Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

สมาธิสั้นเป็นพรจากฟ้า

Posted By Plook Creator | 14 มี.ค. 62
1,299 Views

  Favorite

มันเป็นปัญหาที่พ่อแม่หลาย ๆ คนปวดหัว เมื่อลูกน้อยของตัวเองไม่สามารถจดจ่อกับสิ่งที่พร่ำสอนได้ การจับให้เด็กอายุ 1-2 ขวบ มานั่งนิ่ง ๆ ฟังนิทาน หรือนั่งรับประทานอาหารโดยไม่ว่อกแว่กแลดูจะเป็นเรื่องยาก มันอาจเป็นธรรมชาติของเด็กในวัยนี้ที่สนใจทุกสิ่งรอบตัว และไม่สามารถจดจ่ออะไรได้นาน ๆ แต่หากอายุเริ่มมากขึ้นและเข้าสู่วัยเรียน คุณครูประจำชั้นต่างบอกผู้ปกครองว่าลูก ๆ ของพวกเขาไม่ตั้งใจเรียน ไม่ใส่ใจในสิ่งที่สอนหน้าห้อง อาจจะใจลอย หรือเล่นอยู่ตลอดเวลา


ความกังวลเกี่ยวกับอาการสมาธิสั้นพลอยทำให้พ่อแม่แต่ละครอบครัวต้องคิดหนัก วิ่งปรึกษาหมอเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกน้อยกันเป็นแถว เพราะเกรงว่าลูกของตัวเองจะเรียนได้ไม่ดี ผลการเรียนตก ไม่สามารถเรียนทันเพื่อน หรือแม้แต่อาจจะมีปัญหากับโรงเรียน หรือเพื่อน ๆ แต่การศึกษาไม่นานนี้ชี้ว่า "สมาธิสั้น" ไม่ใช่ปัญหา แต่มันเป็น "พรจากฟ้า" ต่างหาก

ภาพ : Pixabay


สมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder, ADHD) เป็นลักษณะอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับบางคนที่ไม่สามารถอยู่นิ่ง ๆ มุ่งความสนใจหรือใส่ใจสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นเวลานาน หรืออาจจะไม่ได้เลย คนที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะมีสมองที่ทำงานแตกต่างจากคนปกติในแง่การควบคุมความสนใจและกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มอาการอยู่ไม่นิ่งและหุนหันโดยเห็นได้จากพฤติกรรมที่แสดงออก
2. กลุ่มขาดสมาธิซึ่งเห็นได้จากปัญหาทางด้านการเรียนรู้

ภาพ : Pixabay

 

แน่นอนว่าหากเป็นวิชาที่น่าเบื่อ ครูสอนไม่สนุก หรือยากเกินไป ก็ทำให้นักเรียนในห้องไม่สนใจ และมีปัญหากับการเรียน แต่มันไม่ได้แปลว่านักเรียนทั้งห้องเป็นพวกสมาธิสั้น คนที่มีปัญหาหรือเป็นโรคสมาธิสั้นจริง ๆ ไม่เพียงจะส่งผลต่อผลการเรียน ในแง่ความใส่ใจและการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันด้วย เช่น การขาดความมั่นใจ ปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวและคนรอบข้างไม่ได้ ซึ่งทำให้เกิดการแยกตัว วิตกกังวล ต้องการหลีกหนีออกจากสังคมเพราะเกิดความแตกต่างและแปลกแยก จนอาจนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงกว่าอย่างยาเสพติด และอาชญากรรมในวัยรุ่นได้

 

แม้ว่าปัจจุบันจะยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัดถึงต้นตอที่ทำให้การทำงานของสมองของคนที่เป็นโรคสมาธิสั้นทำงานแตกต่างจากคนอื่น ๆ แต่คาดเดาว่าอาจจะเกิดจากปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ของแม่ในขณะตั้งครรภ์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและพันธุกรรมของเด็กในครรภ์ เพราะ ADHD มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับยีน ซึ่งทำให้คนที่เป็นโรคนี้มีเซลล์ประสาทที่รับสารโดพามีน (Dopamine) น้อยกว่าปกติ สารโดพามีนที่หลั่งออกมาเพื่อให้รู้สึกดี เหมือนได้รับรางวัล และเมื่อสารนี้หลั่งออกมาและมีตัวรับสารนี้น้อยกว่าปกติ จึงทำให้ไม่รู้สึกมีความสุขเมื่อทำกิจกรรม คนที่เป็นโรคสมาธิสั้นจึงรู้สึกเบื่อง่ายและไม่รู้สึกดีกับกิจกรรมที่คนส่วนใหญ่สนใจและมีความสุขที่ได้ทำ

ภาพ : Pixabay

 

วิธีการรักษาโรคนี้ก็มีตั้งแต่การบำบัดโดยปรับพฤติกรรม ซึ่งเป็นการเน้นย้ำและกระตุ้นในข้อกำหนดทางด้านกิจกรรมและสิ่งที่จะได้รับ ทำให้เป้าหมายชัดเจนและสนับสนุนให้ทำอย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ ภายใต้การดูและของแพทย์ หรือ การใช้ยาในกลุ่มที่ให้สารไรทาลิน (Ritalin) ซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณสารโดพามีนให้สัมพันธ์กับตัวรับที่น้อยกว่าปกติ อย่างไรก็ดี มันยังอยู่ในขั้นตอนการยืนยันผลที่ได้ เนื่องจากยังต้องดูผลข้างเคียงระยะยาว

 

นอกจากนั้นผลการศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการของคนเรายังชี้ว่า กลุ่มคนที่มีสมาธิสั้นหรือตื่นตัวมากกว่าคนปกติในกิจกรรมต่าง ๆ มีความสามารถทางการทำกิจกรรม เช่น การหาอาหาร และการล่าสัตว์เหมือนอย่างที่มนุษย์ดึกดำบรรพ์เป็นกัน ซึ่งนั่นเป็นประโยชน์ต่อเผ่าพันธุ์ และวิธีการคิดที่อาจจะไม่จดจ่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ส่งผลให้คนกลุ่มนี้สามารถคิดนอกกรอบและมีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเหมาะกับกลุ่มศิลปิน กลุ่มคนที่ต้องการความคิดใหม่ ๆ ไอเดียใหม่ ๆ การปรับตัว งานสายโฆษณาและศิลปะ เป็นต้น ซึ่งความสามารถเหล่านี้ฝึกได้ยากหรือฝึกไม่ได้เลยหากคุณเป็นประเภททำงานหรือคิดอย่างตรงไปตรงมา มันอาจดูน่าขันที่เด็กที่ไม่สนใจเรียนหลาย ๆ คนกลับกลายเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่แห่งยุคก็เป็นได้

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Creator
  • 0 Followers
  • Follow