1,933 Views
ทุกพาร์ทของข้อสอบ ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหรือฟัง ต่างก็ใช้คำศัพท์เป็นตัวกลางในการวัดความเข้าใจ หากรู้ความหมายของคำศัพท์พื้นฐาน โอกาสตอบคำถามได้ถูกต้องก็ยิ่งสูงขึ้น คำศัพท์ยังช่วยให้เข้าใจเนื้อเรื่องหรือสถานการณ์ในโจทย์ได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลาในการตีความ
ตัวอย่าง
เมื่อเจอคำว่า 공장 (โรงงาน), 작업하다 (ทำงาน), 점심시간 (พักเที่ยง) ในบทอ่าน ผู้สอบที่เข้าใจคำเหล่านี้จะสามารถเชื่อมโยงบริบทได้ทันที เช่น “점심시간에는 공장에서 작업을 멈춥니다.” (ในเวลาพักเที่ยง จะหยุดการทำงานในโรงงาน)
คำศัพท์ในข้อสอบ EPS-TOPIK มักเน้นไปที่การใช้ในชีวิตประจำวันและสถานที่ทำงาน ซึ่งสามารถจำแนกได้เป็นหมวดต่าง ๆ ดังนี้:
1. คำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ทำงาน เช่น 회사 (บริษัท), 공장 (โรงงาน), 사무실 (สำนักงาน)
2. คำกริยาเกี่ยวกับกิจกรรมประจำวัน เช่น 일어나다 (ตื่นนอน), 씻다 (ล้างหน้า), 일하다 (ทำงาน), 쉬다 (พักผ่อน)
3. คำศัพท์เกี่ยวกับอุปกรณ์และความปลอดภัย เช่น 장갑 (ถุงมือ), 마스크 (หน้ากาก), 안전모 (หมวกนิรภัย)
회사 ฮเว-ซา (hoesa) = บริษัท
공장 คง-จัง (gongjang) = โรงงาน
일 อิล (il) = งาน
직원 จิก-วอน (jigwon) = พนักงาน
사장 ซา-จัง (sajang) = เจ้านาย
한국 ฮัน-กุก (hanguk) = เกาหลี
시간 ชี-กัน (sigan) = เวลา
점심 ชอม-ชิม (jeomsim) = อาหารกลางวัน
저녁 ชอ-นยอก (jeonyeok) = เย็น / อาหารเย็น
휴식 ฮยู-ชิก (hyusik) = พักผ่อน
출근 ชุล-กึน (chulgeun) = เข้างาน
퇴근 ทเว-กึน (toegeun) = เลิกงาน
약속 ยัก-ซก (yaksok) = นัดหมาย / สัญญา
안전 อัน-จอน (anjeon) = ความปลอดภัย
위험 วี-ฮอม (wiheom) = อันตราย
규칙 คยู-ชิก (gyuchik) = กฎระเบียบ
보호구 โพ-โฮ-กู (bohogu) = อุปกรณ์นิรภัย
안전모 อัน-จอน-โม (anjeonmo) = หมวกนิรภัย
장갑 จัง-กัป (janggap) = ถุงมือ
마스크 มา-ซือ-คือ (maseukeu) = หน้ากาก
기계 คี-กเย (gigye) = เครื่องจักร
작동 จัก-ดง (jakdong) = การทำงาน (เครื่อง)
고장 โค-จัง (gojang) = ชำรุด
수리 ซู-รี (suri) = การซ่อม
청소 ชอง-โซ (cheongso) = ทำความสะอาด
조립 โช-ริบ (jorip) = ประกอบ
무게 มู-เก (muge) = น้ำหนัก
측정 ชึก-จอง (cheukjeong) = การวัด
문제 มุน-เจ (munje) = ปัญหา
방법 บัง-บอบ (bangbeop) = วิธี
물건 มุล-กอน (mulgeon) = สิ่งของ
제품 เจ-พุม (jepum) = สินค้า
재료 แจ-รโย (jaeryo) = วัตถุดิบ
박스 พัก-ซือ (bakseu) = กล่อง
봉지 พง-จี (bongji) = ถุง
라벨 รา-เบล (label) = ฉลาก
날짜 นัล-จา (naljja) = วันที่
요일 โย-อิล (yoil) = วันในสัปดาห์
번호 พอน-โฮ (beonho) = หมายเลข
위치 วี-ชี (wichi) = ตำแหน่ง
위 วี (wi) = ข้างบน
아래 อา-แร (arae) = ข้างล่าง
앞 อับ (ap) = ข้างหน้า
뒤 ทวี (dwi) = ข้างหลัง
안 อัน (an) = ข้างใน
밖 พัก (bak) = ข้างนอก
왼쪽 เวน-จก (oenjjok) = ซ้าย
오른쪽 โอ-รึน-จก (oreunjjok) = ขวา
시작 ชี-จัก (sijak) = เริ่มต้น
끝 กึด (kkeut) = จบ
이름 อี-รึม (ireum) = ชื่อ
나이 นา-อี (nai) = อายุ
성별 ซอง-บยอล (seongbyeol) = เพศ
가족 คา-จก (gajok) = ครอบครัว
친구 ชิน-กู (chingu) = เพื่อน
전화 ชอน-ฮวา (jeonhwa) = โทรศัพท์
주소 ชู-โซ (juso) = ที่อยู่
외국인 เว-กุก-อิน (oegugin) = ชาวต่างชาติ
여권 ยอ-กวอน (yeogwon) = หนังสือเดินทาง
비자 พี-จา (bija) = วีซ่า
건강 คอน-กัง (geongang) = สุขภาพ
병원 พยอง-วอน (byeongwon) = โรงพยาบาล
약 ยัก (yak) = ยา
감기 คัม-กี (gamgi) = หวัด
열 ยอล (yeol) = ไข้
기침 คี-ชิม (gichim) = ไอ
배 แพ (bae) = ท้อง / เรือ
머리 มอ-รี (meori) = หัว
손 ซน (son) = มือ
발 พัล (bal) = เท้า
물 มุล (mul) = น้ำ
밥 พับ (bap) = ข้าว
고기 โค-กี (gogi) = เนื้อ
야채 ยา-แช (yachae) = ผัก
과일 กวา-อิล (gwail) = ผลไม้
커피 คอ-พี (keopi) = กาแฟ
우유 อู-ยู (uyu) = นม
공기 คง-กี (gonggi) = อากาศ
날씨 นัล-ชี (nalssi) = สภาพอากาศ
비 พี (bi) = ฝน
눈 นุน (nun) = หิมะ / ตา
바람 พา-รัม (baram) = ลม
더위 ทอ-วี (deowi) = ความร้อน
추위 ชู-วี (chuwi) = ความหนาว
봄 พม (bom) = ฤดูใบไม้ผลิ
여름 ยอ-รึม (yeoreum) = ฤดูร้อน
가을 คา-อึล (gaeul) = ฤดูใบไม้ร่วง
겨울 คยอ-อุล (gyeoul) = ฤดูหนาว
오늘 โอ-นึล (oneul) = วันนี้
내일 แน-อิล (naeil) = พรุ่งนี้
어제 ออ-เจ (eoje) = เมื่อวาน
지금 ชี-กึม (jigeum) = ตอนนี้
빨리 ปัล-ลี (ppalli) = เร็ว
천천히 ชอน-ชอน-ฮี (cheoncheonhi) = ช้า ๆ
많이 มัน-ฮี (manhi) = มาก
조금 โช-กึม (jogeum) = นิดหน่อย
항상 ฮัง-ซัง (hangsang) = เสมอ
자주 จา-จู (jaju) = บ่อย ๆ
같이 คัท-ชี (gatchi) = ด้วยกัน
혼자 ฮน-จา (honja) = คนเดียว
การเรียนรู้คำศัพท์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การนำคำศัพท์ไปใช้ในบทสนทนา หรือฝึกสร้างประโยคจะช่วยให้จำได้นานขึ้น
สถานการณ์ 1: การรายงานหัวหน้างาน
“기계가 고장났습니다. 수리해야 합니다.”
(เครื่องจักรเสีย ต้องซ่อมครับ)
สถานการณ์ 2: การถามทางในที่ทำงาน
“회의실이 어디에 있습니까?”
(ห้องประชุมอยู่ที่ไหนครับ?)
สถานการณ์ 3: การแนะนำตัวในวันแรกของงาน
“저는 태국에서 왔습니다. 잘 부탁드립니다.”
(ผมมาจากประเทศไทย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ)
การจำคำศัพท์ให้ได้ผลไม่ใช่การท่องจำอย่างเดียว แต่ควรผสมผสานเทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้สมองเชื่อมโยงกับการใช้งานจริง
- ใช้แฟลชการ์ด (Flashcards): เขียนคำศัพท์ด้านหนึ่ง อีกด้านเขียนคำแปล และลองทดสอบตัวเองบ่อย ๆ
- สร้างประโยคจากคำศัพท์: พยายามแต่งประโยคอย่างน้อย 2–3 ประโยคต่อคำ
- ฝึกพูดออกเสียง: ยิ่งได้ยินและพูดซ้ำมากเท่าไหร่ สมองจะยิ่งจดจำได้ดี
- ใช้แอปช่วยจำศัพท์: เช่น Quizlet, Memrise หรือ Naver Dictionary
ตัวอย่างการฝึก:
คำศัพท์: 식당 (ร้านอาหาร)
ประโยค 1: 저는 식당에서 밥을 먹어요. (ผมกินข้าวที่ร้านอาหาร)
ประโยค 2: 식당이 아주 깨끗해요. (ร้านอาหารสะอาดมาก)
นอกจากการอ่านคำศัพท์ด้วยตนเอง การเรียนรู้ผ่านสื่อหรือแหล่งข้อมูลอื่นจะช่วยเพิ่มพูนทักษะมากยิ่งขึ้น
- แอปพลิเคชัน: TOPIK ONE, Naver Korean Dictionary
- เว็บไซต์: topikguide.com, eps.go.kr
- กลุ่มเรียนออนไลน์: Facebook Group ภาษาเกาหลีเพื่อสอบ EPS
- หนังสือแนะนำ: “คำศัพท์ EPS-TOPIK ฉบับเข้าใจง่าย”, “เตรียมสอบ EPS ด้วยตัวเอง”
การเรียนรู้คำศัพท์เพื่อสอบ EPS-TOPIK ไม่ใช่เพียงการรู้ความหมายเท่านั้น แต่คือการฝึกให้สามารถ “เข้าใจและใช้งานได้จริง” คำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยมักเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน การทำงาน และความปลอดภัย การเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ฝึกจำแบบมีเทคนิค และฝึกพูดในชีวิตจริง จะช่วยให้สามารถสอบผ่านได้ง่ายขึ้นและยังนำไปใช้ในชีวิตการทำงานที่เกาหลีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามชมเนื้อหาในรูปแบบวิดีโอ