470 Views
เมื่อเราประสบปัญหาทางด้านการเงิน การหาเงินกู้เป็นอีกทางเลือกที่คนส่วนใหญ่มองหา เพราะเงินกู้นั้นสามารถช่วยให้สภาพการเงินคล่องตัวขึ้น ซึ่งแหล่งเงินกู้เราจะได้ยินกันบ่อยๆ ว่าจะมี แหล่งเงินกู้แบบนอกระบบ และแบบนอกระบบ หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าทั้ง 2 แบบนี้ มีความแตกต่างกันอย่างไร และมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบครับ แต่ก่อนอื่นผมจะขออธิบายให้เข้าใจกันก่อนนะครับว่าแหล่งเงินกู้หมายถึงอะไรกันแน่ แหล่งเงินกู้หมายถึงการที่ธนาคารให้ลูกค้ากู้ยืมเงินจำนวนหนึ่งโดยมีกำหนดเวลาชำระหนี้ ที่แน่นอน ซึ่งอาจจะชำระหนี้ครั้งเดียวเต็มจำนวน หรือผ่อนชำระเป็นงวด ๆ โดยธนาคารจะคิดดอกเบี้ยตามอัตราที่ตกลงกัน มีทั้งชนิดที่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และชนิดที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
แหล่งเงินกู้นอกระบบ
คือการกู้หนี้ยืมสินที่อยู่นอกระบบสถาบันการเงิน ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลัง โดยการเป็นหนี้นอกระบบ จากแหล่งเงินกู้นอกระบบนี้ ไม่ต้องมีการทำสัญญาเงินกู้ ไม่ต้องขอบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน เพียงแต่จดชื่อเล่น หรือชื่อจริง และเบอร์โทรศัพท์ในการติดต่อเท่านั้น
แหล่งเงินกู้ในระบบ
คือการปล่อยสินเชื่อเงินกู้จากสถาบันการเงินต่างๆ โดยการกู้ยืมเงินจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 มีหน่วยงานภาครัฐคือธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลังคุมดอกเบี้ยขั้นสูงสุด หรือที่เรียกว่า “เพดานดอกเบี้ย” ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อส่วนบุคคล คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 28 ต่อปี สิน เชื่อบัตรเครดิต คิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี ส่วนสินเชื่อประเภทอื่นมีการคิดดอกเบี้ย 2 แบบ ถ้าไม่ผิดนัด ผ่อนชำระตามปกติ คิดตามที่ตกลงกัน แต่ถ้าผิดนัดคิดดอกเบี้ยผิดนัดแต่สูงสุดไม่เกินกว่าประกาศของธนาคารตนเอง และไม่เกินกว่าประกาศที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ถ้าคิดสูงกว่านั้น การคิดดอกเบี้ยจะเป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืนกฎหมายและสถาบันการเงิน อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้