Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

เทศน์กัณฑ์สุดท้ายของหลวงปู่แบน ธนากโร (ก่อนท่านละสังขารประมาณ ๗ วัน)

Posted By มหัทธโน | 12 มี.ค. 63
2,430 Views

  Favorite

เทศน์กัณฑ์สุดท้ายของหลวงปู่แบน ธนากโร ก่อนท่านละสังขารประมาณ ๗ วัน


“ไม่รู้จะไปนับเพื่อประโยชน์อะไร? เรา ๆ เขา ๆ ก็เป็นอย่างนี้ เหมือนกันหมดแม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านก็ยอมรับอันนี้เป็นสัจธรรม เป็นของจริง ตามความเป็นจริง ทุกข์ ดูมันทุกข์ ทุกข์ทุกรูปทุกนาม


สรุปแล้วไม่ว่าเราไม่ว่าเขาก็ต้องตกอยู่ในสภาพที่สูญ สูญ สูญ สูญ ในเมื่อยังหายใจอยู่ นับว่ามันก็เสียไป ไม่หายใจ นับหรือไม่นับก็เท่ากัน

วันนี้ มารมารบกวน มารมากวน ขันธมาร ก็ให้เป็นเรื่องของขันธ์ไป มารที่มันเกิดจากไม่มีขันธ์ มารอันนี้เรียกว่า มารมีอยู่กับเรา


พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ท่านกำจัดมารตัวนี้แล้วเข้าถึงแดนสุขเกษมเข้าถึงโดยหลักการวิธีการใด ๆ เอาหลักการวิธีการนั้น มาประกาศตามหลักการนั้น เรียกว่า พระศาสนา

จึงว่าลมหายใจไหลเข้า-ไหลออก ต้องมีสติระลึกถึงมาก ๆ เป็นการผูก เป็นการมามัด ให้ความคิดความอ่านของเรานี้อยู่กับกองธรรม กองธรรมก็คือ กว้างศอก ยาววา หนาคืบ


ทุกคนมีกองธรรมด้วยกันทั้งนั้น และมีสิทธิ์ที่จะใช้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าใช้ไม่เป็นเป็นโทษทั้งนั้น

ไม่ว่าเด็กหญิง-เด็กชาย ไม่ว่าวัยรุ่น หรือวัยหนุ่ม-วัยสาว วัยแก่ จะว่ายุคใหม่หรือยุคเก่า ใช้ไม่ถูก เป็นโทษ โทษคือยังไง?

โทษคือเจ้าของนี้ไม่สำรวมรักษาใจ ปล่อยใจให้ไปตามกิเลสมารมันฉุดมันดึงมันลาก ผลออกมาก็มีแต่ถูกไฟของกิเลสที่มันรุ่มร้อนมันเผา แล้วก็ไม่เลิกเลย ทุกรายเขาไม่ยกเว้น แก่เขาก็ไม่ยกเว้น หนุ่มสาวเขาก็ไม่ยกเว้น แม้แต่เด็กรู้จักความ เขาก็ยังเริ่มพูดเริ่มสอนให้แล้ว นี่เครื่องร้ายอันตรายอันดับหนึ่งของสังคมโลก โลกจะพ้นจากอันตรายต้องพากันกำจัดมารตัวนี้ อย่าให้มันมีคั่งค้างอยู่ในโลก แล้วสันติอันแท้จริงจะเกิดขึ้นโดยทั่วถึงกันทีเดียว

คำว่าสำรวมธรรม

ศีล แปลว่าสำรวม ศีลหมายความว่าการจะสำรวมใจจึงเรียกว่าศีล ไม่สำรวมใจศีลไม่มี ไปวัดไม่มีการสำรวม บวชนุ่งขาว เป็นเหลือง ไม่มีความสำรวม ผ้ามันไม่เป็นศีลให้ดอก ถ้าผ้าเป็นศีลให้ได้ โรงงานผลิตเยอะแยะไป ไม่ต้องไปรักษาศีล อยู่รุกขมูลร่มไม้ยาก แต่ไม่เป็นอย่างนั้น ความจริงนี่รักษาศีลต้องรักษาเรานี้เอง ไม่ใช่รักษาด้วย ศอ สระอี ลอ (ศีล) อันนั้นตัวหนังสือเขียนกันขึ้นสมมุติเรียกว่าหนังสือ แล้วก็อ่านไปตามที่เรียกขึ้นสมมุติตาม ๆ กันมาทั้งนั้น เป็นศีลหรือไม่เป็นศีล ตัวหนังสือไม่รู้ แต่จิตที่รู้อยู่นี่ รู้ว่าเราสำรวมดีอยู่หรือไม่? หรือเราไม่สำรวม อันนี้เราต้องระลึกถึงกันมาก ๆ

สรุปแล้ว อย่าให้ขาดสติ

เดินทุกก้าวตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ตั้งแต่ตื่นขึ้นมา ตั้งสติทันที ลุกไปตรงไหน เดินไปตรงไหน เข้าห้องน้ำห้องส้วม แม้แต่สะพายบาตรไปบิณฑบาตก็ให้มีสติทุกขณะ ไม่เสียหาย

ไม่ต้องกังวลว่า พระศาสนาจะล่มสลายดอก ถ้าหากว่า เราไม่มีสติไม่สำรวม แม้แต่นุ่งห่มก็ไม่สำรวมไม่มีสติ นั่นน่ะ ทางแห่งความล่มสลายในสภาพของเราที่เป็นอยู่ ไม่มีใครต้องการให้เจ้าของล่มสลายสักคนหรอก พากันรักษาให้ดี รักษาพระศาสนา ก็คือการรักษาเรา รักษาศีล ก็คือการรักษาเรา การปฏิบัติธรรม ก็คือการปฏิบัติเรา

สิ่งอื่นไม่ใช่เราไม่ต้องสนใจ ตัดออกไปเลย

จะเป็นอารมณ์อิฏฐารมณ์ หรือเป็นอารมณ์อนิฏฐารมณ์ ชอบใจไม่ชอบใจขนาดไหนหรือในเหตุเพียงไรก็ช่าง เหมือนกับฟองน้ำหรือพยับแดดทั้งนั้น จะไปสนใจหัวมันทำไม

หลวงตาท่านพูดบ่อย ๆ ที่นี่อากาศดีมาก ยิ่งดึก ๆ อากาศยิ่งละเอียด นี่ยังไม่ทันถึงดึก ๆ ยังไม่ทันดีเลย มันดึกซ้ำ สองทุ่มกรนแล้ว เมื่อคืนก็ถามอยู่ เลิกกันเหรอ เลิกแล้ว เลิกกี่ทุ่ม สามทุ่ม เวลาจริงจังประกอบความพากความเพียรไม่ต้องทุ่มต้องยาม แต่เวลาจะเลิกจากการทำความพากความเพียรปฏิบัติธรรม ตื่นตั้งใจมั่นคงอยู่ในทุ่มยามแท้ นี่ก็มารตัวหนึ่งนะ มารตัวนี้เขาครอบหมดโลกธาตุ ไม่มีใครยิ่งใหญ่กว่าเขาดอก มีแต่องค์พระพุทธเจ้าและพระสาวกของพระพุทธเจ้าเท่านั้นอยู่เหนือมาร มารเข้าไปเกี่ยวข้องไม่ได้

มาพักกันหลายองค์ ทำสถานที่นี้ให้เป็นสถานที่สงบวิเวกได้มากได้กว้างขวาง ถ้าหลาย ๆ องค์ หลายท่านไม่พยายามทำความสงบ เรียกว่า ไม่มีความพยายามที่จะสร้างวิเวก สถานที่นี้จะเป็นสถานที่อาละวาด วุ่นวาย ไม่เป็นไปเพื่อความขัดเกลากิเลส ไม่เป็นไปเพื่อกำจัดมา

ฉันทุกคำ มีสติ บริโภคทุกคำมีสติ กินทุกคำให้มีสติ กินเข้าไปเคี้ยวกร็อบ ๆๆ แล้วขากคายออกมาขากออกมาจากปาก กินได้บ่?

แล้วร่างกายตั้งแต่ศรีษะมาลงฝ่าเท้าเท้าขึ้นมาศรีษะ มาจากไหน มาจากอาหารที่เป็นของปฏิกูล เป็นอย่างนี้ แล้วร่างกายของเรา ๆ เนื่องมาจากอาหารทั้งนั้น มันไม่เป็นของวิเศษวิโสอะไรนักหรอกเด้อ จำเอาไว้มีแต่ของปฏิกูลทั้งนั้น ไม่ใช่กองมรรคกองผลหรอก

บิณฑบาตให้มีสติ

นับตั้งแต่ห่มจีวรคลุมจีวรซ้อนผ้าสังฆาฏิ มีสติ หยิบบาตรก็มีสติ อุ้มบาตรหรือจะตั้งฝาบาตรก็ให้มีสติ เดินก็ให้มีสติในการเดิน เดินไปเดินมา เดินไปเดินมาให้มีสติ นี้จึงเรียกว่า บิณฑบาต ไม่อย่างนั้นก็คือ ไปหาอยู่หากินอย่างวัวควายนั่นล่ะ

มาอยู่ด้วยกันหลาย ๆ องค์นี่ช่วยกันสร้างความวิเวกให้เกิดขึ้น ได้ยินมั้ย?

อยู่ด้วยกันหลาย ๆ องค์ช่วยกันสร้างความวิเวกให้เกิดขึ้นดีขึ้น ความวิเวกนี่จะมารวมเป็นกองเป็นก้อน นั่นคือ การรักษาทรงไว้ซึ่งพระศาสนา อยู่ด้วยกันมาก ๆ มีแต่เรื่องเอร็ดอร่อยที่กิเลสมันป้อนให้ นั่นมันก็เป็นทางที่จะบอกว่านั่นคือทางเสื่อมโทรม เป็นทางหายนะของพระศาสนาคือ  หายนะมาจากนักบวชไม่ว่าหญิงว่าชาย

นักบวช มาจากหัวใจของผู้บรรลุคน ๆ นั้นเอง ไม่ใช่พระศาสนาจะล่มสลายเพราะกาลเวลา ห้าพันปี ห้าแสนปี ห้าล้านปี พระศาสนาไม่ขาดกันหรอก อย่าไปคิดว่าห้าพันปี เดี๋ยวนี้นะในหัวใจของชาวพุทธนี่มันมีสักกี่เปอร์เซ็นต์กันจริง ๆ เอ้า! มั่นคงอยู่ในพระสัทธรรมมีสักกี่เปอร์เซ็นต์ บางคนครึ่งเปอร์เซ็นต์ในร้อยมันก็ยังมองไม่เห็นเดี๋ยวนี้ มีแต่สกปรกรกรุงรัง กองขยะ

แล้วก็ยังพอใจพอใจในศาสนาพุทธ อยากให้เป็นพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งชาติ แน่ะ! เป็นเพราะอะไร แล้วเราก็พยายามจะเอาให้เป็นไม่ได้แล้ว จะพยายามทำบ้านทำเมืองทำผู้อื่นให้เป็นไปได้เหรอ ถึงมันเป็นไปได้มันได้ประโยชน์อะไร ศาสนาไม่ใช่อยู่กับคำพูด อยู่กับการกระทำ อยู่กับข้อปฏิบัติ อยู่กับหัวใจของคนนี่ จึงว่าอย่าหาเรื่อง หลาย ๆ เรื่องหลาย ๆ อย่างมาพูดมาจา

ปลุกน้องนุ่งลูกหลานให้ตื่นกันนะ

ธรรมของพระพุทธเจ้าทุกบททุกคาถาเป็นธรรมปลุกเราให้ตื่นกัน ธรรมกล่อมให้หลับก็คือกิเลส สบายแล้ว ๆ สุขหนอ สุขหนอ สุขหนอ อยู่ในกองมูตรกองคูถเต็มไปด้วยของปฏิกูลก็ยังสุขหนอ ไม่รู้มันจะเกิดมาทำไมโง่เง่าขนาดนั้น ได้ยินบ่? ไม่รู้มันจะเกิดมาทำไมโง่เง่าขนาดนั้นนี่

จะไม่พูดอยู่กับชาวบ้าน พูดกันเราเองไม่เสียหายดอก พูดกันเราเองไม่เสียหาย พูดมากยิ่งดี มันจะได้ตื่นดูเป็นผู้ฉลาดกันเสียที...”

พระภาวนาวิสุทธิญาณเถร

(หลวงปู่แบน ธนากโร)

วัดดอยธรรมเจดีย์ สกลนคร
 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • มหัทธโน
  • 4 Followers
  • Follow