Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

อาการเมาและเมาค้างเกิดจากอะไร

Posted By Plook Creator | 17 ก.ค. 61
4,209 Views

  Favorite

อาการเมาค้างเป็นปัญหาของนักดื่มส่วนใหญ่ มันไม่ได้เป็นเพราะคุณคออ่อน และการกินเหล้าบ่อย ๆ ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่เกิดอาการเมาค้าง ความรู้สึกมึน ๆ อึน ๆ นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แม้ว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะอยู่คู่กับคนเรามานาน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะพัฒนายีนหรือพันธุกรรมให้สามารถดื่มได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เมา หรือแม้แต่ได้รับพลังงานจากการย่อยแอลกอฮอล์

 

อาการหน้าแดง เมา และเมาค้าง ยังคงเกิดขึ้นกับคนเราในทุกรุ่นและทุกภูมิภาคอยู่ บางคนเพียงได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ในอาหารหรือขนมก็หน้าแดงหรือเริ่มมึนแล้ว ในขณะที่บางคนดื่มได้หลายแก้วกว่าจะเริ่มเมาและไม่แสดงอาการหน้าแดงแต่อย่างใด แล้วอะไรคือสาเหตุที่ทำให้หน้าแดง มันไม่ใช่เรื่องน่าอายที่คุณจะหน้าแดงไวเพียงแค่ดม เพราะมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์อธิบายเรื่องนี้เอาไว้

ภาพ : Shutterstock

 

Alcohol Flush Reaction หรือ AFR เป็นเหตุการณ์เมื่อคนจะหน้าแดง คอแดง ไหล่แดง หรือแม้แต่ตัวแดงทั้งตัวหลังจากร่างกายของเราได้รับแอลกอฮอล์เข้าไป นอกเหนือจากสภาพที่สามารถเห็นได้ง่ายแล้ว คนที่มีอาการ AFR อาจจะรู้สึกวิงเวียน อยากอาเจียน ปวดหัว คุณจะเมาเร็วกว่าคนทั่ว ๆ ไป อาการนี้อาจเรียกว่า Asian Glow หรือ Asian Flush ก็ได้ เพราะมักเกิดขึ้นกับคนเอเชียมากกว่า

 

โดยปกติแล้ว แอลกอฮอล์ที่เราดื่มเข้าไปจะถูกแปลงเป็นอะซิทัลดีไฮด์ (Acetaldehyde) ก่อนที่จะแปลงไปเป็นอะซิเตต (Acetate) กระบวนการนี้เกิดขึ้นที่ตับ แต่คนที่มีอาการแดงง่ายจาก AFR คือคนที่ร่างกายไม่มีกระบวนการเปลี่ยนไปเป็น Acetate และนั่นแปลว่า Acetaldehyde จะถูกสะสมอยู่ในร่างกายมากกว่าคนอื่น ๆ ปัญหาเกิดขึ้นที่ขั้นตอนนี้ เพราะ Acetaldehyde เป็นพิษต่อร่างกาย ทำให้คลื่นไส้ วิงเวียน หลอดเลือดขยายตัว ซึ่งทำให้ตัวคุณแดง และมันส่งผลต่อโปรตีน ทำลาย DNA ดังนั้น การที่ดื่มเหล้า เบียร์ หรือไวน์แล้วตัวแดง หน้าแดง ไม่เพียงแต่จะเป็นสัญญาณบอกว่า คุณไม่ควรดื่มต่อไปแล้ว เราก็อาจสรุปให้สั้นได้ว่าการดื่มนี้เป็นพิษต่อร่างกายคุณมากกว่าคนอื่น ๆ แน่นอนว่าไม่มีวิธีรักษาเพราะกระบวนการที่ร่างกายคุณไม่สามารถทำปฏิกิริยาให้แอลกอฮอล์กลายเป็น Acetate ในตอนท้ายได้ เกิดจากพันธุกรรม
 

ถัดจากอาการหน้าแดงตัวแดงก็เป็นอาการเมา อาการวิงเวียนสามารถอธิบายได้จากการที่ Acetaldehyde ส่งผลต่อร่างกายและสมองของคุณ แต่อาการเซื่องซึม คิดช้า ตอบช้า หรือแม้แต่หงอยหลับนั้น เกิดจากการโจมตีของเอทานอล (Ethanol) ต่อสมองของคุณ โดยมันจะเข้าไปทำให้หน้าที่คล้าย ๆ กับ GABA ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีผลต่อพฤติกรรมและอุปนิสัย เช่น ทำอะไรได้ช้าลง ผ่อนคลาย และไม่กระตือรือร้น ส่วนเอทานอลที่ไปรบกวนระดับ NMDA ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท ก็จะทำให้รู้สึกเพลีย เหนื่อย และจำอะไรไม่ค่อยได้ รวมถึงนึกอะไรไม่ออก และท้ายที่สุดหากมีแอลกอฮอล์เข้าไปขัดขวางการทำงานของสมองมากเกินไป คุณก็จะเกิดอาการสลบไปเนื่องจากการเมา (Blackout) ในที่สุด และเชื่อได้เลยว่าเมื่อฟื้นขึ้นมาในตอนเช้าคุณจะจำอะไรแทบไม่ได้

ภาพ : Shutterstock

 

ในขณะเดียวกันกับที่แอลกอฮอล์ทำให้ผ่อนคลายและอาจจะซึมจนหลับ มันยังไปกระตุ้นสารอย่าง Adrenaline Cortisol และ Norepinephrine ซึ่งทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามีพลังงาน อยากกระโดดโลดเต้น เลือดสูบฉีด หัวใจเต้นแรงไปพร้อม ๆ กันด้วย มันจึงเป็นความรู้สึกที่แปรปรวนสักกหน่อย


แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อฟื้นขึ้นมา

 

คำตอบก็คือ จำอะไรไม่ได้ แต่ยังรู้สึกมึน วิงเวียน และปวดหัวอยู่ เพราะเมื่อแอลกอฮอล์ถูกร่างกายเรากำจัดออกไปตามกระบวนการกรองของเสียที่ไต ระดับของฮอร์โมนจำพวกกระตุ้นเร้าอย่าง Adrenaline Cortisol และ Norepinephrine จะหายไป แต่ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ในการขัดขวาง GABA และ NMDA ยังอยู่ จึงทำให้เมื่อฟื้นขึ้นมาจากการสลบไสลแล้วยังคงมึนงงและหงอยซึมอยู่บ้าง พลังงานที่คุณใช้ไปในขณะเมายังทำให้คุณตื่นมาพร้อมกับระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำ น้ำในร่างกายสูญเสียไป ยิ่งทำให้สมดุลเสีย

 

สำหรับวิธีแก้ไขอาการเมาค้างนั้นมีหลากหลาย อาจจะแก้ที่ต้นเหตุหรือปลายเหตุก็แล้วแต่ถนัด การแก้ที่ปลายเหตุคือ หากสูญเสียพลังงานและสมองตื้อ กาแฟเข้ม ๆ สักแก้วช่วยกระตุ้นได้ เพราะฤทธิ์ของคาเฟอีนจะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของสมอง หากรู้สึกขาดพลังงานจากการขาดน้ำตาล เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลจะทดแทนได้ดีกว่าการกินขนมที่ต้องย่อย เพราะสามารถดูดซึมน้ำตาลได้ในทันที และไม่รู้สึกพะอืดพะอมเท่าใดนัก แต่สำหรับบางคนที่พะอืดพะอม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลและรสเปรี้ยวอยู่บ้างอย่างน้ำส้ม จะช่วยให้สดชื่นและกระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายได้ เป็นต้น

ภาพ : Shutterstock

 

อย่างไรก็ตาม หากจะแก้ที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน คงต้องไปจุดเริ่มต้นของอาการเมา นั่นคือ ดื่มอย่างมีสติ ซึ่งหมายถึงดื่มและยังมีสติอยู่ ไม่ให้แอลกอฮอล์ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายมากนัก เพราะยิ่งดื่มมากก็ยิ่งทำร้ายร่างกายมาก หรือไม่ดื่มเลย อย่าลืมว่าแอลกอฮอล์เป็นพิษต่อร่างกายคน

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Creator
  • 0 Followers
  • Follow