คำนามในภาษาญี่ปุ่น
ทีมงานทรูปลูกปัญญา
|
06 ส.ค. 64
 | 6.5K views



คำนาม

   คือคำอิสระที่ไม่สามารถผันได้ เป็นคำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สิ่งของต่างๆ สามารถนำไปเป็นประธานของประโยคได้ แบ่งออกเป็น

1.คำสามัญนาม ( 普通名詞 : futsu doushi ) เป็นคำใช้เรียกคนสัตว์สิ่งของทั่วไป เช่น

山 (yama : ภูเขา)
川 (kawa : แม่น้ำ)
人 (hito : คน)
鳥 (tori : นก)

2.คำวิสามัญนาม ( 固有名詞 : koyuu meishi ) เป็นคำที่เจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น

富士山 (fujisan : ภูเขาฟูจิ)
東京タワー (tokyou tawaa : หอโตกียว)

3.ตัวเลข จำนวน ( 数詞 : suushi ・ 数量詞 : suuryoushi ) เพื่อบอกจำนวน ปริมาณ หรือลำดับ เช่น

一年 (ichinen : หนึ่งปี)
二つ (futatsu : สองชิ้น)
三位 (san-i : ที่สาม)
いくつ (ikutsu : เท่าไร)

     คำนามตัวเลขและจำนวน แตกต่างจากคำนามประเภทอื่น คือสามารถจัดเป็นคำขยายคำแสดง (連用修飾語 : renyou shuushokugo) คือสามารถใช้กับคำแสดงได้โดยไม่ต้องมีคำช่วย เช่น

漢字を 3つ書きます
kanji o mitsukakimasu
เขียน คันจิ 3 ตัว

4.時詞・時名詞 เป็นคำนามแสดงเวลา ซึ่งถือเป็นคำขยายคำแสดง (renyou shuushokugo) คือสามารถใช้กับคำแสดงได้โดยไม่ต้องมีคำช่วย เช่น

今 (ima : ขณะนี้)
春 (haru : ฤดูใบไม้ร่วง)
さっき (sakki : เมื่อสักครู่)

5.คำนามที่มีแต่รูปฟอร์ม (形式名詞 : keishiki meishi) เป็นคำที่แทบจะไม่มีความหมายในตัวเอง เป็นเพียงการเหลือไว้ตามไวยากรณ์เพื่อใช้คู่กับคำช่วยขยายคำนามเท่านั้น เช่น

こと (koto) ため (tame) もの (mono)
ほど (hodo) ころ (koro)

     คำเหล่านี้เดิมจะเขียนด้วยคันจิ แต่ปัจจุบันโดยทั่วไปจะเขียนด้วยฮิรางานะ ยกตัวอย่างเช่น

手紙を書く こと が苦手です
tegami o kaku koto ga nigate desu
เขียนจดหมายไม่เก่ง

6.คำนามที่แปลงรูปมา ( 転成名詞 : tensei meishi ) เป็นคำนามที่แปลงมาจากคำกริยาหรือคำคุณศัพท์ เช่น

考え (kangae : ความคิด)
近く (chakaku : ที่ใกล้ๆ)
白 (shiro : สีขาว)

หน้าที่ของคำนาม

1.เป็นประธานของประโยค

ソムチャイさん はタイ人です
Somuchai san wa taijin desu
คุณสมชาย เป็นคนไทย

2.เป็นภาคแสดงในประโยค

その人は ソムチャイさん です
Sono hito wa Somuchai san desu
คนนั้นคือ คุณสมชาย

3.เป็นคำขยายในประโยค

ここは ソムチャイさん の家です
Koko wa Somuchai san no ie desu
ที่นี่คือบ้านของ คุณสมชาย

4.เป็นคำอิสระในประโยค

ソムチャイさん、彼は私の友達です
Somuchai san, kare wa watashi no tomodachi desu
คุณสมชาย เขาเป็นเพื่อนของฉัน

คำสรรพนาม

เป็นคำนามชนิดหนึ่ง ทำหน้าที่ใช้แทนคำนามในการชี้คน สัตว์ สิ่งของ ประกอบด้วย

1.คำสรรพนามบุคคล ( 人代名詞 : jindaimeishi ) เป็นคำใช้แทนบุคคล เช่น

私 (watashi : ฉัน ผม ข้าพเจ้า)
あなた (anata : เธอ คุณ)
かれら (karera : เขาเหล่านั้น)
だれ (dare : ใคร)

2.คำสรรพนามบ่งชี้ ( 指示代名詞 : shiji daimeishi ) เพื่อใช้แทนเรื่องราว สิ่งของ สถานที่ และทิศทาง เช่น

これ (kore : อันนี้)
それ (sore : อันนั้น)
あれ (are : อันโน้น)
どれ (dore : อันไหน)
あちら (achira : ทางนั้น)

ประเภท บุรุษที่ 1 บุรุษที่ 2 บุรุษที่ 3 ไม่เจาะจง
ระยะใกล้ ระยะกลาง ระยะไกล
คำสรรพนามบุคคล watashi
boku
ore
anata
kimi
omae
konokata
koitsu
sonokata
soitsu
anokata
aitsu
kare
donata
doitsu
dare
คำสรรพนามบ่งชี้ สิ่งของ     kore sore are dore
สถานที่     koko soko asoko doko
ทิศทาง     kochira sochira achira dochira

Credit: www.j-campus.com