738 Viewsหากพูดถึงปรสิต สิ่งแรก ๆ ที่เรานึกถึงอาจจะเป็น พยาธิ แต่ความจริงแล้ว ปรสิตไม่ได้มีแค่พยาธิ มันคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง จำเป็นต้องมีเจ้าบ้านหรือโฮสต์ (Host) ซึ่งอาจจะเป็นเซลล์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นให้เกาะอาศัย จะเป็นสัตว์หรือพืชก็ได้ ในหลายกรณีเจ้าบ้านเป็นทั้งที่อยู่และแหล่งอาหารให้กับปรสิต โดยมันอาจจะอยู่โดยไม่ทำอันตรายหรือแค่มีอาการเจ็บป่วย แต่บางทีก็ทำให้ตายได้เช่นกัน การเอาชีวิตรอดหรือการแพร่พันธุ์ของปรสิตขึ้นอยู่กับการหาเจ้าบ้านที่เหมาะสมและขยายตัวไปอยู่กับเจ้าบ้านอื่น ๆ อาจจะผ่านตัวกลางหรือไม่ก็ได้ และอาจอาศัยอยู่ภายในตัวหรือภายนอกเจ้าบ้านก็ได้ หากจะมองแบบที่ไกลตัวและไม่น่าสยดสยองเท่าไหร่ก็คือกรณีของกาฝากกับต้นไม้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแค่แย่งอาหารไม่มากนัก ไม่ทำให้เจ้าบ้านตาย

ภาพประกอบ : ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock
ลิขสิทธิ์ภาพขอสงวนเฉพาะสำหรับใช้งานในสื่อต่าง ๆ ของทรูปลูกปัญญา เท่านั้น
ห้ามไม่ให้นำภาพไปเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่นโดยเด็ดขาด
ปรสิต บางทำให้เกิดปัญหาและส่งผลกระทบรุนแรงกว่าแค่แย่งอาหารกิน มันมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเจ้าบ้าน ยกตัวอย่างเช่น หนอน Niphanda Fusca เป็นหนอนที่วิวัฒนาการขึ้นมาเพื่ออาศัยอยู่กับมด หนอนฝากเลี้ยงชนิดนี้เมื่อเกิดจะกินน้ำค้างเป็นอาหาร ก่อนที่จะผลิตสารเคมีออกมาเพื่อหลอกมดว่ามันเป็นตัวอ่อนของมด เมื่อมดงานเดินมาพบมัน จะคิดว่ามันเป็นตัวอ่อนและรีบทำการขนย้ายหนอนตัวนี้กลับรัง ให้มันกลับไปเสวยสุขที่รัง เมื่ออยู่ในรังแล้วมดก็จะทำการดูแลหนอนเหมือนกับว่ามันเป็นตัวอ่อนของมดในรังเอง นอกจากสารเคมีที่หลอกว่ามันเป็นสมาชิกตัวหนึ่งของรังแล้ว มันยังปล่อยของเหลวที่มีส่วนผสมของกลูโคสและไกลซีน ซึ่งถูกใช้เป็นรางวัลให้แก่มดงานสำหรับการดูแลหนอนเป็นอย่างดี หนอนจะได้รับการดูแลอย่างดีจนกระทั่งมันเข้าสู่ระยะดักแด้ในฤดูหนาว และออกจากดักแด้ในฤดูใบไม้ผลิ จากนั้นก็ผละจากรังมดไปในที่สุด แม้ว่าสุดท้ายแล้วมันจะไม่ได้ทำให้มดตายหรือรังมดต้องพังไป แต่มันก็ทำให้มดเสียพลังงานในการเลี้ยงดูตัวอ่อนที่ไม่มีวันเติบโตเป็นประชากรมดงานไปเยอะทีเดียว

ภาพประกอบ : ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock
ลิขสิทธิ์ภาพขอสงวนเฉพาะสำหรับใช้งานในสื่อต่าง ๆ ของทรูปลูกปัญญา เท่านั้น
ห้ามไม่ให้นำภาพไปเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่นโดยเด็ดขาด
หนอนอีกชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Gordian Worm หรือ Horsehair worm หนอนขนม้า พยาธิขนม้า ที่อาศัยอยู่ในตัวจิ้งหรีด (cricket) เจ้าหนอนตัวนี้เราจะเห็นเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ว่าถูกพบในจิ้งหรีดที่จะนำมาอบหรือทอดเป็นอาหาร การใช้ชีวิตภายในตัวจิ้งหรีดคงไม่มีปัญหาอะไรมากไปกว่าการแย่งอาหาร แต่เมื่อใดที่หนอนตัวนี้โตเต็มที่และพร้อมที่จะจับคู่ผสมพันธุ์ มันจะเริ่มปั่นหัวจิ้งหรีด โดยการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งออกมา โปรตีนชนิดนี้จะทำให้ระบบนำทางของจิ้งหรีดแปรปรวน จิ้งหรีดซึ่งเป็นแมลงที่ว่ายน้ำไม่เป็นอาศัยอยู่บนบกตามปกติ จะมีอาการมึนงงและเคลื่อนที่เข้าใกล้แหล่งน้ำ ท้ายที่สุดมันมักจะกระโดดน้ำและจมน้ำตาย เมื่อนั้นหนอนก็จะเจาะออกมาจากตัวจิ้งหรีดเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ ไข่ของหนอนชนิดนี้จะอยู่ในน้ำและอาจถูกกินโดยแมลงขนาดเล็กอื่น ๆ ตามวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตแมลงตัวใหญ่จะมากินแมลงตัวเล็กไปเรื่อย ๆ เจ้าหนอนชนิดนี้ก็จะได้เปลี่ยนบ้านไปเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดไปอยู่ในตัวจิ้งหรีดและเริ่มวงจรชีวิตของมันอีกครั้ง
ถ้าพูดถึงเรื่องที่ใกล้ตัวเราสักหน่อยก็คงเป็นกรณีของสุนัขและโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งไม่ใช่โรคที่จำกัดอยู่แค่สุนัข หรือกับคนที่ถูกกัดเท่านั้น อันที่จริงเชื้อไวรัส Rabies หรือต้นตอของเรื่องสยองครั้งนี้สามารถถูกถ่ายทอดไปอยู่ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้ทุกชนิด แต่อาการที่เกิดอาจจะต่างกันเล็กน้อย คุณคงไม่เห็นคนที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้าเห่าหอนหรือวิ่งไล่งับ เพราะมันไม่ใช่ธรรมชาติของคนเรา แต่หลัก ๆ แล้วหากวิเคราะห์สุนัขที่เป็นโรคจะเห็นภาพได้ชัดว่าไวรัสนี้ทำงานอย่างไร
เมื่อไวรัสเดินทางเข้าสู่ร่างกายของสุนัข ซึ่งอาจจะผ่านมาจากน้ำลายของตัวที่เป็นโรคหรือโดนตัวที่เป็นโรคกัดมา ไวรัสจะเคลื่อนที่ผ่านเส้นประสาทตรงดิ่งไปยังสมองทันที และเมื่อมันจู่โจมศูนย์กลางการควบคุมแล้วมันก็ทำได้ทุกอย่าง มันทำให้สมองอักเสบ ทำให้เจ้าบ้านหรือสุนัขตัวนั้นมีอารมณ์ฉุนเฉียว เกรี้ยวกราด ฟาดหัวฟาดหาง และปากเปราะ จึงทำให้เราเรียกโรคนี้ว่า โรคพิษสุนัขบ้า เนื่องจากมันทำให้สุนัขที่เราเลี้ยงซึ่งปกติมีนิสัยน่ารักไม่ก้าวร้าว กลับเป็นกราดเกรี้ยวไล่กัดคนได้ การเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเชื้อไวรัสเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับสุนัขหรือสัตว์เพียงอย่างเดียว แต่หากคนเราได้รับเชื้อไวรัสนี้เข้าสู่ร่างกายก็จะมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเช่นกัน โดยเริ่มจากการปวดเหน็บบริเวณแผล มีพิษไข้ วิตกกังวล กระสับกระส่าย อาจมีอาการอัมพาตบางส่วน ก่อนจะเริ่มกลืนลำบาก กลัวน้ำ น้ำลายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาการกลัวน้ำ กลืนน้ำลำบาก และการผลิตน้ำลายเพิ่มขึ้น สนับสนุนข้อเท็จจริงที่ว่าหากโฮสต์กลืนน้ำลายหรือดื่มน้ำได้ตามปกติ การแพร่เชื้อของไวรัสที่ส่งต่อผ่านทางน้ำลายก็จะมีอัตราลดลง

ภาพประกอบ : ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock
ลิขสิทธิ์ภาพขอสงวนเฉพาะสำหรับใช้งานในสื่อต่าง ๆ ของทรูปลูกปัญญา เท่านั้น
ห้ามไม่ให้นำภาพไปเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่นโดยเด็ดขาด
เมื่อเราพิจารณาถึงหลักฐานและความรุนแรงของปรสิตชนิดต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่พยาธิ ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมที่แปรเปลี่ยนไปของเจ้าบ้านแล้ว ทำให้เราต้องคิดอีกครั้งถึงความสามารถและประสิทธิภาพของสิ่งมีชีวิตและโลกของสิ่งมีชีวิตที่ได้วิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ อันที่จริงแล้วพฤติกรรมตามธรรมชาติของมนุษย์หรือสัญชาติของสัตว์นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตัวของเราหรือของสัตว์เองจริง ๆ หรือว่าทุกคนและทุกตัวล้วนแต่มีปรสิตคอยควบคุมอยู่ เพราะว่ากว่าครึ่งหนึ่งของสิ่งมีชีวิตบนโลกล้วนเป็นปรสิต หรืออยู่ร่วมกันแบบพึ่งพาอาศัยไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เรียบเรียงโดย ทีมงานทรูปลูกปัญญา
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=g09BQes-B7E
http://bio390parasitology.blogspot.sg/2012/02/niphanda-fusca-raised-by-ants.html
http://www.cdc.gov/rabies/transmission/virus.html
http://www.wired.com/2014/05/absurd-creature-horsehair-worm/
ภาพประกอบ : ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock
ลิขสิทธิ์ภาพขอสงวนเฉพาะสำหรับใช้งานในสื่อต่าง ๆ ของทรูปลูกปัญญา เท่านั้น
ห้ามไม่ให้นำภาพไปเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่นโดยเด็ดขาด