Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

พระปูติคัตตติสสเถระ ผู้มีกายเน่า ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงพยาบาลเอง และสอนวิธีพิจารณากายสังขาร จนบรรลุธรรม

Posted By มหัทธโน | 01 ธ.ค. 60
4,670 Views

  Favorite

 

ที่มา : คุณ Buddhism Channel
สืบค้นจาก https://www.youtube.com/watch?v=bROo1wd2xRw เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 60 

 

พระพุทธเจ้าผู้ทรงเมตตาอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์ในหลากหลายพุทธวิถี

พระผู้มีพระภาคก็ไม่ได้ทรง ยังทรงอนุเคราะห์ภิกษุผู้ป่วยไข้ที่ขาดผู้ดูแลพยาบาล  แม้แต่ในกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของภิกษุสงฆ์ เช่น ในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค อรรถกถาอนุรุทธสูตร ขณะที่พระเถระ 3 รูป คือ ท่านพระสารีบุตร ท่านพระมหาโมคคัลลานะ และท่านพระอนุรุทธะช่วยกันทำจีวรของท่านพระอนุรุทธะนั้น แม้พระผู้มีพระภาคเองก็ทรงร้อยเข็มประทานให้

 

เรื่องของพระปูติคัตตติสสเถระ ผู้มีกายเน่า ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงพยาบาลรักษาเอง

กุลบุตรชาวกรุงสาวัตถีผู้หนึ่ง ฟังธรรมกถาในสำนักของพระพุทธเจ้า เกิดความเลื่อมใส ถวายชีวิตในพระศาสนา ได้บรรพชาอุปสมบทแล้ว ได้ชื่อว่า พระติสสเถระ ต่อมาท่านเกิดเป็นโรค มีตุ่มผุดขึ้นทั่วร่างกาย ตุ่มเหล่านี้โตขึ้นเรื่อย ๆ จนแตกมีน้ำเลือดและหนองไหลออกมา จนท่านได้ชื่อว่า พระปูติคัตตติสสเถระ (พระติสสเถระผู้มีกายเน่า) ผ้านุ่งและผ้าห่มเปื้อนด้วยหนองและเลือด พวกภิกษุไม่สามารถจะดูแลท่านได้ จึงทอดทิ้งท่านไว้อย่างนั้น


เมื่อพระพุทธเจ้าทรงทราบว่าพระเถระถูกทอดทิ้งไม่มีคนดูแล จึงเสด็จออกจากพระคันธกุฏี เสด็จไปสู่โรงไฟ ทรงต้มน้ำร้อนเอง แล้วเสด็จไปจับปลายเตียงที่พระปูติคัตตติสสเถระนอนอยู่ เมื่อภิกษุทั้งหลายเห็นพระผู้มีพระภาคเสด็จไป ก็ได้ช่วยพระผู้มีพระภาคพยาบาลท่านพระปูติคัสสติสสเถระ โดยให้ท่านสรงน้ำร้อน และช่วยกันเปลี่ยนจีวรให้สะอาดกาย สบายใจ ตามรับสั่งของพระผู้มีพระภาค เมื่อท่านพระปูติคัสสติสสเถระได้อาบน้ำชำระร่างกายแล้ว รู้สึกปลอดโปร่งดีแล้ว ก็พร้อมที่จะได้ฟังพระธรรม พระผู้มีพระภาคก็ทรงแสดงธรรมให้พิจารณากายสังขาร เมื่อจบพระธรรมเทศนาท่านก็บรรลุเป็นพระอรหันต์และปรินิพพาน

 

พระคาถาให้พิจารณากายสังขาร ที่มักใช้ในพิธีบังสุกุลเป็น

หลังจากท่านพระปูติคัสสติสสเถระได้รับการอนุเคราะห์พยาบาลรักษาและอาบน้ำชำระร่างกายแล้ว จิตใจรู้สึกปลอดโปร่งดีแล้ว จิตก็หยั่งลงสู่เอกัคคตารมณ์ (มีอารมณ์เดียว ไม่วอกแวก)

พระศาสดา ทรงทราบว่าจิตของพระปูติคัตต์ พร้อมที่จะรับพระธรรมเทศนาแล้ว จึงตรัสพระคาถา ซึ่งในปัจจุบันมักใช้ในการสวดในพิธีบังสุกุลเป็นว่า 

“อจิรํ วตยํ กาโย”        กายนี้ไม่นานเลย
“ปฐวึ อธิเสสฺสติ”         จักนอนทับถมแผ่นดิน
“อเปตวิญฺญาโณ”        เมื่อปราศจากวิญญาณคือตายแล้ว
“ฉุฑฺโฑ”                   เขาก็เอาไปทิ้ง
“นิรตฺถวํ กลิงฺครํ”        เป็นของหาสาระแก่นสารทำประโยชน์อะไรมิได้ เหมือนขอนไม้หรือท่อนกล้วย ฉะนั้น

       
(คำอธิบายเพิ่มเติม : เมื่อระลึกได้เสมอๆเช่นนี้ จักไม่ประมาทปล่อยขัยวันคืนเดือนปีให้ล่วงไปเสียเปล่า จะได้ขวนขวายรีบร้อนบำเพ็ญประโยชน์ตนประโยชน์ผู้อื่นให้ถึงพร้อม หรือให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาท ให้สมกับเกิดมาเป็นมนุษย์ได้พบพระพุทธศาสนา) 

 

อดีตชาติ บุรพกรรมของท่านปูติคัสสติสสเถระ

พระผู้มีพระภาคก็ได้ทรงแสดงอดีตชาติของท่านพระปูติคัสสติสสเถระว่า

ในครั้งศาสนาของพระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า กัสสปะนั้น ท่านพระปูติคัสสติสสเถระเกิดเป็นพรานนก ฆ่านกขาย นกที่เหลือขายนั้นก็หักกระดูกขาและกระดูกปีก ทิ้งไว้เป็นกองๆ ไม่ให้บินไปได้ เพราะถ้าจะฆ่าให้ตาย นกพวกนั้นก็จะเน่าเสีย ตอนเช้าก็เอานกที่หักปีกหักขาเหล่านั้นไปเที่ยวขายอีก เหลือจากนั้นก็ทำอาหารบริโภคตามต้องการ


วันหนึ่งเมื่อพรานนกนั้นทำอาหารเสร็จแล้ว พระอรหันต์องค์หนึ่งได้เที่ยวบิณฑบาตไปถึงบ้านของนายพรานนก นายพรานนกเกิดความเลื่อมใสจึงได้ถวายอาหารบิณฑบาต และตั้งความปรารถนาที่จะบรรลุธรรม ซึ่งในชาติสุดท้ายท่านก็บรรลุธรรม แต่ว่าอดีตอกุศลกรรมที่ได้ทำไว้ ก็ทำให้ท่านเป็นโรคฝีทั่วตัวจนร่างกายเน่า

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • มหัทธโน
  • 2 Followers
  • Follow