลือกเท่านั้นเอง ผลข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่ต้องคิดมาก เพราะลูกจะสามารถผ่านไปได้แม้เส้นทางนั้นจะหนักหนาแค่ไหนก็ตาม ขอแค่มีครอบครัวอยู่เคียงข้างพวกเขาก็เพียงพอแล้ว”

 

จากแนวคิดดี ๆ แบบนี้ หวังว่าคุณพ่อคุณแม่ น่าจะได้ประโยชน์นำไปปรับใช้ภายในครอบครัว เพื่ออนาคตของลูกน้อยได้บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Parenting
  • 6 Followers
  • Follow