Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ปวดหลังจากการขับรถ อาการเรื้อรังที่ไม่ควรมองข้าม !

Posted By Plook Blog | 05 ก.ย. 62
7,018 Views

  Favorite

ขับรถนาน ๆ จนเริ่มปวดหลัง ถ้ามีอาการแบบนี้ อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ต้องรีบหาวิธีแก้ไขกันนะคะ ! 

 

ปวดหลัง สะโพก ต้นขา ลามมาถึงกล้ามเนื้อบริเวณน่อง บางครั้งก็ปวดคอ บ่าไหล่ และนอนไม่หลับโดยไม่มีสาเหตุ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุที่หลายคนไม่คาดคิด นั่นคือภาวะเครียดสะสมของกล้ามเนื้อที่ตึงตัวและหดเกร็งจากการนั่งขับรถผิดท่าเป็นเวลานาน ทั้งการนั่งหลังงอ เกร็งคอ และยกไหล่โดยไม่รู้ตัว งานวิจัยของ International Archives of Occupational and Environmental Health
พบว่า คนที่ขับรถนาน ๆ หรือต้องเผชิญกับรถติดเป็นประจำ มีความเสี่ยงที่จะปวดหลังส่วนล่าง (Low Back Pain) และกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกมากกว่าคนทั่วไปถึงสองเท่า ! ทั้งยังส่งผลต่อการเกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน และโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของกระดูกหรือข้อต่อเมื่ออายุมากขึ้น แล้วจะทำย่างไรดีล่ะ ? มาดู 5 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณรับมือกับอาการปวดเมื่อยและโรคร้ายแรงต่าง ๆ จากการขับรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ


1. ที่นั่งต้องหมั่นเช็ค

ให้สังเกตว่า หัวเข่าอยู่สูงกว่าสะโพกหรือเปล่า ถ้าใช่ ! คุณต้องรีบปรับเปลี่ยนท่านั่งขับรถโดยด่วน ควรปรับระยะเก้าอี้ให้หัวเข่าอยู่ต่ำกว่าหรือระดับเดียวกับสะโพก เหยียบเบรกและคันเร่งได้สะดวก
จับพวงมาลัยถนัดโดยไม่ต้องเหยียดแขนตึง เกร็งคอ หรือยกไหล่ และไม่ควรปรับเบาะให้เอนมากเกินไปจนทัศนะวิสัยไม่ดี โดยระดับของเบาะที่เหมาะสมสำหรับสรีระควรทำมุม 100 หรือ 110
องศาฯ

 

ภาพ : backjoy

 

2. จับพวงมาลัยให้ถูกที่

งานวิจัยยังระบุด้วยว่า ส่วนใหญ่คนที่มีอาการปวดหลังจากการขับรถ มักจะจับพวงมาลัยไว้ที่ตำแหน่ง 10 โมงเช้าหรือบ่ายสองโมง ซึ่งจะทำให้เกร็งแขนและไหล่โดยไม่รู้ตัว แต่ท่าทางที่เหมาะสมคือ
จับพวงมาลัยที่ตำแหน่ง 9 โมงเช้าหรือบ่ายสามโมง เพื่อให้ข้อศอกวางตรงที่พักแขนข้างลำตัวได้ ทำให้แขน ไหล่ และหลังผ่อนคลายมากขึ้น

 

3. ฟังก์ชั่นเสริมเพิ่มความสบาย

ปัจจุบันรถยนต์หลายยี่ห้อมี Cruise Control หรือระบบขับขี่ทางไกล ที่ช่วยให้คุณสามารถพักเท้าและผ่อนคลายขณะขับรถมากขึ้น แต่ถ้าหากรถของคุณไม่มีฟังก์ชั่นนี้ ก็แนะนำให้จอดพักข้างทาง หรือเช็คอินคาเฟ่สักที่ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นด้วย

 

4. ร้อน-เย็นเป็นประโยชน์

หากคุณมีอาการปวดหลังแต่ยังต้องขับรถไปทำงาน Ice Packs ในตู้เย็นช่วยคุณได้ แค่พกติดรถไปด้วยแล้ววางประคบบริเวณที่ปวดหลังราว 20 นาที เพื่อบรรเทาอาการอักเสบและลดความเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ สลับกับการประคบร้อนด้วยถุงอุ่นเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวลดการหดเกร็ง หากรถของคุณมีระบบ Climate Control Seat หรือระบบควบคุมอุณหภูมิของเบาะนั่งด้วยล่ะก็ ขอบอกว่า เริดสุด ! เพราะคุณสามารถปรับเบาะให้ร้อน-เย็นได้อย่างสะดวกสบาย

 

ภาพ : backjoy

 

5. ปรับท่านั่งทันใจแค่ใช้ตัวช่วย

เทคนิคที่สะดวกสบายและดีที่สุดสำหรับการปรับท่านั่งขณะขับรถ คือการหาแผ่นรองนั่งปรับสรีระให้เหมาะสม... ‘BackJoy’ แบรนด์ชื่อดังจากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ในแบบ ‘Smart Sit’ (ฉลาดนั่ง) พร้อมปรับเปลี่ยนท่านั่งให้เหมาะสมลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง และอาการออฟฟิศซินโดรมได้อย่างดีเยี่ยม พกพาสะดวก จะใช้กับเบาะนั่งรถยนต์ เก้าอี้ทำงาน หรือเก้าอี้ตัวโปรดในบ้านก็ลงตัว รวมถึงแผ่นดันหลัง ‘Perfect Fit Lumbar’ ที่นอกจากจะช่วยปรับสรีระแล้ว ยังส่งเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีและสง่างามในทุกอิริยาบถ

 

ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ สมัยนี้มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และตัวช่วยแก้ไขปัญหามากมาย อย่างแผ่นรองนั่ง หรือแผ่นดันหลังก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยที่มาแก้ปัญหาเรื่องปวดหลัง ก็ลองไปดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/BackJoyThailand แล้วอย่าลืมนำ 5 เทคนิคไปปรับใช้กันดูนะคะ 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Blog
  • 0 Followers
  • Follow