หัตถกรรมพื้นบ้าน
นานมาแล้ว คนเราอาศัยอยู่ตามทุ่งนา ป่าเขา เก็บผัก ผลไม้จับปลา ล่าสัตว์เป็นอาหาร ใช้กิ่งไม้ใบไม้รองนอนในถ้ำ เก็บฟืนสุมไฟให้อบอุ่น มือ เล็บ ฟัน เป็นเครื่องมือที่ธรรมชาติสร้างให้มนุษย์ใช้ฉีก กัด ขบ เคี้ยว เพื่อดำรงชีวิต ต่อมา คนเราฉลาดขึ้น รู้จักสร้างเครื่องมือเครื่องใช้ เอาหินมาลับให้แหลม นำเหล็กมาตีให้คม ใช้เป็นอาวุธ เครื่องมือล่าสัตว์ และเป็นเครื่องใช้ในครัวเรือน คนมีมีด ขวาน จอบ เสียม เป็นเครื่องมือทำมาหากิน
ชาวบ้านตัดไม้มาสร้างบ้าน ทำเครื่องเรือน และเครื่องเล่น บางคนตัดไม้ไผ่มาจักตอก สานกระบุง ตะกร้า งอบ และสุ่มไก่ ขุดดินเหนียวมาปั้นหม้อ โอ่ง ไห วัว ควาย ตุ๊กตา ปลูกฝ้าย เลี้ยงไหม เพื่อนำมาทอผ้าลาย และผ้าดอกสีสวย บ้างก็นำหนังสัตว์มาทำเครื่องใช้ต่างๆ และตัวหนัง เอาเยื่อไม้มาทำกระดาษ และประดิษฐ์เป็นร่ม สมุดไทย ตัวหุ่น และตุ๊กตา คนไทยนั้นมีฝีมือทางช่าง รักความสวยงามละเอียดประณีต เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ จึงได้รับการตกแต่ง แกะสลักลวดลายอ่อนช้อย สลับสีเรืองอร่ามมีชีวิตชีวา
ขัน เครื่องเขินใบน้อย ครอบคนโทต้นไว้รินน้ำเย็นฉ่ำชื่น ลูกข่างเหลากลมเกลี้ยง เหวี่ยงหมุนดังหึ่งๆ เด็กน้อยนอนเปลดูลูกปลาตะเพียนใบลานสีสวย ผูกแขวนแกว่งไกวตามลมไหววับวับ
คุณยายนุ่งผ้าลาย นั่งบนเสื่อกกทอด้วยฝีมือละเอียด
ชาวบ้านโม่แป้ง ขูดมะพร้าวทำขนม เดินกางร่มไปทำบุญ
งานช่างงานฝีมือของชาวบ้าน ที่ประดิษฐ์ขึ้นใช้ในชีวิตประจำวันอย่างมีศิลปะนี้เอง เรียกว่า หัตถกรรมพื้นบ้าน
ชาวบ้านสร้างเครื่องมือเครื่องใช้ขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวัน และเพื่อสนองความเชื่อของตนในพิธีกรรมต่างๆ เนื่องจากคนไทย และผู้ปกครองบ้านเมือง ล้วนเป็นผู้ที่มีความละเอียดประณีต อีกทั้งมีความคิดสร้างสรรค์ เครื่องมือเครื่องใช้ ที่ประดิษฐ์ขึ้น จึงมีทั้งประโยชน์ใช้สอย และความงามทางศิลปะ
หัตถกรรมพื้นบ้านมีหลายชนิด แยกตามลักษณะของวัสดุ เทคนิคการทำ และวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้
หัตถกรรมที่เป็นเครื่องไม้ มักทำจากไม้สัก ไม้ชิงชัน ไม้โมกมัน และไม้แดง ประดิษฐ์เป็นกระต่ายขูดมะพร้าว กระจ่า เชี่ยนหมาก เครื่องเรือนแกะสลักฉลุลาย เครื่องเล่น เช่น ลูกข่าง ช้างไม้ และตุ๊กตา
เครื่องจักสานนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์จากไม้ไผ่ ใบลาน ที่ชาวบ้านทำเป็นของใช้ และเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ ได้แก่ สุ่มไก่ ข้อง ชะลอม ฝาชี กระบุง ตะกร้า หมวกงอบ ตะกร้อสอยผลไม้ และเป็นของเล่น เช่น พวงปลาตะเพียนแขวนให้เด็กนอนดูในเปล
เครื่องดินเผาเป็นผลงานประยุกต์ศิลป์ ที่ใช้ประโยชน์ได้มาก ในชีวิตประจำวัน และพัฒนาเป็นงานวิจิตรศิลป์ที่งดงาม แสดงถึงวัฒนธรรมอันสูงส่งของคนไทยมาแต่โบราณ เครื่องใช้ที่ทำด้วยดิน ได้แก่ ครก หม้อ โอ่ง ไห คนโท และที่ประดิษฐ์รูปร่างสวยงาม ใช้เทคนิคการเคลือบสีต่างๆ ได้แก่ เครื่องสังคโลก เครื่องเบญจรงค์ และลายน้ำทอง เป็นต้น
เครื่องทอเป็นหัตถกรรมพื้นบ้านอีกอย่างหนึ่ง แบ่งเป็นประเภทเสื่อ ซึ่งใช้ต้นกกย้อมสีมาทอเป็นผืนใหญ่ และประเภทผ้า ซึ่งมีทั้งการทอผ้าพื้น และผ้าลายยกดอก วัสดุที่นำมาใช้ทอผ้า ได้แก่ ฝ้าย ไหม และขนสัตว์ ลวดลายของผ้าที่ทอในภาคต่างๆ ล้วนมีความงดงามแสดงถึงศิลปะในท้องถิ่นนั้น เช่น ผ้ายก ผ้าลายขิด ผ้าตีนจก และผ้ามัดหมี่ เป็นต้น
เครื่องรักเป็นเครื่องใช้สอย และภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่ เคลือบด้วยรัก ซึ่งเป็นยางไม้ชนิดหนึ่ง ขัดให้เกลี้ยง แล้วเขียนลวดลายเป็นสีต่างๆ หรือลายทอง เครื่องรักนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เครื่องเขิน มีความงดงาม และมีประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันของคนภาคเหนือ ได้แก่ พาน เชี่ยนหมาก ขันน้ำ ถาดใส่ของถวายพระ และแจกัน
เครื่องโลหะ ชาวบ้านนำโลหะ เช่น เหล็ก มาทำเป็นเครื่องมือ ใช้ในครัวเรือน และในการประกอบอาชีพทางการเกษตร เช่น มีด กรรไกร ขวาน เคียว สิ่ว จอบ เสียม ใช้ทองเหลือง และทองแดง มาทำเชิงเทียน เชื่ยนหมาก ใช้ทองแดงมาผสมกับดีบุก และเศษทอง เป็นสัมฤทธิ์ สร้างพระพุทธรูป ทำขันลงหิน มีด และช้อน ซึ่งเป็นหัตถกรรมไทย ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก
เครื่องหนัง หนังสัตว์เป็นวัสดุ ที่คนไทยนำมาประดิษฐ์เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือ เช่น สายธน และหนังสติ๊ก ที่ใช้ยิงไล่นกกาในท้องนา เป็นสิ่งสื่อความหมาย เพื่อการบันเทิง เช่น ตัวหนังตะลุง ที่ใช้เชิดเป็นเรื่องราว ส่วนที่เป็นเครื่องใช้ ได้แก่ อานม้า สายบังเหียน เป็นต้น
เครื่องกระดาษ ศิลปะพื้นบ้าน ที่คนไทยรู้จักนำกระดาษมาประดิษฐ์นั้น มีมากมาย ในด้านการศึกษา มีการทำข่อย สมุดไทย ส่วนเครื่องใช้ ได้แก่ ร่ม ซึ่งทำด้วยกระดาษสา ด้านการบันเทิง ใช้กระดาษมาทำหัวโขน หน้ากาก หัวโต บางครั้งนำมาทำเครื่องเล่น เช่น ตุ๊กตา สัตว์จำลอง และว่าว เป็นต้น
เครื่องหิน คนไทยมีฝีมือในการแกะสลักหิน เพื่อให้ได้งานศิลปะ และเครื่องมือเครื่องใช้ งานศิลปะ ได้แก่ การสลักหินเป็นรูปสัตว์ต่างๆ การทำลูกนิมิต และใบเสมา ส่วนที่เป็นเครื่องใช้ที่ทุกคนรู้จักดี คือ ครก สาก และโม่ เป็นต้น
ชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่น มักจะใช้วัสดุธรรมชาติ ที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้น มาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ครั้นเมื่อมีเวลาว่าง ก็จะใช้ฝีมือประดิษฐ์สลักเสลาให้ดูงดงามขึ้น กลายเป็นงานศิลปะ แสดงถึงความประณีตละเอียดอ่อน ของจิตใจ ปัจจุบันนี้ความเจริญทางเทคโนโลยีมีมาก เครื่องจักรกล และเครื่องไฟฟ้าได้แพร่หลายเข้าสู่หมู่บ้าน ทำให้งานศิลปหัตถกรรมเหลือน้อยลง เครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น หม้อดินหุงข้าว กระต่ายขูดมะพร้าว กระบวยตักน้ำ หรือเครื่องเล่น เช่น ปืนและม้าก้านกล้วย ลูกข่าง กระบอกไม้ซาง เหล่านี้ ในคนรุ่นหลังมีผู้รู้จักน้อย เยาวชนจึงควรสนใจศึกษา
"หัตถกรรมพื้นบ้าน" เป็นประยุกต์ศิลป์ หรือศิลปะ ที่มีประโยชน์ใช้สอยประเภทหนึ่ง ที่ชาวบ้านธรรมดาเป็นผู้สร้างขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นผู้สร้างเครื่องมือ ภาชนะ สำหรับใช้เองในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีหัตถกรรมพื้นบ้านอยู่อีกสองลักษณะคือ งานหัตถกรรมที่ชาวบ้านสร้างขึ้น เพื่อสนองความต้องการของคนในอีกระดับหนึ่ง หรืออีกสังคมหนึ่งคือ ขุนนาง ข้าราชการ และพระมหากษัตริย์ และลักษณะสุดท้ายคือ งานหัตถกรรมที่สร้างขึ้น เพื่อสนองความเชื่อของตนในพิธีกรรมต่างๆ และในพระศาสนา ในที่นี้ ผู้เขียนใคร่จะขอกล่าวถึงแต่งานหัตถกรรม ที่ชาวบ้านสร้างขึ้น เพื่อใช้สอยเอง และใช้ในระหว่างชาวบ้านด้วยกันเท่านั้น
หัตถกรรมดังกล่าวนี้มีหลายชนิดด้วยกัน ซึ่งจะขอกล่าวตามลักษณะของวัสดุ และเทคนิคการทำ อันมีอยู่ทั้งสิ้น ๙ ชนิดด้วยกัน คือ
๑. เครื่องไม้
๒. เครื่องจักสาน
๓. เครื่องดิน
๔. เครื่องทอ (เครื่องผ้า)
๕. เครื่องรัก
๖. เครื่องโลหะ
๗. เครื่องหนัง
๘. เครื่องกระดาษ
๙. เครื่องหิน
หัตถกรรมชนิดต่างๆ ดังกล่าวมานี้ ชาวบ้านสร้างขึ้น โดยใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น ของตนเอง เป็นส่วนมาก และมิได้นำไปผสมกับวัตถุเทียมอื่นใดเลย แต่พอมาถึงปัจจุบัน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีส่วนทำให้เปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ มีการนำเอาวัสดุเทียม มาใช้ประกอบในการทำงานหัตถกรรม อย่างไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งนับว่า เป็นการลดคุณค่าทางสุนทรียภาพของหัตถกรรมพื้นบ้าน อย่างไรก็ตาม สภาพเช่นนี้บังเกิดขึ้นเสมอมา จึงสมควรที่เราจะต้องทำการอนุรักษ์เอาไว้ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ที่สามารถจะทำได้