Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

อุปราคา

Posted By Plookpedia | 20 เม.ย. 60
3,073 Views

  Favorite

อุปราคา

ตามนิยายปรัมปราของเราที่เกี่ยวกับ "สุริยุปราคา" และ "จันทรุปราคา" มีกล่าวไว้ว่า "พระอาทิตย์"เทพบุตร "พระจันทร์"เทพบุตร เป็นเวรด้วย"พระราหู" มีความพยาบาทต่อกัน ถ้าเที่ยวไปในฟ้าพบกันเข้าเมื่อไร พระราหูก็เอามือบังไว้บ้าง หรือเอาปากอมเข้าไว้บ้าง พักหนึ่งแล้วพระราหูก็คลายออก "พระอาทิตย์" "พระจันทร์" จึงส่องสว่างได้ดังเดิม  

ในโบราณกาลมนุษย์มีความหวาดกลัวต่อปรากฏการณ์เช่นนี้ ในเวลาต่อมานักปราชญ์ได้ให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่า "สุริยุปราคา" และ "จันทรุปราคา" เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีขึ้นในโลกมาแล้วเป็นเวลาช้านาน เกิดเวลาดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกอยู่ในที่อันเหมาะสมกัน

อุปราคา
หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 1

 

 

"อุปราคา"  คืออะไร ?

"การเกิดอุปราคานั้น หากเปรียบเทียบให้เข้าใจได้ง่าย ก็เหมือนกับเวลากลางคืนที่เราอยู่ในบ้าน แล้วจุดไฟเพื่อให้ได้แสงสว่าง" ถ้าเราจุดเทียนไขในห้องที่มืดอยู่ แล้วยืนหันหน้ามาทางเทียนไข ที่หน้าและตัวของเรานั้นจะได้รับแสงสว่างจากเทียนไขมากกว่าทางหลังตัวเรา แสงเทียนไขไม่ผ่านทะลุตัวของเราไป และเราอาจเห็นเงาของตัวเราเองที่พื้นหรือที่ฝาห้อง 

 

•ความมืดมัวจะคงมีตลอดคืน ถนนหนทางก็ต้องจุดโคมไฟ จึงจะได้แสงสว่าง รุ่งเช้าเราเห็นดวงอาทิตย์ที่ขอบฟ้า สายเข้าดวงอาทิตย์ก็สูงขึ้นไป ถ้าเรายืนในที่กลางแจ้งหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ เราเห็นเงาของเราอยู่ทางหลัง ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ อย่างเดียวกันกับเงาที่เกิดจากจุดเทียนไขในห้อง เวลากลางคืน เงาจะสั้นลงไปทุกทีจนถึงเวลาเที่ยง ตอนบ่ายถ้าเราหันหน้าไปทางดวงอาทิตย์ เงาจะอยู่ทางด้านหลังของเรา เงานี้จะยาวขึ้นจนถึงเวลาเย็นเราเห็นดวงอาทิตย์ลงลับขอบฟ้าไป เป็นเวลากลางคืนไปอีก

 

•กลางวันและกลางคืนมีติดต่อกันไปเพราะโลกหมุนรอบตัวเองตลอดเวลา ซีกของโลกที่หันมาทางดวงอาทิตย์ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์โดยตรงเป็นกลางวัน อีกซีกหนึ่งของโลกไม่ได้รับแสงสว่างก็มืดเป็นกลางคืน แสงอาทิตย์ที่ส่องมาถึงโลก ผ่านทะลุโลกไปไม่ได้ โลกก็มีเงาทอดไปทางด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์อย่างเดียวกันกับเงาของตัวเราเองในห้องเวลากลางคืน และเงาของตัวเราเองในกลางแจ้งกลางวัน โลกอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์ เงาของโลกจึงยาวได้มากประมาณ ๑,๔๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร 

สุริยุปราคา
สุริยุปราคา เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๒ ภายหลังเวลาเต็มคราส ๔๒ วินาที ถ่ายที่โคกโพธิ์ ปัตตานี
จาก หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 1

 

 

•ในท้องฟ้าเวลากลางคืน สังเกตดูดวงจันทร์ บางคืนก็เป็นเสี้ยว เป็นซีก บางคืนเห็นเต็มดวง บางคืนไม่เห็นดวง ที่เราเห็นเป็นอย่างนั้นก็เพราะโลกและดวงจันทร์ มีรูปร่างกลม ๆ โลกหมุนรอบตัวและเคลื่อนที่ไปรอบดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ก็หมุนรอบตัวและเคลื่อนที่ไปรอบโลก ดวงจันทร์ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ดวงจันทร์ได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ และส่งแสงสะท้อนมายังโลกให้เราเห็น ในเวลาข้างขึ้นอ่อน ๆ เราเห็นส่วนที่สว่างของดวงจันทร์น้อย ส่วนที่สว่างอยู่ทางตะวันตก ส่วนที่สว่างเห็นมากขึ้นจนเป็นรูปซีก และเต็มดวงกลางเดือนขึ้นสิบห้าค่ำวันเพ็ญ ส่วนในคืนข้างแรม ซีกสว่างของดวงจันทร์อยู่ทางทิศตะวันออก เราเห็นส่วนที่สว่างน้อยลงไปจนถึงวันสิ้นเดือนสิบสี่สิบห้าค่ำ เวลาขึ้นก็ดึกมากขึ้นทุกคืน จนถึงเช้า ก็ยังเห็นอยู่ในท้องฟ้า

•ด้านของดวงจันทร์ที่หันหน้าทางดวงอาทิตย์เป็นกลางวัน และด้านตรงข้ามเป็นกลางคืนอย่างเดียวกับโลก แต่นานกว่ากัน เพราะดวงจันทร์หมุนรอบตัวครั้งหนึ่งนานยี่สิบเจ็ดวันเศษ และเคลื่อนที่ไปรอบโลกด้วย

 

•แสงดวงอาทิตย์ที่ส่งไปที่ดวงจันทร์ ผ่านทะลุไปทางด้านหลังไม่ได้ ดวงจันทร์จึงมีเงาทอดไปในทางตรงข้ามกับด้านที่ได้รับแสงดวงอาทิตย์ตรง

 

•ดวงจันทร์มีขนาดเล็กกว่าโลกมาก เงาของดวงจันทร์ยาวประมาณหนึ่งในสี่ความยาวของเงาโลก เงาดวงจันทร์บางเวลาก็ยาวกว่าระยะห่างของดวงจันทร์จากโลก และบางเวลาก็สั้นกว่าเล็กน้อย

 

ดวงจันทร์ที่ถ่ายด้วยกล้อง
ดวงจันทร์ ถ่ายโดยเปิดหน้ากล่อง ๕ ครั้ง เพื่อให้แสงสว่างจากปรากฏการณ์ตกลงบนฟิล์มเท่ากับจำนวนครั้งที่เปิดหน้ากล้องนั้น ทำให้ได้ภาพขณะดาวศุกร์เคลื่อนที่ผ่านเบื้องหลังดวงจันทร์อยู่ในตำแหน่งต่าง ๆ กัน ขณะเดียวกันก็เห็น ลักษณะภูมิประเทศของดวงจันทร์ที่ได้รับแสงสะท้อนจากโลก (earthshine) ภาพนี้ถ่ายที่หอดูดาวภูเขาสตรอมโล ประเทศออสเตรเลีย
จาก หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 1

 

 

ดวงจันทร์เต็มดวง
ดวงจันทร์สว่างเกือบเต็มดวง ในคืนข้างขึ้น ๑๓ ค่ำ
จาก หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 1

 

 

ดวงจันทร์เสี้ยว
ดวงจันทร์เสี้ยวจะปรากฏในคืนข้างแรมแก่หรือข้างขึ้นอ่อน อันเนื่องมาจากดวงจันทร์โคจรรอบโลก
จาก หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 1

 

 

•โลกเคลื่อนที่ไปรอบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ก็เคลื่อนที่ไปรอบโลกพร้อมๆ กันไป ก็ต้องมีเวลาหนึ่งที่ดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ จะอยู่ในแนวเดียวกันพอดี ในวันเพ็ญ เมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่มาได้แนวอยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ เงาโลกทอดไปยาวกว่าระยะห่างของดวงจันทร์จากโลกมาก ดวงจันทร์ก็เคลื่อนที่ไปในเงาโลก ทำให้เงาโลกปิดบังดวงจันทร์เกิดเป็น "จันทรคราส"

•ในวันเดือนมืดเมื่อดวงจันทร์เคลื่อนที่มาอยู่ระหว่างดวงอาทิตย์และโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก อยู่ได้แนวเดียวกัน เราเห็นดวงจันทร์ปิดบังดวงอาทิตยเกิดเป็น "สุริยคราส"

 

__________________________________________________________________


"อุปราคา" เป็นคำในวิชาดาราศาสตร์ หมายถึงการที่เทห์ฟากฟ้าชนิดใดชนิดหนึ่งมืดแสงลง เทห์ฟากฟ้านั้นอาจเป็นเทห์ฟากฟ้าที่มีแสงสว่างในตัวเอง หรือเป็นเทห์ฟากฟ้าที่ส่องแสงโดยการสะท้อนก็ได้ ดังเช่น การเกิดเงาอันเนื่องมาจากโลกหรือดวงจันทร์ โคจรเข้าบังแสงอาทิตย์อยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง '(เทห์ฟากฟ้า หมายถึง วัตถุในท้องฟ้าหรือในอวกาศ เช่น ดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์ อุกกาบาต )'
อุปราคาที่เกิดขึ้นมองเห็นบนโลก เนื่องจากดวงจันทร์โคจรผ่านดวงอาทิตย์และทอดเงามาบนพื้นผิวโลก ทำให้ดวงอาทิตย์ปรากฏมืดไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า "สุริยุปราคา" ส่วนอุปราคาที่เกิดเพราะโลกโคจรผ่านดวงอาทิตย์และทอดเงาของโลกลงบนดวงจันทร์ มีชื่อเรียกว่า "จันทรุปราคา"

 

การเกิดสุริยุปราคา

ในการเกิด "สุริยุปราคา" อาจเกิดเป็นสุริยุปราคาหมดดวง สุริยุปราคาบางส่วน หรือสุริยุปราคาวงแหวนขึ้นก็ได้ ถ้าในการเกิดสุริยุปราคานั้น ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลก ทำให้ปรากฏเป็นดวงใหญ่ พอที่จะบังดวงอาทิตย์ได้มิดหมดทั้งดวง และเป็นเหตุให้เกิดเงามืด ซึ่งมืดสนิท กับเงามัวซึ่งมีแสงปนอยู่ด้วยบ้างบนผิวโลก ขณะนั้นผู้ที่อยู่ในบริเวณที่เป็นเงามืดจะได้เห็นสุริยุปราคาหมดดวง แต่ผู้ที่อยู่ในบริเวณเงามัวนอก บริเวณที่เป็นเงามืดออกไป จะได้เห็นสุริยปราคาบางส่วนแต่ถ้าขณะที่เกิดสุริยุปราคานั้นดวงจันทร์อยู่ห่างจากโลกมาก จนมีขนาดไม่ใหญ่พอ ที่จะบังดวงอาทิตย์ ได้มิดหมดทั้งดวง และเป็นเหตุให้ไม่เกิดเงามืดขึ้นบนโลก เกิดแต่เพียงเงามัวอย่างเดียวเท่านั้น ผู้ที่อยู่ในเงามัวย่อมจะเห็นสุริยุปราคาวงแหวน อนึ่ง สมควรกล่าวด้วยว่า ในการเกิดสุริยุปราคาทั้งสองชนิด คือ สุริยุปราคาเต็มดวง และสุริยุปราคาวงแหวน ในตอนระยะเริ่มเกิดและก่อนจะหมด ผู้ที่อยู่บนโลกในบริเวณเงามัว ย่อมจะเห็นสุริยุปราคาบางส่วนด้วยเสมอ
 

การเกิดจันทรุปราคา

ส่วน "จันทรุปราคา" อาจเกิดขึ้นได้ในทำนองที่คล้ายคลึงกัน ผิดกันแต่ว่า จันทรุปราคา อาจเกิดเป็นจันทรุปราคาเต็มดวง กับจันทรุปราคาบางส่วนเท่านั้น

วิถีโคจรของโลกไปรอบดวงอาทิตย์ หรือของดวงอาทิตย์ตามที่เราเห็น ประจักษ์ไประหว่างดาวเรียกว่า สุริยวิถี พื้นราบที่ผ่านวิถีโคจรมีชื่อว่า ระนาบสุริยวิถี ส่วนพื้นราบซึ่งผ่านวิถีโคจรของดวงจันทร์ไปรอบโลก มีชื่อว่า ระนาบวิถีโคจรของดวงจันทร์ โดยสุริยวิถี กับ ระนาบวิถีโคจรของดวงจันทร์ ตัดกันที่จุด ๒ จุด ซึ่งเรียกว่าโน

เนื่องจากโลกมีดวงจันทร์เป็นบริวารเพียงดวงเดียว และโลกกับดวงจันทร์มีระนาบของวงโคจรไม่อยู่ในแนวเดียวกัน แต่เอียงทำมุมกันเป็นมุมประมาณ ๕ องศา ทำให้โลกและดวงจันทร์ไม่บังแสงอาทิตย์ ทุกครั้งที่อยู่ในแนวเส้นตรงอันเดียวกัน ในปีหนึ่งจึงเกิดอุปราคาขึ้นได้น้อยครั้ง กล่าวคือ อย่างน้อยปีละสองครั้ง อย่างมากปีละเจ็ดครั้ง ถ้าปีใดเกิดอุปราคาสองครั้ง อุปราคาสองครั้งนั้นจะต้องเป็น สุริยุปราคา แต่ถ้าปีใดเกิดอุปราคามากถึงเจ็ดครั้ง ก็อาจเป็นสุริยุปราคาห้าครั้ง และจันทรุปราคาสองครั้ง หรือสุริยุปราคาสี่ครั้ง จันทรุปราคาสามครั้งก็ได้ โดยปกติมักเกิดอุปราคาปีละสี่ครั้ง

 

สุริยุปราคาเต็มดวง
สุริยุปราคาเต็มดวง เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๖ แสดงให้เห็นคอโรนาแผ่กระจายออกจากขอบดวง
จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 1


 

สุริยุปราคาเกือบเต็มดวง
สุริยุปราคาเกือบเต็มดวง เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๒๖
จากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ เล่ม 1

 

 

หมายเหตุ : ข้อความในเครื่องหมาย '........' เป็นข้อความที่ผู้เขียนเว็บไซต์ 'ทรูปลูกปัญญา' เขียนบรรยายเพิ่มเติมเพื่อขยายความเนื้อหาจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ฯ 

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags

Content

1
ผลที่เกิดจากการเอียงของระนาบวิถีโคจรดวงอาทิตย์
ถ้าดวงจันทร์เคลื่อนที่ไปในระนาบสุริยวิถี ซึ่งเป็นระนาบวงทางโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ตลอดเวลา จะเกิดอุปราคาเดือนละสองครั้งทุกเดือน เป็นจันทรุปราคาหนึ่งและสุริยุปราคาหนึ่ง แต่ระนาบ วิถีโคจรของดวงจันทร์เอียงประมาณ 5 องศา
394 Views
2
ขอบเขตความถี่ในการเกิดอุปราคา
อุปราคาจะเกิดมีได้ก็ต่อเมื่อรัศมีเวกเตอร์อยู่ใกล้เส้นโนด แต่เส้นทั้งสองนี้ไม่จำเป็นต้องทับ กันทีเดียว ระยะเชิงมุมของดวงอาทิตย์ (หรือเงาของโลก) จากโนดที่ใกล้ซึ่งจะสอดคล้องกับการ มีอุปราคาเรียกว่า ขอบเขตอุปราคา จะเป็นจันทรุปราคา
316 Views
3
อนุกรมอุปราคาซาโรส
เมื่อการเกิดอุปราคาต้องขึ้นอยู่กับดิถีของดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ ในภาวะที่เหมาะสม คือ ดวงจันทร์ต้องอยู่ในวันเพ็ญหรือวันเดือนมืด และดวงอาทิตย์ต้องอยู่ใกล้โนดของดวงจันทร์ อุปราคาจะเกิดซ้ำใหม่ได้เมื่อครบรอบระยะเวลาหนึ่ง
341 Views
4
จันทรุปราคา
"จันทรุปราคา" แต่ละครั้งอาจกินเวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะจบสิ้น ในตอนต้นเมื่อ "จันทรุปราคา" เริ่มจับเข้าเขตเงามัว ความสว่างจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากเท่าใดนัก แต่เมื่อเข้าเขตเงามืด ความมืดมัวเริ่มรุกล้ำทางขอบตะวันออกของดวงจันทร์ ส่วนของดวงจันทร์ที่อยู่ในเงายังคง
406 Views
5
สุริยุปราคาหมดดวง
ผู้ที่ได้เห็นปรากฏการณ์ธรรมชาติสุริยุปราคาหมดดวงครั้งหนึ่งแล้ว มักกล่าวว่า ยากที่จะพรรณนาให้สมกับความตรึงใจ ตามที่ได้เห็นของจริงได้ เมื่อเริ่มสัมผัสแรกจะเห็นขอบตะวันออกของดวงจันทร์อันมัวมืดดำอยู่บนขอบตะวันตกของดวงอาทิตย์ มองได้ โดยกระจ
277 Views
6
การทำนายอุปราคา
จากความรู้เกี่ยวกับระนาบวิถีโคจรของโลกและดวงจันทร์ และการเปลี่ยนแปลงของสิ่งที่ เกี่ยวข้อง
267 Views
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 1 Followers
  • Follow