2,311 Viewsเที่ยวที่ไรน้ำหนักเพิ่มทุกที แล้วแบบนี้การลดความอ้วนกับการไปเที่ยว เราเที่ยวด้วยกันได้มั้ย หรือถ้าเราจะลดความอ้วน ต้องห้ามเที่ยว หรือถ้าจะเลือกเที่ยว ต้องยอมแลกกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและความอ้วนที่ตามมา โลกของการท่องเที่ยวไม่ได้โหดร้ายกับเราขนาดนั้น...
ตัวเรานั้น เรียกได้ว่าเป็นนักเที่ยวตัวยง เป็นนักเดินทางตัวจริงเสียงจริง ทุกเดือนต้องออกทริป พาตัวเองไปทำงานแบบ work from anywhere เพราะเชื่อว่าบรรยากาศที่ดี ส่งผลต่อคุณภาพที่ดีของงาน และงานที่ดีคืองานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราได้ ดังนั้นการเที่ยวของเรา ก็คือการไปทำงานนั่นเอง งานจึงไม่เสีย แต่สิ่งที่เสียคือหุ่น ความอ้วนมาเยือนแล้วจ้า น้ำหนักทะยานพุ่งสูงขึ้น พอตั้งสติได้จึงเปลี่ยนวิธีใหม่ หาหนทางที่ทำให้เราเที่ยวได้ แบบไม่อ้วน เพียงแต่ว่ามันต้องมีเทคนิคกันบ้าง วันนี้เลยมีของฝากสำหรับคนที่ชอบเที่ยวและกำลังลดความอ้วนไปพร้อมกับการเที่ยว
กิจกรรมหลักที่นักท่องเที่ยวทั้งหลายชอบ เห็นทีจะหนีไม่พ้นการได้เปลี่ยนบรรยากาศและรสชาติของอาหารการกิน และบางคนที่เป็นสายปาร์ตี้ก็ต้องมีเรื่องแฮงเอาท์ดื่มแดนซ์กันบ้าง ซึ่งทั้งอาหารที่กิน แอลกอฮอล์ที่ดื่ม ไม่ว่าจะเบียร์ เหล้า ไวน์ โซจู ค็อกเทล ฯลฯ สารพัดสารพันสูตรที่นำมาปาร์ตี้กัน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้น้ำหนักพุ่งกระฉูดทั้งสิ้น แถมยังเป็นตัวการทำลายระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายอีกด้วย ดังนั้นคนที่คิดจะปาร์ตี้แบบเฮลตี้จำเป็นจะต้องออกแบบให้การเที่ยวของคุณมีสไตล์ที่เปลี่ยนไป ด้วยการจัดกิจกรรมอื่นเสริมเติมเข้ามาแทนที่ หรือมาแบ่งสรรปันส่วนกับเวลาในการกินและการดื่มของคุณให้ลดลง เช่น กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ เล่นเกมสนุก ๆ ในกลุ่มเพื่อน พูดคุยเรื่องหน้าที่การงานและแชร์ประสบการณ์ชีวิต ทั้งด้านความรัก การทำงาน ครอบครัว เหตุบ้านการเมือง ทั้งสุขและทุกข์ อย่าปล่อยให้กิจกรรมหลักของการท่องเที่ยวมีแต่แผนกินและดื่ม แบบนี้ไม่มีทางหลุดพ้นวังวันคนอ้วนแน่นอน
ในสถานที่ต่าง ๆ ที่คุณเลือกไปเที่ยว ลองหาข้อมูลดูสักหน่อยว่า ที่แห่งนั้นเราสามารถออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอะไรได้บ้าง เช่น ถ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ ก็อาจจะเป็นว่ายน้ำ พายเรือแคนู ล่องแก่ง ดำน้ำ เล่นเซิร์ฟบอร์ด หรือซัพบอร์ด ถ้าเป็นสถานที่ทางบก ก็อาจจะเป็นวิ่งเก็บวิวชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก ปั่นจักรยานชมหมู่บ้าน เดินป่า ฝ่าน้ำตก เดินออกกำลังกายชมหมอกยามเช้าเบา ๆ หรือเข้าฟิตเนสตามรีสอร์ทหรือโรงแรม และคุณลองคิดภาพดู ถ้าในทุกการท่องเที่ยวใส่กิจกรรมออกกำลังกายแบบนี้ลงไป เราก็จะสามารถออกแบบเวลาทำกิจกรรมได้หลากหลาย ส่งผลให้ลดกิจกรรมปาร์ตี้ยามดึกไปโดยอัตโนมัติ แล้วเปลี่ยนมาเป็นเฮลตี้ยามเช้า เพียงแค่นี้คุณก็สามารถปรับสถานที่เที่ยวให้กลายเป็นสนามออกกำลังกาย และแน่นอนว่าการออกกำลังกายคือเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยลดความอ้วนให้เราได้ และยังช่วยเผาผลาญอาหาร ให้ความเอร็ดอร่อยที่กินดื่มเข้าไป มีช่องทางระบายออกจากร่างกายได้ เชื่อเถอะ เพราะเราทำมาแล้ว เที่ยวแบบนี้ไม่มีอ้วนแน่นอน
Input ในที่นี้หมายถึงอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่เรานำเข้าสู่ร่างกาย ส่วน Output หมายถึงการใช้หรือการเผาผลาญพลังงาน ง่าย ๆ ก็คือใช้ให้มากกว่ากิน นำออกให้มากกว่านำเข้า โดยใช้หลักการควบคุมแคลอรี ซึ่งเป็นหน่วยวัดพลังงานที่ใช้บอกพลังงานจากอาหาร เพื่อทำให้ทราบว่า อาหารที่กินเข้าไปนั้น มีแคลอรีเท่าไหร่ โดยร่างกายคนเรามีความต้องการแคลอรีแตกต่างกัน ส่วนใหญ่ความต้องการแคลอรีต่อวันของผู้หญิงประมาณ 1,200 – 2000 กิโลแคลอรี และผู้ชายประมาณ 2,000 – 2,500 กิโลแคลอรี แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่เกี่ยวข้อง เช่น อายุ เพศ น้ำหนัก ทำให้แต่ละคนต้องการพลังงานในแต่ละวันแตกต่างกัน
วิธีการควบคุม Input Output เช่น ถ้าร่างกายคุณต้องการพลังงานขั้นพื้นฐาน 1,200 กิโลแคลอรี แต่ในการเที่ยวของคุณ ซัดอาหารและเครื่องดื่มปาเข้าไป 1,800 กิโลแคลอรี คุณจึงต้องหากิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยเบิร์น ช่วยเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น หักกลบลบกันระหว่างสิ่งที่กินเข้าไปกับพลังงานประจำวันที่ต้องใช้ในการดำเนินชีวิต บวกกับกิจกรรมพิเศษที่ทำให้เผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น ถ้าผลลัพธ์ออกมาเป็นการใช้แคลอรีมากกว่าการนำแคลอรีเข้าไป แปลว่าวันนั้นหรือทริปนั้นคุณรอด!
ในทุกการเที่ยวของคุณขอให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ ลดเครื่องดื่มหวานตัวการเพิ่มพุง การดื่มน้ำเปล่าช่วยลดความอ้วนได้แน่นอน เนื่องจากน้ำเปล่าไร้แคลอรี และการดื่มน้ำจะช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้ลดลง ร่างกายจึงต้องสร้างความร้อนขึ้นมาด้วยการเผาผลาญพลังงาน เพื่อรักษาสมดุลของอุณหภูมิภายในร่างกาย ดังนั้นน้ำจึงเป็นตัวช่วยให้เกิดการเผาผลาญพลังงานหรือแคลอรีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยดึงไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ตามร่างกายให้ออกมา นี่ล่ะจึงเป็นเหตุผลที่การดื่มน้ำช่วยทำให้น้ำหนักลดลง และยังช่วยลดปริมาณไขมันส่วนเกินอีกด้วย ส่วนปริมาณของน้ำที่เหมาะสมกับร่างกายคนเรานั้น แต่ละคนไม่เท่ากัน หลักการคำนวณง่าย ๆ คือ ให้นำน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) x 2.2 x 30 แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้มาหารด้วย 2 จะได้เป็นปริมาณน้ำที่เราควรดื่มใน 1 วัน (หน่วยเป็นมิลลิลิตร)
นอกจากนี้การดื่มน้ำเปล่าที่สะอาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะก่อนกินอาหารในแต่ละมื้อ จะช่วยลดความอยากอาหารให้น้อยลง แถมยังช่วยลดการอยากน้ำหวานที่มีน้ำตาลเยอะมาก ซึ่งถือเป็นตัวการสำคัญในการเพิ่มน้ำหนักหรือความอ้วน เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหวาน ชาไข่มุก น้ำอัดลม กาแฟ ซึ่งบางคนอาจจะคิดว่าก็แค่น้ำมีรสชาติ น่าจะให้พลังงานน้อยกว่าการกินขนมหวาน บอกเลยว่าคิดผิด ต้องคิดใหม่ด่วน เพราะการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลผสมอยู่ด้วย อาจได้รับพลังงานพอ ๆ กับการกินข้าวมื้อใหญ่ ๆ มื้อหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นการเที่ยวในทริปนี้จึงควรลดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลผสม แล้วเปลี่ยนไปดื่มน้ำเปล่าแทน แค่นี้การท่องเที่ยวของคุณก็จะไม่เสี่ยงกับความอ้วนแล้ว
NEve Style