25 Views
พายุฤดูร้อนเกิดขึ้นราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึงกลางเดือนพฤษภาคม หรือในช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน ขณะที่อุณหภูมิภาคต่าง ๆ เริ่มสูงขึ้น เนื่องจากแกนของโลกเริ่มเอียงเข้าหาดวงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์จะเคลื่อนมาอยู่ที่บริเวณเส้นศูนย์สูตร ทำให้อากาศร้อนอบอ้าวและชื้น อากาศที่อยู่ใกล้ผิวพื้นจะมีอุณหภูมิสูง ประกอบกับลมที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย และบางช่วงถ้ามีลมเหนือ หรืออากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุม จะทำให้อากาศสองกระแสกระทบกัน การหมุนเวียนของอากาศแปรปรวนขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลัน เป็นเหตุให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างแรงและรวดเร็ว มีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และฟ้าผ่ารวมอยู่ด้วย หรือในบางครั้งอาจมีลูกเห็บตกลงมาด้วย
โดยฝนที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนมักจะตกไม่นาน บางครั้งเกิดขึ้นเพียง 15-30 นาที และเกิดขึ้นในพื้นที่แคบ ๆ ประมาณ 10-20 ตารางกิโลเมตร
- อากาศร้อนติดกันมาหลายวัน : โดยเฉพาะในวันเกิดพายุฤดูร้อน อากาศจะร้อนอบอ้าวมากขึ้น
- ฝนตกหนักระยะสั้น : ฝนจะตกแบบเทลงมาอย่างรุนแรง แต่ไม่นาน ลักษณะท้องฟ้าจะมัว มีเมฆมากขึ้นและทัศนวิสัยไม่ดี
- ลมกระโชกแรง : ลมเริ่มพัดแรงขึ้นในทิศทางใดทางหนึ่ง และมีลักษณะเป็นลมกระโชกเป็นครั้งคราว มักมีลมแรงนำมาก่อนฝน
พายุฤดูร้อนแม้จะเกิดไม่นาน แต่สร้างความเสียหายได้มาก การเตรียมตัวจึงสำคัญมาก
1. เตรียมบ้านให้พร้อม
- ตรวจสอบหลังคา ฝ้า เพดาน ให้แข็งแรง
- ตัดกิ่งไม้ใหญ่ที่เสี่ยงหักโค่น และเก็บของที่ปลิวได้ เช่น กระถาง ป้าย ผ้าใบ
2. ระหว่างเกิดพายุ
- หลีกเลี่ยงอยู่กลางแจ้ง ไม่หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือป้ายโฆษณา
- ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า หลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์บ้านที่มีสาย
3. หากกำลังขับรถ
- ให้ลดความเร็วรถลง และไม่จอดรถใต้ต้นไม้หรือเสาไฟ
- ควรเปิดไฟหน้าเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นทางมากขึ้น
4. สำหรับเกษตรกร
- ควรเสริมความแข็งแรงของโรงเรือน และคลุมพืชผลที่อาจเกิดความเสียหายง่ายจากพายุ
5. ติดตามประกาศเตือนภัย
- ควรติดตามข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะช่วงก่อนเริ่มต้นฤดูฝน
พายุฤดูร้อนเป็นพายุขนาดเล็ก เกิดเฉพาะพื้นที่ และมีระยะเวลาสั้นไม่นาน ส่วนพายุหมุนเขตร้อน คือ พายุขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดเมฆ และฝนตกหนัก ก่อตัวขึ้นบริเวณผิวน้ำทะเล และมหาสมุทรในแถบเส้นศูนย์สูตรที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 27 องซาเซลเซียส โดยสามารถแบ่งตามความเร็วลมได้เป็น พายุดีเปรสชั่น, พายุโซนร้อน และพายุไต้ฝุ่น ดังนัี้
- พายุดีเปรสชั่น (Tropical Depression)
เป็นพายุที่มีความเร็วลมต่ำที่สุด มีความเร็วลมสูงสุดใกล้จุดศูนย์กลางไม่เกิน 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่มีตาพายุที่ชัดเจน ทำให้เกิดกระแสลมไม่แรงนัก แต่อาจทำให้ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน
- พายุโซนร้อน (Tropical Storm)
เป็นพายุที่ก่อตัวขึ้นในทะเลก่อนเคลื่อนที่เข้าหาฝั่ง มีความเร็วลมไม่เกิน 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เกิดลมแรง และฝนตกหนัก
- พายุไต้ฝุ่น (Typhoon) หรือ เฮอร์ริเคน (Hurricane)
เป็นพายุที่มีความเร็วลมมากกว่า 118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีตาพายุชัดเจน บริเวณตาพายุจะมีสภาพอากาศโปร่งใส อาจมีฝนตกเพียงเล็กน้อยและกระแสลมสงบ ในขณะที่สภาพรอบนอกของตาพายุนั้นมีความรุนแรงมาก
ข้อมูลจาก
พายุหมุนเขตร้อน https://www.nsm.or.th/nsm/th/node/45047