Home
Education
Knowledge
Blog
TV
Do Good
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ยาสูบ

Posted By Plookpedia | 22 มิ.ย. 60
2,825 Views

  Favorite

ยาสูบ

        ยาสูบเป็นพืชไร่ชนิดหนึ่ง เช่นเดียวกับข้าวโพด มันสำปะหลัง และฝ้าย ยาสูบเป็นพืชที่มีลำต้นตรง มีราก มีใบ และดอกที่สวยงาม ที่กระเปาะของดอก เมื่อแก่จะมีเมล็ดขนาดเล็ก ๆ จำนวนมาก
ซึ่งเรานำมาใช้ทำพันธุ์ในปีต่อไป

 

 

        บุหรี่ ยาจืด หรือยาฉุน ที่ผู้สูงอายุบางคนในชนบทสูบหรือเคี้ยวกับหมากนั้น ได้มาจากใบยาสูบ เป็นใบยาสดที่แก่แล้ว เก็บจากต้นยาสูบ นำมาทำให้แห้ง แล้วหั่นเป็นเส้น เพื่อนำไปทำบุหรี่ หรือนำใบยาสดมาหั่นเป็นเส้นก่อน แล้วจึงนำไปตากแดด และผึ่งให้แห้งในร่ม เรียกยาเส้นเหล่านี้ว่า ยาจืด หรือยาฉุน ซึ่งอาจนำมามวนสูบด้วยกระดาษ ใบตองแห้ง หรือใบจาก เช่นเดียวกับบุหรี่ บางคนนำไปรับประทานกับหมาก หรืออมจุกไว้ข้างแก้ม

 

 

        ปัจจุบันแพทย์ต่อต้านการทำบุหรี่ และการสูบบุหรี่กันมาก แต่ชาวไร่จำนวนมากก็ยังชอบปลูกยาสูบกันอยู่ เพราะทำรายได้ดี มีผู้รับซื้อที่แน่นอน ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ

 

-----------------------------------------------------------

 

 

        ยาสูบเป็นพืชไร่ชนิดหนึ่งของไทยที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในอดีต แม้ปัจจุบันความสำคัญจะลดน้อยลงบ้าง เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพของผู้สูบ แต่ก็ยังมีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจอยู่ไม่น้อย จากการผลิตใบยาแห้งในประเทศที่ผ่านมา ๕ ปี เฉลี่ยแล้ว ปีหนึ่ง ๆ จะผลิตมากกว่า
๕๐ ล้านกิโลกรัม และใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกปีละประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ไร่

        ยาสูบเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ และเป็นพืชฤดูเดียว หมายถึง ต้องเพาะเมล็ดปลูกกันใหม่ทุกปี ใบคือ ส่วนที่เรานำมาใช้ประโยชน์ต่างๆ รากมีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว คือ ผลิตสารที่
เรียกว่า "นิโคติน" เมื่อผลิตแล้ว ส่งมาเก็บไว้ที่ใบ ก่อนที่จะนำใบยาสูบเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ เราจะนำใบมาบ่มให้แห้ง ด้วยวิธีใช้ความร้อนจากไฟ จากแสงแดด หรือนำไปแขวนให้แห้งในร่ม เช่น
ใต้ถุนบ้าน ทั้งนี้แล้วแต่ประเภทของยาสูบ

 

        ยาสูบที่ปลูกในประเทศไทยขณะนี้ แบ่งออกเป็น ๔ ประเภท ตามลักษณะการบ่ม คือ

 

๑. ประเภทบ่มไอร้อน (flue-cured) 
        หรือเรียกกันว่า เวอร์ยิเนีย (Virginia) ส่วนใหญ่ปลูกกันทางภาคเหนือตอนบน ที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ และน่าน เป็นต้น และมีปลูกกันบ้างทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่จังหวัดหนองคาย และนครพนม ใบยาประเภทนี้ใช้เป็นหลักในการทำบุหรี่รสอังกฤษ
และรสอเมริกัน พันธุ์ที่นิยมปลูกกัน ได้แก่ พันธุ์โคเกอร์ (Coker 187 Hicks, Coker 347) และ
เค (K-326) เป็นต้น

 

โรงบ่มใบยาประเภทบ่มไอร้อน

 

๒. ประเภทบ่มอากาศ (light air-cured) 
        หรือเรียกกันว่า เบอร์เลย์ (Burley) ส่วนใหญ่ปลูกกันทางภาคเหนือตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย จนถึงเพชรบูรณ์ ใบยาประเภทนี้ใช้เป็นส่วนผสมตัวรองในการทำบุหรี่ รสอเมริกัน พันธุ์ที่นิยมปลูกกัน ได้แก่ เบอร์เลย์ (Burley 21) และ เคนทักกี (Ky 14)

 

การบ่มใบยา ประเภทบ่มอากาศ

 

๓. ประเภทบ่มแดด (sun-cured)
        หรือเรียกกันว่า เตอร์กิช (Tukish) หรือโอเรียนเต็ล (Oriental) ปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น และนครพนม ใบยาประเภทนี้ใช้เป็นส่วนประกอบในการทำบุหรี่ รสอเมริกัน พันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก ได้แก่ แซมซูน (Samsoun) และบาสมา (Basma)

 

๔. ประเภทกึ่งบ่มแดดและบ่มอากาศ 
        หรือเรียกกันว่า ใบยาพื้นเมือง ปลูกกันหลายจังหวัด ที่มีการเพาะปลูกยาสูบทั่วไป ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง แต่ที่นำมาใช้ในกิจการของโรงงานยาสูบ ได้มาจากจังหวัดกาญจนบุรี และสุพรรณบุรี ใบยาประเภทนี้ใช้เป็นตัวผสมของส่วนประกอบในการทำบุหรี่
รสพื้นเมือง เนื่องจากมีกลิ่นแรง และรสฉุนจัด

 

การบ่มใบยา ประเภทบ่มแดด

 

        ใบยาสูบที่บ่มได้ที่แล้ว จะได้รับการนำไปคัดคุณภาพเป็นพวกๆ แล้วอัดเป็นห่อแยกกันเรียกว่า ลูกยา หรือห่อยา ก่อนที่จะนำไปจำหน่าย ซึ่งคุณภาพเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของใบบนลำต้น (ล่าง-กลาง-ยอด) ความแก่-สุกของใบยา สี ขนาด (ความยาวและกว้าง) ตำหนิต่าง ๆ และความสมบูรณ์ของใบ เป็นต้น ผู้ที่ซื้อใบยาไปแล้ว จะนำใบยาไปรูดเอาก้านออกด้วยมือ หรือเครื่องจักร
นำเนื้อใบยาที่ได้ไปผ่านขบวนการทำให้แห้งก่อน แล้วจึงเติมความชื้นเข้าไปให้สม่ำเสมอพอเหมาะ แล้วส่งไปเข้าเครื่องอัดห่อ ด้วยกระสอบป่าน หรือกล่องกระดาษ หรือถังไม้ ซึ่งมีน้ำหนักเป็นมาตรฐาน สำหรับภาชนะแต่ละชนิด แล้วเก็บไว้ระยะหนึ่ง (ไม่ควรน้อยกว่า ๑๒-๑๘ เดือน) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในใบยา ทำให้มีกลิ่นและรสนุ่มนวลขึ้น สำหรับก้านใบยาเวอร์ยิเนีย
และเบอร์เลย์ก็ทำให้แห้ง และให้ความชื้นเช่นเดียวกับเนื้อใบ ส่วนใบยาเตอร์กิช ไม่ต้องแยกเอาก้านออก เนื่องจากมีขนาดเล็ก

การรูดใบยา
การห่อใบยาเตอร์กิชด้วยกระสอบป่าน

 

        ก่อนนำใบยาเหล่านี้มาใช้ จะต้องให้ความชื้น เพื่อป้องกันการแตกหักของใบยา แล้วเติมน้ำปรุง เพื่อให้มีกลิ่นหอม และรสชาติดีขึ้น จากนั้นนำใบยาประเภทต่าง ๆ มาผสมกันตามสัดส่วน เพื่อทำบุหรี่ให้มีกลิ่นและรสตามที่ต้องการ หรือนำไปทำเป็นยากล้อง ซิการ์ และยานัตถุ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ใบยาสูบยังมีประโยชน์อื่น ๆ อีก เช่น สกัดเอาสารนิโคตินในใบยา มาทำยาฆ่าแมลงศัตรูพืช ผสมนิโคตินในสบู่ ใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงในบ้าน และใช้ผสมยา สำหรับรักษาสัตว์ เป็นต้น

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags

Content

1
ประวัติของยาสูบ
ประวัติ ยาสูบมีแหล่งกำเนิดในบริเวณตอนกลางของทวีปอเมริกา แม้มนุษย์จะรู้จักใบยาสูบมาประมาณสองพันปีแล้ว แต่ก็มิได้สูบกันอย่างจริงจังจนเป็นนิสัย จนกระทั่งพวกอินเดียแดง ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองของอเมริกา รู้จักใช้ยาสูบกันอย่างแพร่หลาย จึงได้มีการทำไร่ยาสูบก
413 Views
2
การจำแนกทางพฤกษศาสตร์
การจำแนกทางพฤกษศาสตร์ ยาสูบได้รับการจัดลำดับทางพฤกษศาสตร์ ดังนี้
256 Views
3
การเพาะกล้ายาสูบ
การเพาะกล้ายาสูบ การเพาะกล้า งานอันดับแรกของการทำไร่ยาสูบ คือ การเพาะกล้ายาสูบ ต้นยาสูบในไร่จะเจริญเติบโตดี ต้องมาจากต้นกล้าที่สมบูรณ์ แข็งแรง เมื่อนำไปปลูกแล้ว ต้นกล้าตายน้อยที่สุด หรือไม่ตายเลย ถ้าต้นกล้าตายหลังจากปลูก ๗-๑๐ วัน ควรจะมีการปลูกซ่อม
403 Views
4
การทำไร่ยาสูบและการเก็บใบยาสดและการบ่ม
การทำไร่ยาสูบ ยาสูบเป็นพืชที่ต้องการน้ำฝน และความชุ่มชื้นในอากาศ ดังนั้นการปลูกยาในช่วงกลางถึงปลายฤดูฝน จึงจะได้ใบยาที่มีคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สมัยก่อนชาวไร่จะปลูกยาสูบในนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ซึ่งเป็นช่วงฤ
371 Views
5
ใบยาเวอร์ยิเนีย
ใบยาเวอร์ยิเนีย เมื่อเก็บใบแล้ว นำมาเสียบด้วยไม้เสียบที่โคนก้านใบ แต่ละใบห่างกันประมาณครึ่งนิ้ว แล้วนำไปมัดกับไม้ราวยาอีกทีหนึ่งด้วยตอกไม้ ราวยาหนึ่งๆ จะมีใบยา ๒-๓ เสียบ ขึ้นอยู่กับขนาดของใบยา หรืออาจนำใบยาไปมัดติดกับไม้ราวยาโดยตรงด้วยเชือกก็ได้ แล
269 Views
6
ใบยาเบอร์เลย์
ใบยาเบอร์เลย์ การเก็บใบยา ๒-๓ ครั้งแรก ดำเนินการเช่นเดียวกับใบยาเวอร์ยิเนีย ทั้งการเสียบใบ การมัดกับไม้ราวยา และนำเข้าวางในโรงบ่ม หลังจากนั้นปล่อยให้ใบยาส่วนที่เหลือในไร่แก่สุก โดยสังเกตใบยาล่างสุดมีสีเหลือง ปลายใบ และขอบมีสีน้ำตาล และเริ่มแห้ง ใบย
297 Views
7
ใบยาเตอร์กิชและใบยาพื้นเมือง
ใบยาเตอร์กิช การเก็บใบยา เก็บเป็นใบ ๆ เช่นเดียวกับใบยาเวอร์ยิเนีย ครั้งหนึ่ง ๆ เก็บประมาณ ๓-๕ ใบต่อต้น แต่ละครั้งห่างกัน ๔-๗ วัน เมื่อเก็บเสร็จแล้ว แยกใบยาเป็นพวก ๆ ตามขนาดและคุณภาพ แล้วร้อยที่โคนก้านใบเข้าด้วยกัน ด้วยเข็มและเชือก เมื่อร้อยเต็มเชือ
384 Views
8
โรคของยาสูบ
โรคของยาสูบ สาเหตุที่ทำให้ยาสูบเกิดโรคมีอยู่หลายประการ ทั้งที่เกิดจากเชื้อโรคที่มีชีวิต เช่น รา บัคเตรี ไวรัส และไส้เดือนฝอย หรืออาจเกิดจากสิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น สภาพแวดล้อมที่ผิดปกติ และการขาดธาตุอาหารต่าง ๆ โรคที่สำคัญ และพบเห็นเป็นประจำ ได้แก่
383 Views
9
แมลงศัตรูพืชและการกำจัดวัชพืช
แมลงศัตรูพืช แมลงที่มีความสำคัญ และเป็นอุปสรรคกับการเพาะปลูกยาสูบในประเทศไทยแบ่งออกเป็น ๒ จำพวกใหญ่ ๆ คือ ๑. แมลงจำพวกปากดูด ๑.๑ แมลงหวี่ขาว (white fly) เป็นแมลงที่ทำให้เกิดปัญหามากที่สุด ในการเพาะปลูกยาสูบในประเทศไทย คือ เป็นพาหะนำเชื้อโรคไวร
1K Views
10
การจัดชั้นใบยา
การจัดชั้นใบยา ใบยาที่บ่มเสร็จเรียบร้อยแล้ว (เวอร์ยิเนีย และเบอร์เลย์) จะต้องนำมาคัดเป็นใบ ๆ เพื่อกำหนดชั้นมาตรฐานให้ถูกต้อง สำหรับการซื้อขาย แล้วรวมมัดใบยาชั้นเดียวกันเข้าด้วยกันเป็นกำ ๆ และมัดหัวกำ ด้วยใบยาอีกทีหนึ่ง นำใบยาชั้นเดียวกันมาอัดรวมเป็
308 Views
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 1 Followers
  • Follow