Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

Helicopter parenting พ่อแม่รังแกฉันในยุคดิจิตอล

Posted By ณัฏฐณี สุขปรีดี | 17 ม.ค. 60
3,497 Views

  Favorite

          คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านคงจะคุ้นเคยกับคำว่า พ่อแม่รังแกฉัน กันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคะ และหลายคนคงบอกว่า ฉันไม่ได้เป็นพ่อแม่แบบนั้นแน่นอน นี่มันสมัยไหนกันแล้ว ยุคนี้เด็กๆ ต้องสตรองเท่านั้น จึงจะอยู่รอด แต่งานวิจัยและผลการศึกษาหลายชิ้น ยังคงทำให้เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า แม้ยุคนี้จะเป็นยุคแห่งความสะดวกสบาย แต่พ่อแม่ก็ยังคงเป็นห่วงเป็นใยในสวัสดิภาพของลูกๆ อยู่ไม่ต่างจากเดิม และการปกป้อง ดูแล ก็ไม่ได้น้อยลงไปด้วยเช่นกัน ทว่าอาจจะเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำไป

 

          หลายๆ คน ต้องมากังวลเรื่องของการเข้าถึงเทคโนโลยี และการใช้ชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยในสังคมสมัยใหม่ที่ดูเหมือนว่าจะยากกว่าการใช้ชีวิตในสมัยก่อนๆ แม้ว่าจะเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายก็ตาม นอกจากนี้โครงสร้างของครอบครัวในปัจจุบัน ที่เป็นครอบครัวเดี่ยว อีกทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ รวดเร็ว ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดพฤติกรรมของพ่อแม่ยุคใหม่ที่เรียกว่า “Helicopter Parenting” หรือพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นคำที่เริ่มใช้เรียกพ่อแม่ที่คอยวนเวียนอยู่กับเรื่องของลูกๆ อยู่ไม่ห่างนั่นเอง

          โดยส่วนตัวแล้ว ครูพิมมองว่า การเป็นพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์นั้น เริ่มขึ้นด้วยเจตนาที่ดี เพราะพ่อแม่ทุกคนย่อมรักและห่วงใยลูกเป็นธรรมดา แต่ประเด็นของเรื่องนี้ก็คือ บางครั้งผู้ปกครองก็อาจจะไม่ทราบถึงผลระยะยาวที่จะเกิดขึ้นกับลูก และคาดไม่ถึงว่าการแสดงออกซึ่งความรักและปรารถนาดีในรูปแบบที่ตนเองทำอยู่นั้น อาจส่งผลเสียกับลูกได้ในระยะยาว และที่สำคัญคือ ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะแก้ไขในภายหลัง วันนี้ครูพิมจึงอยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่ มารู้จักกับสิ่งที่เรียกว่า พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ ไปด้วยกันค่ะ

 

ภาพ ShutterStock

 

          พ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ อาจจะเรียกได้ว่ามีความคล้ายคลึงกับลักษณะของ พ่อแม่รังแกฉัน ที่ใช้เรียกกันอย่างคุ้นปาก แต่สาเหตุของพฤติกรรรมใกล้ชิดบุตรหลานและพยายามเป็นที่พึ่งที่เกินความจำเป็นนั้นอาจต่างกัน โดยพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์ อาจจะแสดงพฤติกรรมปกป้องที่มากเกินไป (Overprotective) หรือออกคำสั่งและกำกับชีวิตลูกทุกเรื่องเพราะกลัวว่าลูกจะใช้ชีวิตผิดพลาด (Over Directive) และอาจจะเป็นประเภทของพ่อแม่ที่ต้องการให้ลูกอยู่อย่างสุขสบายที่สุดและไม่ต้องพบเจอปัญหาใดๆ  (Concierge) ก็ได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่เฮลิคอปเตอร์แบบใดก็ตาม สิ่งที่พบว่ามีเหมือนๆ กันก็คือ การเข้าไปข้องเกี่ยว ดูแล หรือหากพูดให้เห็นภาพชัดหน่อย อาจจะเรียกว่า เข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของลูกจนเกินความจำเป็นโดยที่เราอาจรู้หรือไม่รู้ตัวก็ได้ค่ะ (นึกภาพเฮลิคอปเตอร์ที่ต้องคอยลาดตระเวนสอดส่องพื้นที่ที่อยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิด ประมาณนั้นค่ะ) ซึ่งนักจิตวิทยามองว่า พ่อแม่ที่จัดอยู่ในกลุ่มนี้ มักคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับตัวเขา เนื่องจากเขารู้สึกว่า ได้ทำหน้าที่ในการเป็นผู้ปกครองอย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ

          ในระยะสั้นนั้น การเลี้ยงดูลูกอย่างใกล้ชิดนี้ ดูเหมือนว่าจะส่งผลที่ดีเช่นว่า เด็กๆ อาจจะว่าง่าย และไม่ค่อยมีปัญหาในชีวิต พ่อแม่ก็รู้สึกว่าสามารถควบคุมลูกให้อยู่ในร่องในรอยได้ แต่เมื่อศึกษาถึงผลในระยะยาวแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านอาจจะต้องหันมาทบทวนตัวเองมากขึ้นว่า เราจะเลี้ยงลูกแบบนี้ต่อไปจริงหรือ เนื่องจากผลการวิจัยหลายๆ ชิ้นพบข้อสรุปที่ตรงกันว่า การเลี้ยงลูกในลักษณะนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตของเด็ก โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสินใจด้วยตนเอง โดยการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยพบว่า กลุ่มที่พ่อแม่มีพฤติกรรมการเลี้ยงดูแบบเฮลิคอปเตอร์นั้น มักมีการตัดสินใจด้วยตนเองที่ไม่ดีนัก หรือบางครั้งไม่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ และมักมีความวิตกกังวลสูง แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเด็กเรียนดีก็ตาม และสิ่งนี้อาจฝังลึกจนกลายเป็นบุคลิกภาพหนึ่งของพวกเขาไปเลยเช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากการที่พ่อแม่เข้ามาจัดการทุกอย่างในชีวิตให้ตั้งแต่เล็กๆ ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสที่จะลองผิดลองถูก และเรียนรู้ที่จะลงมือทำ หรือตัดสินใจเลือกสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง ซึ่งนับว่าเป็นความจำเป็นพื้นฐานที่เด็กๆ ทุกคนควรจะได้รับโอกาสเพื่อฝึกฝนการใช้ชีวิต เมื่อขาดโอกาสเหล่านี้ไปตั้งแต่เด็ก การที่จะมาฝึกฝนเอาในภายหลังจึงเป็นเรื่องยาก เพราะสังคมก็จะมีความคาดหวังที่แตกต่างออกไป ไม่ได้มองว่าพวกเขาเป็นเด็กเหมือนที่พ่อแม่มอง และเมื่อนั้นนั่นเอง ที่ความกดดันจะส่งผลกระทบต่อจิตใจของเด็กๆ มากขึ้นอย่างทวีคูณ และครูพิมมั่นใจว่า นี่คงไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการจะให้เกิดกับลูกๆ ที่รักของเราอย่างแน่นอน จริงไหมล่ะคะ

          พ่อแม่รักลูกนั้นไม่ผิดหรอกค่ะ แต่วิธีการแสดงออกที่เหมาะสม และเป็นประโยชน์กับลูกอย่างแท้จริง ก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเช่นกัน อย่างที่สุภาษิตโบราณว่าไว้ ไม่มีใครที่อยู่ค้ำฟ้า ตัวเราเองก็ไม่สามารถที่จะปกป้องดูแลลูกๆ ไปได้ตลอดชีวิต เหมือนเฮลิคอปเตอร์ที่ต้องน้ำมันหมดหรือเก่าผุพังไปตามกาลเวลา จะดีกว่าไหมคะ ถ้าเราจะเปลี่ยนตัวเองจากการเป็นเฮลิคอปเตอร์คอยลาดตระเวนช่วยเหลือลูก มาเป็นการสอนลูกให้สร้างคอปเตอร์ไม้ไผ่ไว้ช่วยเหลือตนเอง รับรองว่าถ้าทำได้แบบนี้ ไม่ใช่เพียงคุณเท่านั้นที่จะภาคภูมิใจในตัวลูก แต่ลูกก็จะมีความภาคภูมิใจในตนเองด้วยเช่นกันค่ะ 

 

 

ครูพิม ณัฏฐณี   สุขปรีดี

นักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาศักยภาพเด็กเล็กและการเลี้ยงลูกเชิงบวก

Facebook.com/PimAndChildren

 

 

ภาพปก Shutterstock 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • ณัฏฐณี สุขปรีดี
  • 1 Followers
  • Follow