Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

กลิ่นตัวเกิดจากอะไร

Posted By sanomaru | 12 ก.ค. 61
2,510 Views

  Favorite

"กลิ่นตัวแรง" เป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์สำหรับทุกคน โดยมีแนวคิดที่ว่าการรับประทานอาหารบางประเภทมาก ๆ เช่น เครื่องเทศ ก่อให้เกิดกลิ่นตัวแรงได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลิ่นตัวเกิดจากเหงื่อและแบคทีเรีย ขณะที่อาหารเป็นเพียงปัจจัยเสริมเท่านั้น

 

กลิ่นตัวเกิดจากอะไร

ในร่างกายของคนเราประกอบไปด้วยต่อมเหงื่อจำนวนมาก ประมาณ 4 ล้านต่อม กระจายอยู่ทั่วร่างกาย โดยต่อมเหงื่อนั้นมีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
1. ต่อมเอกไครน์  (eccrine glands) ต่อมเหงื่อชนิดนี้ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย รวมถึงตอบสนองต่อความเครียด ความโกรธ ความกังวล หรือผลที่มาจากอาหาร โดยการหลั่งเหงื่อออกมา ซึ่งเหงื่อที่หลั่งออกมานี้แทบจะไม่มีกลิ่น และประกอบไปด้วยน้ำ เกลือ และแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น แคลเซียม โพแทสเซียม

ภาพ : Shutterstock

 

2. ต่อมอะโพไครน์ (apocrine glands) เป็นต่อมเหงื่อที่พบมากบริเวณรักแร้ หน้าที่ของมันคือการขับของเสียออกมา ซึ่งของเสียเหล่านี้ประกอบไปด้วยไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และแอมโมเนียม หลังจากเหงื่อถูกขับออกมาแล้ว จะถูกแบคทีเรียที่อยู่บริเวณผิวหนังเปลี่ยนโปรตีนและไขมันในเหงื่อให้กลายเป็นกรด 2 ชนิด ได้แก่ androstenes ซึ่งเป็นกลุ่มของฟีโรโมนในเพศชาย และ isovaleric acid ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะเป็นฟีโรโมนเพศหญิง ทั้งนี้ กระบวนดังกล่าวจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ดังนั้น จึงทำให้มีกลิ่นของสารเคมีหรือที่เรียกว่า กลิ่นตัว

ภาพ : Shutterstock

 

กลิ่นตัวเป็นกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งมีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลต่อกลิ่นตัวด้วย เช่น การมีประจำเดือน ภาวะทางอารมณ์ เพศ อายุ สุขภาพโดยรวม การใช้ยา การสูบบุหรี่ การเป็นโรคอย่างเบาหวานหรือไตวาย รวมถึงอาหารที่รับประทานเข้าไปด้วย อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่าอาหารมีผลต่อกลิ่นตัวนั้นยังมีอยู่ไม่มากนัก

 

อาหารที่มีผลต่อกลิ่นตัว

1.  บร็อกโคลี กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ หัวหอม และกระเทียม

อาหารเหล่านี้เป็นอาหารที่มีซัลเฟอร์เป็นองค์ประกอบ ซึ่งกลิ่นของซัลเฟอร์จะผ่านทางลมหายใจ ปัสสาวะ และเหงื่อออกมา แต่พวกมันก็อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ ดังนั้น เราจึงไม่ควรปฏิเสธการรับประทานอาหารเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง โดยเราสามารถลดกลิ่นของพวกมันได้จากการนำไปทำให้สุกก่อน

ภาพ : Pixabay

 

ภาพ : Pixabay

 

2. เนื้อแดง

มีงานวิจัยหนึ่งที่ทำขึ้นระหว่างกลุ่มคน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่กินเนื้อแดงวันละ 2 ครั้งเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้กินเนื้อแดงเลย โดย 24 ชั่วโมงสุดท้ายของการทดลอง นักวิจัยให้ผู้ชายทั้งสองกลุ่มใช้แผ่นเก็บกลิ่นรองใต้รักแร้เพื่อเก็บกลิ่นของพวกเขา แล้วให้ผู้หญิงจำนวน 30 คน ให้คะแนนกลิ่นของแผ่นเก็บกลิ่นแต่ละแผ่น สำหรับแรงดึงดูดใจ ซึ่งพบว่า ผู้ชายที่ไม่ได้กินเนื้อมีกลิ่นที่น่าพึงพอใจมากกว่า อย่างไรก็ตาม ในงานวิจัยนี้มีผู้ชายเพียง 17 คนเท่านั้น แต่ก็ยังมีความเกี่ยวข้องที่เป็นไปได้ระหว่างกลิ่นตัวกับอาหารประเภทนี้อยู่

ภาพ : Pixabay

 

3. ปลา

แม้ว่าปลาจะเป็นเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแร่ธาตุอื่น ๆ ซึ่งดีต่อร่างกาย แต่การรับประทานปลาก็ทำให้เรามีกลิ่นที่น่ากลัวได้เช่นเดียวกัน เนื่องจากหลังรับประทานอาหารประเภทปลาหรือไข่ไปแล้ว แบคทีเรียจะทำการย่อยโปรตีนและได้สารเคมีที่ชื่อ Trimethylamine ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ประเภทระเหยง่ายออกมา โดยร่างกายจะขับออกทางเหงื่อ ปัสสาวะ ลมหายใจ ซึ่งทำให้มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นคล้ายไข่เน่าได้

ภาพ : Pixabay

 

4. แอลกอฮอล์

เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าสู่ร่างกาย กระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์เหล่านี้จะเกิดขึ้นในตับ และมีกรดอะซิติกเกิดขึ้น แต่บางส่วนของแอลกอฮอล์ได้นำออกผ่านเหงื่อ และการหายใจ ดังนั้น ถ้าดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ ไม่เพียงแต่จะมีกลิ่นของลมหายใจออกมา แต่ยังมีกลิ่นตัวตามมาด้วย

ภาพ : Pixabay

 

5. หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่งมีชื่อเสียงในการเปลี่ยนกลิ่นของปัสสาวะ แต่ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในทุกคน เพียงแต่มันมักเกิดขึ้นในคนส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม กลิ่นดังกล่าวไม่มีตัวรับในจมูกของเรา ดังนั้น จึงอาจทำให้เราไม่ได้กลิ่นของมัน

ภาพ : Pixabay

 

6. เครื่องเทศ เช่น ขมิ้น พริกไทย

เนื่องจากเครื่องเทศเหล่านี้จะทำให้อุณหภูมิร่างกายร้อนขึ้น ร่างกายจึงต้องหลั่งเหงื่อออกมามากขึ้น และเมื่อแบคทีเรียทำปฏิกิริยากับเหงื่อที่มีปริมาณมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดกลิ่นตัวได้

ภาพ : Pixabay

  
วิธีลดกลิ่นตัว

1. รักษาความสะอาดของร่างกาย การอาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ช่วยชำระล้างคราบเหงื่อไคลบนผิวและป้องกันแบคทีเรียบนผิวหนังทำปฏิกิริยากับเหงื่อได้
2. ใช้สบู่แอนติแบคทีเรีย การใช้สบู่แอนติแบคทีเรีย สามารถป้องกันแบคทีเรียจำนวนหนึ่งที่อยู่บนผิวของเราได้ ซึ่งจะช่วยลดกลิ่นตัวได้เช่นกัน
3. เช็ดตัวให้แห้งสนิท การเช็ดตัวให้แห้งสนิท โดยเฉพาะบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก ทำให้ยากต่อการที่แบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นตัวจะขยายพันธุ์
4. ใช้สารระงับเหงื่อใต้วงแขน สารระงับเหงื่อเหล่านี้มีอะลูมิเนียมคลอไรด์ (AlCl3) ซึ่งเป็นสารเคมีซึ่งช่วยลดเหงื่อผสมอยู่ โดยอาจใช้วันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและตอนบ่าย เป็นต้น
5.รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า เปลี่ยนเสื้อผ้าให้บ่อยครั้งเมื่อมีเหงื่อออกมาก เสื้อผ้าที่สะอาดจะช่วยลดกลิ่นตัวได้ นอกจากนี้การเปลี่ยนถุงเท้า โดยเฉพาะผู้ที่มีแนวโน้มจะมีกลิ่นเท้า ก็ช่วยลดกลิ่นได้เช่นกัน และยังอาจโรยแป้งในรองเท้าเพื่อลดความอับชื้นได้ด้วย
6. งดการรับประทานอาหารหรือการดื่มเครื่องดื่มที่มีผลต่อกลิ่นตัว หรืออาจะลดปริมาณการรับประทานลง และทำให้สุกก่อนรับประทาน ก็จะช่วยลดกลิ่นลงได้

ภาพ : Pixabay

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • sanomaru
  • 0 Followers
  • Follow