Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ไอศกรีมที่ไม่ละลาย

Posted By Rezonar | 17 ต.ค. 62
5,990 Views

  Favorite

ความฝันอย่างหนึ่งของคนชอบทานไอศกรีมอย่างผม คือ อยากให้เนื้อของไอศกรีมละลายช้า ๆ จะได้มีเวลาลิ้มลองรสชาติให้เต็มที่เสียหน่อย แต่ไม่ทันไร มันก็ละลายเสียแล้ว ต่อให้นั่งอยู่ในร้านที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบก็เถอะ ไม่ต้องคิดถึงเวลาที่ออกไปอยู่ไปเดินที่ไหนร้อน ๆ แล้วถือไอศกรีมไปกินเพื่อดับร้อนเลย

 

แต่ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์เริ่มค้นพบวิธีการรักษาเนื้อไอศกรีมทนทานต่ออุณภูมิที่สูงขึ้นได้แล้ว โดยการใส่ส่วนผสมบางอย่างลงไปในนั้น เราลองตามไปดูแต่ละส่วนผสมกัน

ภาพ : Shutterstock

 

ส่วนผสมแรก เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ได้จากธรรมชาติ พบได้ในอาหารบางชนิด และแบคทีเรียในลำไส้ของมนุษย์ โดยโปรตีนชนิดนี้มีชื่อว่า BslA เป็นโปรตีนที่ถูกนำมาทดลองใช้ในปี ค.ศ. 2015

 

นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองใช้โปรตีนชนิดนี้ผสมในไอศกรีม ผลที่ได้คือ จะทำให้เนื้อไอศกรีมคงอุณหภูมิอยู่ได้นานแม้ในสภาพอากาศที่ร้อน พร้อมกันนี้ยังป้องกันการเกิดเกล็ดน้ำแข็งที่เนื้อไอศกรีม ช่วยทำให้เนื้อไอศกรีมมีความละเอียด เหมือนกำลังรับประทานไอศกรีมเกรดพรีเมียม

 

ส่วนผสมถัดมา พอลิฟีนอล (Polyphenols) สารสกัดจากสตรอว์เบอรี โดยในปี ค.ศ. 2017 นักวิจัยที่ญี่ปุ่นได้ทดลองผสมสารชนิดนี้ลงไป และพบว่าทำให้เนื้อของไอศกรีมละลายช้าลงได้เช่นกัน จากผลการทดลองในห้องแล็บ ที่อุณภูมิทดสอบสูงถึง 40℃ ไอศกรีมก็ยังคงไม่ละลาย แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 3 ชั่วโมงก็ตาม

 

ส่วนผสมสุดท้าย คือ เส้นใยจากกล้วย นักวิจัยค้นพบว่า การใส่เส้นใยจากกล้วยลงไปในน้ำแข็งในสัดส่วนที่เหมาะสม จะทำให้น้ำแข็งสามารถทนต่อความร้อนได้ดีขึ้น และช่วยเพิ่มความหนืดให้น้ำแข็ง หากผสมเส้นใยนี้ลงในเนื้อไอศกรีม แม้จะลดปริมาณไขมันในไอศกรีมลง แต่เนื้อไอศกรีมก็จะยังคงความละมุนอยู่ ดังนั้น เราจะสามารถลิ้มรสไอศกรีมแบบไขมันต่ำ (low fat) ที่ยังคงความอร่อยได้อีกด้วย

 

เส้นใยจากกล้วยนี้ มีชื่อเรียกว่า เส้นใยนาโนเซลลูโลส (Cellulose Nanofiber) ได้มาจากแกนกลางของเครือกล้วย ที่โดยปกติแล้วจะเป็นส่วนที่ทิ้งเป็นขยะ การใช้ประโยชน์จากชิ้นส่วนนี้ได้ จึงเป็นการลดปริมาณขยะได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยมีการเผยแพร่ผลการวิจัยนี้ในปี ค.ศ. 2018

 

 แกนกลางในส่วนที่วงกลม โดยปกติจะถือว่าเป็นของเสีย

ภาพ : Shutterstock

 

สิ่งหนึ่งที่คล้ายคลึงกันของส่วนผสมทั้ง 3 ชนิด นอกจากช่วยให้ไอศกรีมละลายช้าลงแล้ว ยังทำให้เนื้อของไอศกรีมมีความละเอียดและละมุนมากขึ้น ถึงแม้จะมีการลดไขมันในไอศกรีมลงไปก็ตาม

 

ในความเห็นของผม เส้นใยจากกล้วยเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากที่สุด เพราะกล้วยเป็นพืชที่หาได้ง่ายโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้น ต้นทุนย่อมถูกกว่าวัตถุดิบอีก 2 ชนิด

 

ในอนาคตอันใกล้ เราคงจะมีไอศกรีมรสชาติพรีเมียม ที่สามารถพกพาไปช่วยคลายร้อนได้ทุก ๆ ที่ และดูจะเป็นความฝันที่ใกล้เป็นจริงเต็มที

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
- ญี่ปุ่นพบไอศกรีมสูตรใหม่ละลายช้า
 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Rezonar
  • 7 Followers
  • Follow