Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

โรคไตมาจากการกินเค็มจริงหรือ

Posted By Ammay | 14 พ.ค. 61
4,836 Views

  Favorite

เคยสงสัยหรือไม่? ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ถึงมีความเชื่อว่า “การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มมาก  ๆ จะทำให้เป็นโรคไตได้” วันนี้เราจะมาดูกันนะคะว่า ประโยคข้างต้นนี้เป็นจริงหรือเปล่าและทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

       

ก่อนอื่นเรามารู้จักสิ่งที่มักจะทำให้อาหารมีรสชาติเค็มกันก่อนนะคะ นั่นก็คือ “โซเดียม”

ภาพ : Pixabay

 

โซเดียม (Sodium)

  • เป็นธาตุที่อยู่ในหมู่แรกของตารางธาตุ มีเลขอะตอมเท่ากับ 11 มีสัญลักษณ์ Na โดยเป็นโลหะสีขาวคล้ายโลหะเงิน เนื้ออ่อน ไวต่อปฏิกิริยามาก สารประกอบสำคัญของธาตุนี้ที่พบมาก คือ เกลือแกงหรือโซเดียมคลอไรด์ (NaCl : Sodium Chloride )
  • เป็นเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกาย ทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยในการทำงานของประสาทและกล้ามเนื้อ (รวมถึงกล้ามเนื้อหัวใจด้วย) ตลอดจนการดูดซึมสารอาหารบางอย่างในไตและลำไส้เล็ก
  • ร่างกายของเราจะได้รับโซเดียมจากอาหาร ซึ่งมักอยู่ในรูปของเกลือแกง (โซเดียมคลอไรด์) ทำให้อาหารมีรสชาติเค็ม มักใช้เพื่อปรุงรสหรือถนอมอาหาร เช่น น้ำปลา กะปิ นอกจากนี้โซเดียมยังแอบแฝงในอาหารรูปอื่นแต่ไม่มีรสชาติเค็ม เช่น ผงชูรส ผงฟู

 

แล้วโซเดียมสัมพันธ์กับไตอย่างไร?

ภาพ : Shutterstock

 

ไต (Kidney) เป็นอวัยวะที่อยู่ส่วนล่างของช่องท้อง จะมีด้วยกัน 2 ข้าง คือด้านซ้ายและขวา มีรูปร่างคล้ายเมล็ดถั่วแดง มีต่อมหมวกไต (Adrenal gland) อยู่ด้านบนของไตทั้งสองข้างและมีชั้นไขมันสองชั้นห่อหุ้มอยู่ ภายในไตนั้นจะมี 2 ชั้น คือ ชั้นนอก เรียกว่า คอร์เทกซ์ (Cortex) ส่วนนี้จะมีสีแดงเพราะมีโกลเมอรูลัส (Glomerulus) หรือกระจุกหลอดเลือดฝอยอยู่ ขณะที่ชั้นใน เรียกว่า เมดัลลา (Medulla) ส่วนนี้จะมีสีขาว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยท่อหน่วยไต ส่วนของเมดัลลาที่ยื่นเข้าไปจรดกับโพรงที่ติดกับหลอดไตเรียกว่า พาพิลลา (Papilla) และเรียกโพรงนี้ว่า กรวยไต (Renal Pelvis)

ภาพ : Shutterstock

 

ไตเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่กรองของเสีย น้ำ และเกลือแร่ส่วนเกินจากเลือด และจะขับออกมาในรูปของปัสสาวะ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ในการช่วยรักษาระดับน้ำและเกลือแร่ของร่างกายให้เป็นปกติ อีกทั้งยังสร้างสารที่ควบคุมความดันโลหิตและสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงด้วย ดังนั้น หากร่างกายรับประทานอาหารที่มีโซเดียม (เกลือแร่) สูง จะทำให้ไตไม่สามารถกำจัดเกลือและน้ำส่วนเกินในร่างกายได้ทัน เกิดภาวะคั่งของเกลือและน้ำในอวัยวะต่างๆ เช่น แขน ขา หัวใจ และปอด ผลที่ตามมาก็คือ แขนขาจะบวม เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการที่มีการคั่งของน้ำและความดันโลหิตที่สูงขึ้นจะทำให้ไตทำงานหนัก เพราะต้องเพิ่มอัตราการกรองโซเดียมและน้ำส่วนเกินของร่างกาย ผลที่ตามมาคือ ความดันในหน่วยไตจะเพิ่มสูงขึ้น และเกิดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะมากกว่าปกติ ส่งผลทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น

ด้วยเหตุนี้ปริมาณโซเดียมจึงสัมพันธ์กับการทำงานของไต

 

เพื่อป้องกันมิให้ไตทำงานหนักจนเกินไป เราจึงควรระมัดระวังในการรับประทานอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงซึ่งส่วนใหญ่มักมีรสชาติเค็ม นอกจากนี้ยังมีอาหารที่มีโซเดียมสูงแต่มีรสชาติที่ไม่เค็มด้วย เรียกว่า อาหารที่มีโซเดียมแฝง ซึ่งจะทำให้เราได้รับโซเดียมโดยไม่รู้ตัว เช่น อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง อาหารตากแห้ง ซีอิ๊วขาว เต้าเจี้ยว น้ำบูดู กะปิ ปลาร้า ปลาเจ่า เต้าหู้ยี้ ซอสหอยนางรม ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ผงชูรส น้ำจิ้มต่าง ๆ ทั้งนี้ปริมาณโซเดียมที่เหมาะสมในการบริโภคต่อวันไม่ควรเกิน 2,400 มิลลิกรัม หรือเท่ากับน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Ammay
  • 5 Followers
  • Follow