Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

เที่ยว วู้ดแลนด์ Woodland เมืองไม้ นครปฐม

Posted By ไกด์เตยหอม | 14 ม.ค. 63
4,782 Views

  Favorite

อีกหนึ่งที่เที่ยวเก๋ ๆ มุมถ่ายรูปเพียบ เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงจากศาลายา คนรักงานไม้ห้ามพลาดชมความอลังการของงานแกะสลักไม้งดงามอลังการท่ามกลางความร่มรื่นและอากาศบริสุทธิ์ริมแม่น้ำนครชัยศรี

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

หากเอ่ยถึงนครปฐม เราก็มักจะนึกถึงองค์พระปฐมเจดีย์สูงเด่นเป็นสง่ากลางเมือง แต่จริง ๆ แล้วนครปฐมยังมีที่เที่ยวน่าสนใจอีกมากมายให้ได้ไปชื่นชมกันค่ะ ยิ่งถ้ามาแถวนครชัยศรีหรือศาลายาละก็ต้อง Woodland เมืองไม้ พิพิธภัณฑ์งานไม้ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนี่งในประเทศไทย บ้านคุณครูณรงค์ ทิวไผ่งาม ผู้รักงานไม้ และเป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียนทิวไผ่งาม โรงเรียนเอกชนสองภาษาแห่งแรก ๆ ในไทยด้วยค่ะ  

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

แม้พิพิธภัณฑ์อื่นมักจะปิดวันจันทร์ แต่ที่นี่เปิดทุกวันเลยค่ะ 9.00 – 17.00 น. ค่าบัตรเข้าชมชาวไทย ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 100 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 650 บาท เด็ก 300 บาท แต่ช่วง 2 – 31 ม.ค. 63 นี้ มีโปรโมชั่นต้อนรับปี 63 ทุกการใช้จ่ายที่ What a view Cafe คาเฟ่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ตั้งแต่ 50 บาท รับสิทธิ์เข้าชมเมืองไม้ฟรี ค่ะ มากันได้ทั้งครอบครัว มีรถเข็นให้บริการด้วยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ที่เสาไม้แต่ละต้นก็มีป้ายบอกชื่อให้ได้เรียนรู้กันด้วยว่าเป็นเสาที่ได้มาจากต้นไม้อะไร ชื่อภาษาไทยเรียกว่าอะไร ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร เห็นไม้ Rose Wood แล้วนึกถึงไม้กายสิทธิ์ของเฟลอร์ เดอลากูร์ ใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ เลยค่ะ ชื่อไทยคือไม้ประดู่ดี ๆ นี่เอง

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ส่วนภาพล่างนี้คือไม้แดง Iron Wood ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ภายในนิทรรศการนิทานเมืองไม้ที่นี่เป็นส่วนจัดแสดงงานไม้แกะสลักกว่า 2,000 ชิ้น แบ่งเป็น 10 ห้อง เริ่มตั้งแต่ห้องแรกในโถงล่างคือห้องรากไม้ไปจนสุดทางจะเข้าสู่โซนป่า ภายในอาคารติดแอร์เย็นสบายค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ระหว่างที่เราเดินผ่านจุดต่าง ๆ จะมีเสียงเล่านิทานประกอบด้วย โดยเป็นเรื่องราวของการกำเนิดโลกและการเดินทางไปสู่อาณาจักรของผู้สร้าง ซึ่งก็เป็นอีกมุมมองที่น่าสนใจผ่านศิลปวัฒนธรรมของมนุษย์ ซึ่งมีความผูกพันลึกซึ้งกับความเชื่อในศาสนาต่าง ๆ นั่นเอง หน้าทางเข้ามีประติมากรรมไม้แกะสลักงดงามประดับอยู่ เห็นคิ้วปีกกา ตาโต ริมฝีปากอิ่มหนาเช่นนี้แล้วนึกถึงศิลปะอิทธิพลเขมรเลยค่ะ 
 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เข้ามาภายในห้องนี้มีไม้แกะสลักเป็นรูปสิงสาราสัตว์ต่าง ๆ มากมาย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

มีม้านั่งให้แวะถ่ายรูปกันด้วย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

บรรยากาศเหมือนเข้าไปอยู่ในป่าแห่งหนึ่งเลยค่ะ ประติมากรรมแกะสลักจากไม้เหล่านี้ดูราวกับมีชีวิตเลย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ออกจากป่ามาก็เริ่มเข้าสู่บรรยากาศของเมืองแล้ว มนุษย์เริ่มอยู่กันเป็นชุมชน บรรยากาศคล้าย ๆ หลุดเข้าไปในเทวาลัยกลางป่า ทำให้นึกถึงบรรดาปราสาทหินแถบภาคอีสานเลยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

แต่งานศิลปะเหล่านี้ไม่ใช่งานแกะสลักจากหินทรายอย่างในปราสาทหินทั้งหลายนะคะ เป็นงานแกะไม้ทั้งนั้นเลยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ไม่ว่าจะเป็นภาพประดับฝาผนังเล่าเรื่องราววิถีชีวิตหรือเรื่องราวในวรรณคดี ในจินตนาการต่าง ๆ เครื่องใช้ และหุ่นบุคคลสวมอาภรณ์แบบโบราณ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

รวมถึงสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายและตำนานต่าง ๆ ที่เล่าขานกันมาแต่โบราณ อย่างเช่น กินนร กินนรี ฯลฯ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

หรือพญานาคและบรรดานาคานาคีในห้องถัดมา   

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากห้องพญานาคก็ออกมาสู่โลกใต้บาดาล ซึ่งบรรดาปลาและปะการังเหล่านี้ก็ล้วนทำจากไม้แกะสลักทั้งนั้นค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

แสงและฉากประกอบเป็นโทนฟ้า – น้ำเงิน ให้ความรู้สึกเหมือนลงไปอยู่ใต้ทะเล

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นก็จะเข้าสู่ห้องเทวาณฤมิตร ในห้องนี้เป็นงานไม้ที่ศิลปินอาศัยรูปทรงของไม้ตามธรรมชาติที่แกะสลักเป็นชิ้นงานงดงามต่าง ๆ มากมาย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

แม้จะไม่ใช่งานโบราณแต่ก็มีความอลังการมาก ๆ ทีเดียวค่ะ สะท้อนถึงความผูกพันของมนุษย์ ธรรมชาติ และความเชื่อ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เห็นภาพแล้วนึกถึงเศียรพระพุทธรูปในรากต้นไม้ที่วัดมหาธาตุ พระนครศรีอยุธยาเลยค่ะ นั่นเป็นหนึ่งในไม่กี่ภาพที่ได้รับคัดเลือกไปจัดแสดงที่ยูเนสโก ด้วยความสอดคล้องกับสัญลักษณ์มรดกโลกที่เป็นวงกลม ซึ่งแทนสิ่งที่บังเกิดขึ้นเองโดย “ธรรมชาติ” ซึ่งมักมีรูปทรงพื้นฐานเป็นทรงกลม อย่างไข่ หรือผลไม้ต่าง ๆ เชื่อมต่อและโอบล้อม รูป “สี่เหลี่ยม” ซึ่งแทน “สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น” ดุจการที่รากไม้โอบล้อมเศียรพระนั่นเอง

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

และงานแกะสลักไม้ต่าง ๆ ในห้องนี้ศิลปินก็อิงจากรูปทรงดั้งเดิมที่หลากหลายของไม้แต่ละชิ้น มารังสรรค์เป็นผลงานอันประณีตงดงามเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นจะขึ้นสู่ชั้นบน ซึ่งมีพญาครุฑแบบอินโดนีเซียประดับอยู่ ซึ่งครุฑนี้นอกจากจะเป็นตราแผ่นดินของไทยแล้ว ยังเป็นตราแผ่นดินของอินโดนีเซียด้วย หากใครไปเที่ยวบาหลีก็จะได้เห็นครุฑมากมาย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากโถงบันไดมองออกไปเห็นแสงแดดอ่อน ๆ ลอดหน้าต่างผ่านเข้ามา ข้างนอกเต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจีร่มรื่น ทำให้อากาศสดชื่นและเย็นสบายไม่ร้อนอย่างที่หลายคนอาจกังวล

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ห้องแรกในชั้นบนนี้ที่จะไปชมกันคือห้องฮินดูค่ะ จริง ๆ แล้วครุฑบาหลี ก็ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ด้วยเป็นพาหนะของพระนารายณ์ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ภายในมีเทวรูปแกะสลักมากมาย โดยเฉพาะที่แกะเป็นรูปพระพิฆเณศวร เทพแห่งศิลปวิทยาการและอุปสรรค คือ ขจัดอุปสรรคให้คนดีและสร้างอุปสรรคให้คนชั่ว ตามคติพราหมณ์ – ฮินดู

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ส่วนตรงกลางในภาพล่างนี้คือ พระตรีมูรติ ร่างผสานรวมกันของมหาเทพทั้งสามอันได้แก่ พระอิศวร (พระศิวะ) ผู้ทำลาย พระนารายณ์ (พระวิษณุ) ผู้รักษา และพระพรหม ซึ่งเป็นผู้สร้าง ทำให้นึกถึงคำกล่าวที่ว่า เกิดขึ้น เป็นอยู่ และดับไปเลยทีเดียว

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดมาเป็นห้องกวนอิม ซึ่งจัดแสดงประติมากรรมรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมตามความเชื่อในพุทธศาสนานิกายมหายาน

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ซึ่งในความเชื่อนี้แม้จะไม่มีผู้สร้าง แต่ก็มีพระโพธิสัตว์กวนอิมซึ่งเป็นผู้ที่บำเพ็ญเพียรครบแล้ว แต่ยังไม่นิพพานเพราะมุ่งหมายจะนำพาผู้อื่น สรรพชีวิตทั้งหลายในโลกไปสู่นิพพาน อันเป็นปลายทางแห่งการพ้นทุกข์ก่อน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเมตตา

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ประติมากรรมเหล่านี้ถ่ายทอดศิลปะอิทธิพลจีน

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นก็จะเข้าสู่ห้องพุทธ ซึ่งจัดแสดงพระพุทธรูปและประติมากรรมแกะไม้เป็นรูปพระสาวกในศิลปะต่าง ๆ มากมาย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ในภาพล่างนี้ทางซ้ายองค์ที่ 3 จากซ้าย เป็นพระพุทธรูป ส่วนที่เหลือเรียงรายอยู่ข้าง ๆ นั้นคือพระสาวก โดยดูจากพระกรรณ (หู) ซึ่งจะยาวกว่าพระสาวก ซึ่งเป็น 1 ในลักษณะย่อย 80 ประการของพระพุทธเจ้า ซึ่งนอกเหนือจากมหาบุรุษลักษณะ ที่เป็นลักษณะหลัก ๆ 32 ประการค่ะ  

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ที่พื้นกระดานในห้องมีกระดานแผ่นหนึ่งเป็น “ไม้หน้าผี” คือแผ่นกระดานที่มีลายไม้ตามธรรมชาติคล้ายหน้าคน ซึ่งเจ้าหน้าที่นำชมเล่าให้ฟังว่าแต่ก่อนชาวบ้านบางกลุ่มจะถือไม่นำมาสร้างบ้าน เพราะไม่เป็นมงคล แต่หากมองตามหลักวิทยาศาสตร์แล้วก็เป็นลายไม้อย่างหนึ่งค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ใกล้ ๆ กันเลยมีพระแก้วขาว เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างกษัตริย์สีขาว ศิลปะอิทธิพลพม่าประดิษฐานอยู่ ที่ว่าอิทธิพลพม่านั้นดูจากเครื่องทรงและพระโอษฐ์ (ปาก) ที่ทาสีแดง ในความหมายของการมีชีวิตค่ะ เนื่องจากผู้ที่มีชีวิตอยู่ริมฝีปากจะเป็นสีแดงนั่นเองค่ะ  

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

นอกจากนี้ตามระเบียงทางเชื่อมต่าง ๆ ก็มีประติมากรรมแกะไม้มากมายแสดงอยู่

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นก็ไปถึงห้องคริสต์คือ ในศริสตศาสนาก็มีความเชื่อเรื่องพระผู้สร้าง พระเจ้าในศาสนาคริสต์นี้แม้จะมีองค์เดียว แต่ก็แบ่งเป็น 3 บุคคล คือ พระบิดา พระบุตร และพระจิต เรียกรวมว่าพระตรีเอกภาพ แต่ที่พบในลักษณะมนุษย์ในงานศิลปะต่าง ๆ ส่วนมากคือ พระบุตร หรือพระเยซู ซึ่งชาวคริสต์ถือว่าเป็นพระผู้ลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เพื่อไถ่บาปของมนุษย์ทั้งมวล โดยทรงสอนให้มนุษย์รัก ให้อภัย และกลับใจเป็นคนดี

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ประติมากรรมสำคัญกลางห้องนี้คือ ปีเอตา (Pietà) เป็นไม้แกะสลักภาพพระแม่มารีย์ประคองร่างพระเยซูที่เพิ่งอัญเชิญลงจากกางเขน เป็นฉากเดียวกับ ปีเอตา หินอ่อนเลื่องชื่อซึ่งแกะโดย มีเกลันเจโล ในมหาวิหารนักบุญเปโตรที่วาติกันค่ะ

        

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

นอกจากนี้ยังมีภาพต่าง ๆ อีกมากมายในชุดมรรคาศักดิ์สิทธิ์ (Stations of the Cross) ซึ่งเป็นการระลึกถึงความทรมานและการเสียสละของพระองค์ ในภาพบนนี้เป็นตอนที่พระเยซูทรงอธิษฐานในสวนเกทเสมนี ให้ฝ่าฟันความกลัวที่เกิดขึ้น ยืนหยัดในภารกิจที่จะต้องถูกใส่ร้าย ทรมานจนสิ้นพระชนม์ และกลับคืนชีพเพื่อบรรลุเป้าหมายในการพิสูจน์ว่าความรัก ความดีงาม จะชนะความตายและความชั่วร้ายทั้งปวงได้

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ส่วนบนนี้คือภาพตอนที่ทรงถูกเปลื้องพระภูษาและสวมมงกุฎหนาม ซึ่งอาจเป็นกำลังใจให้มนุษย์มั่นคงในความดีงาม แม้จะถูกใส่ร้าย ดูถูกดูแคลนก็ตาม ส่วนภาพล่างขวานี้เป็นภาพอาหารค่ำมื้อสุดท้าย (The Last Supper) เป็นเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงตั้งศีลมหาสนิท ศีลศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นการระลึกถึงความรักและเสียสละในศาสนาคริสต์ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จริง ๆ ที่ถ่ายรูปมาให้ดูนี้ยังไม่ทั่วเลยนะคะ เดินเพลินจนเลยเวลาทีเดียว

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

นอกจากอาคารหลักนิทานเมืองไม้มาก็ยังมีอีกหลายอาคารค่ะ อย่างในภาพล่างนี้ที่มีลักษณะเหมือนโถงโบสต์คริสต์นี้คือบ้านแห่งความรักค่ะ ตอนที่ไปช่วงเดือนธันวาคมมีการประดับประดาต้นคริสต์มาสด้วย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ในสวนตรงนี้มีตอตะเคียนใหญ่ซึ่งมีการประดับมงกุฎไว้ด้วย ซึ่งคนไทยแต่เดิมเชื่อกันว่าต้นไม้ใหญ่แต่ละต้นจะมีรุกขเทวดาหรือนางไม้สถิตอยู่ ตามความเชื่อแบบพราหมณ์เวลาจะตัดไม้มาสร้างบ้านเรือนหรือทำอะไรก็จะมีพิธีบวงสรวงต่าง ๆ ด้วย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ส่วนในภาพล่างนี้คือเรือนราชพฤกษ์ค่ะ ไฮไลต์สำคัญคือพระบรมรูปแกะไม้ ล้นเกล้าฯ ร.9 ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในไทยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

นอกจากอาคารเก๋ ๆ แล้ว แม้แต่ห้องน้ำยังมีเอกลักษณ์สวยงามทีเดียว ในภาพล่างนี้เป็นธีมอินเดียนแดงค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

บริเวณโดยรอบร่มรื่นเหมือนอยู่ในสวนป่าเลย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เดินมาทางริมแม่น้ำจะมี What a view Cafe คาเฟ่น่ารัก ๆ ให้แวะพักดื่มชากาแฟ ดับกระหาย หรือจะรับประทานอาหารเบา ๆ ท่ามกลางวิวสวย ๆ ก็ได้ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ชาพีชหอมอร่อยมาก ๆ มีทั้งโซนแอร์มนุษย์สร้าง และโซนแอร์ธรรมชาติตรงระเบียงริมน้ำ จริง ๆ ใครมาภายใน 31 ม.ค. 63 นี้ แวะมาที่คาเฟ่ก่อนได้เลยนะคะ ทุกการใช้จ่ายตั้งแต่ 50 บาท รับสิทธิ์เข้าชมเมืองไม้ฟรีค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ทิ้งท้ายกันด้วยภาพทุ่งนา ขวามือคือโคนต้นบาวบาบใหญ่ไม้สมุนไพรถิ่นกำเนิดจากแอฟริกา ถ้าไม่สะดวกนำรถส่วนตัวมาจะเรียกแท็กซี่เข้ามาจากศาลายาก็ได้ค่ะ แต่แนะนำให้ขอเบอร์คนขับไว้ด้วยนะคะ จะได้นัดมารับได้ถูก แถวนี้รถจะน้อยหน่อย บรรยากาศธรรมชาติมาก ๆ มาสูดอากาศบริสุทธิ์กันได้เต็มปอด และถ่ายรูปกันได้เต็มที่เลยทีเดียวค่ะ หรือจะดูข้อมูลเพิ่มเติมจาก www.woodlandmuangmai.com/ ก่อนก็ได้นะคะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

 “Amazing ไทยเท่” ที่เที่ยวเก๋ ๆ ใกล้ตัว อย่าลืมมาชื่นชมกันนะคะ

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • ไกด์เตยหอม
  • 2 Followers
  • Follow