Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ระบบฐานข้อมูล

Posted By Plookpedia | 20 เม.ย. 60
2,310 Views

  Favorite

ระบบฐานข้อมูล

      เมื่อเริ่มเรียนหนังสือ เรามีหนังสือเพียงไม่กี่เล่มจึงสามารถจัดเก็บได้สะดวกโดยอาจจะเก็บไว้ในกระเป๋าหนังสือหรือวางไว้บนโต๊ะ แต่เมื่อโตขึ้นจะมีหนังสือเรียนและหนังสืออ่านเล่นเป็นของส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น เราก็ต้องหาตู้หนังสือเพื่อเอาไว้จัดเก็บหนังสือโดยอาจแบ่งแยกเป็นหมวดหนังสือเรียนและหมวดหนังสืออ่านเล่น เมื่อเต็มตู้ก็ต้องซื้อตู้ใหม่อีกและอาจจะต้องมีการแบ่งแยกหมวดหมู่ หนังสือใหม่ เช่น ตู้ใบนี้เก็บเฉพาะตำราเรียน ตู้อีกใบเก็บหนังสือทั่วไปซึ่งเหมือนกับการจัดเก็บหนังสือในห้องสมุดนั่นเอง

 

ระบบฐานข้อมูล

 

      เมื่อมีหนังสือเก็บอยู่ในตู้หลายตู้การค้นหาหนังสือสักเล่มจึงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก ถ้าจะค้นคว้าเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งไม่ทราบว่าอยู่ในหนังสือเล่มใดก็ยิ่งยากมากขึ้น วิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ คือ จัดทำตัวชี้เก็บข้อมูลของหนังสือแต่ละเล่ม เช่น หนังสือ ชื่อผู้แต่ง เป็นต้น แล้วจัดเรียงตัวชี้นี้ไว้ให้เป็นระเบียบอาจจะจัดเรียงตามลำดับตัวอักษรก็ได้ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกในการค้นหามากขึ้น

 

ระบบฐานข้อมูล

 

      แต่อย่างไรก็ตามเมื่อข้อมูลมีปริมาณมากขึ้นก็ต้องใช้ตู้เอกสารในการจัดเก็บมากขึ้น บางครั้งก็อาจจะต้องใช้พื้นที่เป็นห้อง ๆ และการค้นหาก็เริ่มยุ่งยากมากขึ้น เมื่อมีการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ได้มีการนำเอกสารเก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แทนทำให้ประหยัดเนื้อที่ไปได้มากและการค้นหาก็ง่ายขึ้น  โดยจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์เลียนแบบการจัดเก็บหนังสือเข้าตู้นั่นเอง แต่ปัญหาก็ยังคงมีอยู่เพราะนอกจากข้อมูลที่จัดเก็บจะมีปริมาณมหาศาลแล้วยังมีลักษณะซับซ้อนมากขึ้นทุกวันแต่ก่อนมีเฉพาะข้อมูลที่เป็นตัวอักษรในปัจจุบันมีทั้งรูปภาพ เสียง และบางครั้งก็เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ เช่น ภาพยนตร์ เป็นต้น ทำให้การจัดเก็บและค้นหาข้อมูลด้วยเทคนิคดั้งเดิมไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจึงได้มีการนำเสนอระบบฐานข้อมูลขึ้นมาใช้งาน

 

ระบบฐานข้อมูล

 

      ระบบฐานข้อมูลแบ่งแยกการทำงานออกเป็น ๒ ส่วน อย่างชัดเจน ส่วนแรกเป็นตัวข้อมูลและส่วนที่ ๒ เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดการข้อมูลในฐานข้อมูล ผู้ใช้จะซ่อนรายละเอียดของการจัดเก็บข้อมูลซึ่งซับซ้อนเอาไว้เพื่อให้ผู้ใช้จะได้ค้นหา ปรับปรุง หรือแก้ไขข้อมูลในฐานข้อมูลได้อย่างสะดวกโดยติดต่อผ่านโปรแกรมดังกล่าวนี้เท่านั้นเพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและเพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้ด้วยเพราะโปรแกรมประเภทนี้มักจะพัฒนาให้ส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้เป็นรูปภาพซึ่งมีความสวยงามและง่ายต่อการใช้งานเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

      ในปัจจุบันมีข้อมูลมากมายมหาศาลผู้ที่สามารถจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วก็มักจะได้เปรียบในเชิงธุรกิจ ดังนั้นระบบฐานข้อมูล (Database System) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งการทำงานเป็น ๒ ส่วนหลัก ได้แก่ ฐานข้อมูล (Database) และระบบจัดการฐานข้อมูล (Database Management System) ฐานข้อมูลก็ คือ ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์และอยู่ร่วมกันส่วนระบบจัดการฐานข้อมูล คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ในการดูแลและจัดการฐานข้อมูลโดยมีหน้าที่หลักในการสร้างฐานข้อมูล การปรับปรุงข้อมูล และการเรียกค้นข้อมูล

 

ระบบฐานข้อมูล
การจัดการฐานข้อมูลเปรียบได้กับการจัดเก็บเอกสารจำนวนมากมายมหาศาลที่วางระเกะระกะให้เป็นระเบียบเพื่อให้สามารถสืบค้นได้ง่าย 

 

      การพัฒนาเทปแม่เหล็กและเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกได้นั้นนับเป็นขั้นพื้นฐานของการพัฒนาระบบฐานข้อมูล นักวิจัยได้นำเสนอแบบจำลองข้อมูลต่าง ๆ ออกมาเป็นระยะ ๆ เพื่อนำไปใช้ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลที่ดี แบบจำลองที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ แบบจำลองข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Data Model) ซึ่งนำเสนอเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ และแบบจำลองข้อมูลเชิงวัตถุ (Object-Oriented Data Model) ซึ่งนำเสนอเมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๓ ในปัจจุบันนี้มีการนำข้อดีของทั้งสองแบบมารวมกันและพัฒนาเป็นแบบจำลองใหม่เรียกว่า แบบจำลองข้อมูลเชิงวัตถุสัมพันธ์ (Object Relational Data Model) คาดว่าระบบฐานข้อมูลในอนาคตและพัฒนาโดยใช้แบบจำลองนี้เป็นพื้นฐานโดยส่วนใหญ่

ตัวอย่างระบบฐานข้อมูล เช่น 
      ๑. ระบบฐานข้อมูลของธนาคาร ซึ่งต้องจัดเก็บรายละเอียดที่เกี่ยวกับบัญชีต่าง ๆ ของลูกค้า แต่ละธนาคารจะมีจำนวนลูกค้านับเป็นแสนคนหรือล้านคน ตัวอย่างของข้อมูลที่ต้องจัดเก็บ ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ ประเภทบัญชี รายการสินค้าเชื่อ ยอด คงเหลือแต่ละบัญชีของลูกค้า เป็นต้น 
      ๒. ระบบฐานข้อมูลของโรงพยาบาล มีข้อมูลที่ควรจัดเก็บ ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ ประวัติการแพ้ยา ประวัติการป่วย อาการป่วย และยาที่ใช้ในการรักษาของคนไข้แต่ละคนและข้อมูลความเชี่ยวชาญของแพทย์แต่ละท่าน เป็นต้น 
      ๓. ระบบฐานข้อมูลของโรงเรียน ซึ่งแต่ละแห่งมีจำนวนนักเรียนหลายร้อยหรือหลายพันคน ข้อมูลต่าง ๆ ที่โรงเรียนควรจัดเก็บ ได้แก่ ประวัติของนักเรียนแต่ละคนเพราะเมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องติดต่อกับผู้ปกครองก็สามารถค้นหารายละเอียดได้อย่างรวดเร็วในฐานข้อมูล อีกทั้งข้อมูลผลการเรียนในทุกระดับชั้นของนักเรียนในแต่ละคนก็สามารถจัดเก็บและเรียกค้นหาได้อย่างสะดวกในฐานข้อมูลเดียวกัน เป็นต้น

 

ระบบฐานข้อมูล
การจัดการฐานข้อมูลเปรียบได้กับการจัดเก็บเอกสารจำนวนมากมายมหาศาลที่วางระเกะระกะให้เป็นระเบียบเพื่อให้สามารถสืบค้นได้ง่าย

 

      ระบบฐานข้อมูลในปัจจุบันมีมากมายในองค์กรเกือบทุกแห่งมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลขึ้นใช้แล้วเพราะประสิทธิภาพในการทำงานจะเพิ่มสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับการจัดเก็บแบบไม่ใช้ระบบฐานข้อมูล  ในการพัฒนาและใช้ระบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพจะต้องมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น 
      ๑. ผู้จัดการฐานข้อมูลเป็นผู้ดูแลทุก ๆ อย่าง ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูลทั้งหมด 
      ๒. นักออกแบบฐานข้อมูลรับผิดชอบการกำหนดรูปแบบและโครงสร้างของข้อมูลซึ่งนับเป็นขั้นตอนที่สำคัญขั้นตอนหนึ่งเพราะถ้าออกแบบโครงสร้างของข้อมูลไม่ดีอาจส่งผลให้การใช้งานไม่มีประสิทธิภาพและไม่ถูกต้องได้ 
      ๓. ผู้ออกแบบและพัฒนาระบบจัดการฐานข้อมูล มักเป็นบริษัทผลิตซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่เพราะระบบนี้เป็นซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนมาก 
      ๔. กลุ่มผู้ใช้ซึ่งต้องการค้นหาข้อมูล ปรับปรุงข้อมูล และจัดทำรายงานต่าง ๆ เป็นต้น 
      การติดต่อสื่อสารของระบบฐานข้อมูลต้องใช้ภาษาเป็นสื่อเช่นเดียวกับการสื่อสารของมนุษย์ ภาษาของฐานข้อมูลมีหลายประเภทแล้วแต่ลักษณะการใช้งาน ภาษาหลัก ๆ ประกอบด้วย ภาษากำหนดโครงสร้างของฐานข้อมูลหรือดีดีแอล (Data Definition Language: DDL) ใช้ในการกำหนดโครงสร้างของฐานข้อมูลและภาษาจัดดำเนินการข้อมูลหรือดีเอ็มแอล (Data Manipulation Language : DML) ใช้ในการค้นหาและปรับปรุงข้อมูล ภาษาที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ ภาษาเอสคิวแอล (SQL : Structured Query Language) เป็นภาษาที่สร้างขึ้นเพื่อใช้กับแบบจำลองข้อมูลเชิงสัมพันธ์โดยได้รับการพัฒนาใช้ในระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์เกือบทุกระดับสามารถทำหน้าที่เป็นทั้งดีดีแอลและดีเอ็มแอลจึงมีความสมบูรณ์ในการใช้งาน นอกจากนี้การเขียนคำสั่งในภาษาเอสคิวแอลก็ทำได้ง่ายด้วย

 

ระบบฐานข้อมูล
การให้บริการและการจัดเก็บรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ของโรงพยาบาลและธนาคารควรนำระบบฐานข้อมูลมาใช้เพื่อให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

      ความมั่นคงของข้อมูลถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญมาก ข้อมูลบางอย่างเผยแพร่แก่สาธารณชนได้แต่ข้อมูลบางอย่างถือเป็นความลับสุดยอดขององค์กร ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบฐานข้อมูลจึงถูกพัฒนาขึ้นโดยมีการให้สิทธิการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แต่ละคนไม่เท่ากัน ส่วนใหญ่แล้วผู้ใช้แต่ละคนจะมีรหัสลับในการเข้าถึงข้อมูลนอกจากนี้ยังมีการใช้การเข้ารหัสข้อมูลเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่ฐานข้อมูลในขณะที่ทำการส่งข้อมูลอีกด้วย 
      ระบบฐานข้อมูลในปัจจุบันนี้มักมีการกระจายไปในหลาย ๆ แห่ง ทั้งนี้เป็นเพราะว่าแต่ละองค์กรมีขนาดใหญ่และมีสาขากระจายอยู่ตามที่ต่าง ๆ เพื่อสามารถให้บริการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อมูลบางส่วนใช้เฉพาะสาขาเท่านั้นแต่ข้อมูลบางส่วนก็มีการกระจายใช้ร่วมกันจึงมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Database) ขึ้น เพื่อการจัดการฐานข้อมูลที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในบางองค์กรยังมีการพัฒนาระบบฐานข้อมูลสำหรับแต่ละหน่วยงานย่อยซึ่งเมื่อผู้บริหารต้องการนำข้อมูลในภาพรวมมาใช้ก็มักจะรวมกันได้ยากเพราะแต่ละหน่วยงานย่อยมีโครงสร้างของข้อมูลที่แตกต่างกันและแบบจำลองข้อมูลที่ใช้อาจต่างกันซึ่งส่งผลให้มีการพัฒนาวิธีและกระบวนการในการรวมกันของข้อมูล (Data Integration) ขึ้นใช้ ได้แก่ คลังข้อมูล (Data Warehousing) และเหมืองข้อมูล (Data Mining) เป็นต้น

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป

Content

1
ประเภทของระบบฐานข้อมูล
ในโลกของการแข่งขันในยุคปัจจุบันนี้ การเข้าถึงข้อมูลอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจนั้น ถือเป็นสิ่งจำเป็น ดังนั้น ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่เหมาะสมกับลักษณะของงาน จะทำให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ส่วนนี้เป็นหน้าที่ ของนักออกแบบซอฟต์แวร์ (Softw
1K Views
2
ระบบจัดการฐานข้อมูล
ระบบจัดการฐานข้อมูลโดยทั่วไปนั้น ควรจะมีความสามารถในการอนุญาต ให้ผู้ใช้สร้างฐานข้อมูลใหม่ได้ พร้อมทั้งระบุโครงสร้างของข้อมูลได้ โดยอาศัยภาษา สำหรับการออกแบบข้อมูล (Data Definition Language : DDL) อีกทั้งมีความสามารถในการดึง เปลี่ยนแปลง และปรับปรุงข้อมูลได
249 Views
3
ความแตกต่างระหว่างงานแฟ้ม ข้อมูลกับงานฐานข้อมูล (Traditional File Processing VS Database Systems)
ในสมัยก่อนนั้น การเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อการนำกลับมาใช้บนระบบคอมพิวเตอร์ จะอยู่ในรูปของแฟ้มข้อมูลทั้งสิ้น แต่เมื่อโลกมีการ พัฒนามากขึ้น ข้อมูลที่ต้องจัดเก็บมีอยู่มากมาย การใช้แต่เพียงแฟ้มข้อมูลเท่านั้น ไม่เพียงพอ ที่จะสนับสนุนให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอ
262 Views
4
บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานระบบฐานข้อมูล
บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานระบบฐานข้อมูล สำหรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่มีผู้ใช้จำนวนมาก จะต้องมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งในแง่การออกแบบ การใช้งาน และการบำรุงรักษา ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ ได้แก่ ผู้จัดการฐานข้อมูล (Database Administrator) เป็นผู้ดูแลทั้งฐาน
232 Views
5
ภาษาฐานข้อมูล (Database Language)
ภาษาฐานข้อมูล (Database Language) การสื่อสารของสังคมมนุษย์ ต้องอาศัยภาษา เป็นสื่อในการติดต่อสื่อสาร สำหรับระบบฐานข้อมูล ก็ต้องใช้ภาษาฐานข้อมูล ในการกำหนดลักษณะต่างๆ และการใช้งานระบบฐานข้อมูล เนื่องจากระบบฐานข้อมูลแยกออกเป็นส่วนของข้อมูล กับส่วนของซอฟต์แว
270 Views
6
ประโยชน์ในการใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล
ประโยชน์ในการใช้ระบบจัดการฐานข้อมูล จากลักษณะความแตกต่างระหว่างระบบฐานข้อมูลกับแฟ้มข้อมูล จะเห็นได้ว่า ระบบฐานข้อมูลมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีกว่า ซึ่งหน้าที่ในการจัดการต่างๆ เป็นของซอฟต์แวร์ ดีบีเอ็มเอส ผลประโยชน์จากการใช้ซอฟต์แวร์นี้ สรุปได้ดังนี้
561 Views
7
แบบจำลองข้อมูล (Data Model)
แบบจำลองข้อมูล (Data Model) ข้อมูลในฐานข้อมูลส่วนใหญ่ มักจะมีรายละเอียดของข้อมูลมากมายมหาศาล ซึ่งการจัดเก็บ และเลือกใช้ให้มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องอาศัยเทคนิคต่างๆ เข้ามาช่วย และรายละเอียดบางอย่าง ที่ยุ่งยากซับซ้อนมาก ก็ควรจะถูกซ่อนไว้จากผู้ใช้ ทั้งนี้เพื
1K Views
8
แบบจำลองข้อมูลเชิงลำดับชั้น (Hierarchical Data Model)
แบบจำลองข้อมูลเชิงลำดับชั้น (Hierarchical Data Model) ส่วนใหญ่องค์กรต่างๆ จะมีโครงสร้างเป็นแบบลำดับชั้น ซึ่งข้อมูลขององค์กรเหล่านี้ จะมีความเหมาะสมกับแบบจำลองข้อมูลเชิงลำดับชั้น (Hierarchical Data Model) มากที่สุด ปรากฏว่า ไม่มีหลักฐาน หรือเอกสารอย่างเป็
297 Views
9
แบบจำลองข้อมูลเชิงเครือข่าย (Network Data Mode)
แบบจำลองข้อมูลเชิงเครือข่าย (Network Data Mode) แบบจำลองข้อมูลนี้ถูกเสนอขึ้นโดยกลุ่มโคดาซิล (CODASYL Database Task Group) ใน ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ บางคนจึงเรียกแบบจำลองนี้ว่า ดีบีทีจี (DBTG Mode) โครงสร้างพื้นฐานของข้อมูลแบ่งได้เป็น ๒ ประเภท ได้แก่ ระเบียน (Recor
243 Views
10
แบบจำลองข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Data Model)
แบบจำลองข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Data Model) เป็นแบบจำลองข้อมูล ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เสนอขึ้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยนายเท็ด คอดด์ มีโครงสร้างข้อมูลพื้นฐานแบบเดียวกันเท่านั้น และเป็นแบบที่ง่ายด้วย คือ ตารางความสัมพันธ์ (Relation) มีลักษณะเหมือนกับ
450 Views
11
ฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Database)
ฐานข้อมูลแบบกระจาย (Distributed Database) ระบบฐานข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Database System) ประกอบด้วย ฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล และหน่วยความจำ ที่ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูล ซึ่งอาจจะเป็นจาน บันทึก (Disk) สำหรับการจัดเก็บแบบเชื่อมตรง (on-line
409 Views
12
ความมั่นคงของฐานข้อมูล (Database Security)
ความมั่นคงของฐานข้อมูล (Database Security) ข้อมูลที่นำมาจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลนั้น อาจมีระดับของความสำคัญแตกต่างกันไป กลุ่มข้อมูลบางกลุ่ม อาจเป็นความลับสุดยอด ห้ามเผยแพร่เด็ดขาด แต่ข้อมูลบางกลุ่ม ก็เป็นความรู้ทั่วไป ที่เปิดเผยได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความต้อ
172 Views
13
ระบบฐานข้อมูลในอนาคต
ระบบฐานข้อมูลในอนาคต แนวทางการพัฒนาของวิทยากร ในสาขาระบบฐานข้อมูลมีอยู่หลายทิศทาง แนวทางส่วนใหญ่จะถูกกำหนดขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีการโปรแกรมเชิงวัตถุ (Object-Oriented Programming Technique) ข้อบังคับ และปฏิบัติตามข้อบังคับ (Constraints and Triggers) ข้อมูล
397 Views
14
การโปรแกรมเชิงวัตถุ
การโปรแกรมเชิงวัตถุ เป็นเทคนิคการเขียนโปรแกรม ที่ส่งเสริม และสนับสนุน ให้การโปรแกรม มีโครงสร้างที่ดี มีความน่าเชื่อถือ เป็นแนวความคิดใหม่ ในการพัฒนาระบบงาน และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยพิจารณากลุ่มคำสั่งต่างๆ เป็นวัตถุ และการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ ก็คือ การนำ
294 Views
15
การรวมกันของข้อมูล (Data Integration)
การรวมกันของข้อมูล (Data Integration) เมื่อข้อมูลเข้ามามีบทบาทในการทำงาน ขององค์กรมากขึ้น จึงมีความจำเป็นในการนำ ข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ในหลายๆ ทาง เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุด ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อองค์กรใหญ่ องค์กรหนึ่งๆ ซึ่งประกอบไปด้วยหลายๆ แผนก แต่ละแผนกเก็
159 Views
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 1 Followers
  • Follow