Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

โรคตา

Posted By Plookpedia | 27 ธ.ค. 59
1,134 Views

  Favorite

ตาเป็นอวัยวะที่มหัศจรรย์อย่างหนึ่งของร่างกาย สัตว์มีตาไว้รับรู้สิ่งต่างๆ เพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้ เช่น ใช้ในการหาอาหาร และการป้องกันอันตราย สัตว์ที่อาศัยในทะเลลึกที่มีแสงสว่างน้อยก็มีตา รูปร่างของตา สัตว์ที่ต่างชนิดกัน อาจไม่เหมือนกัน ตาจะเปลี่ยนแปลงไปตามสิ่งแวดล้อม ปลาบางชนิดมีตาที่ใช้ได้ทั้งในน้ำ และในอากาศ นกมีตาที่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้ไกล สัตว์ที่หากินในเวลากลางคืนมีตาที่มองเห็นได้ในที่มืด


     ถ้าเราตาบอด เราจะไม่เห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ทำให้กระทำสิ่งต่างๆ ได้ยาก หรือแม้ว่าตาจะไม่บอด แต่ถ้ามีโรค ก็จะทำให้เราเห็นสิ่งต่างๆ ไม่ชัด หรือได้รับความเจ็บปวด ดังนั้น เราควรระวังป้องกันตาของเราไม่ให้เป็นโรค
หากตาถูกของแข็งๆ ของแหลมๆ ได้รับฝุ่นละออง เชื้อโรคต่างๆ หรือสารที่เป็นกรดหรือด่าง เช่น ผงซักฟอก หรือได้รับแสงสว่างจ้าเป็นเวลานาน ตาจะเป็นอันตราย เราจึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆ เหล่านี้ โดยไม่จ้องมองสิ่งที่มีแสงสว่างมากๆ ไม่เอามือหรือสิ่งสกปรกไปเช็ดตา ถ้ามีอะไรกระเด็นเข้าตา ไม่ควรขยี้ ควรรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด และบอกผู้ใหญ่ให้ช่วย

นอกจากนี้ ถ้าจะอ่านหนังสือ หรือทำงานที่ต้องเพ่งมากๆ เช่น เย็บผ้า ควรจะทำในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ถือหนังสือ หรือสิ่งที่กำลังทำอยู่ให้ห่างจากตาพอควร เมื่อดูโทรทัศน์ควรนั่งห่างจากจอมากๆ ประมาณห้าเท่าของขนาดของจอ เช่น จอกว้าง ๓๐ เซนติเมตร ควรนั่งห่างประมาณ ๑ เมตร ๕๐ เซนติเมตร และควรนั่งดูในที่ที่มีแสงสว่างพอควร

 

ตาบอดที่พบในเด็ก ส่วนมากเกิดจากการบาดเจ็บ ที่ทำให้เป็นแผลที่ตา แล้วมีการอักเสบตามมา ทำให้ตาบอดได้ การระวังรักษาตาเป็นสิ่งสำคัญ และจำเป็นอย่างมาก แพทย์จะหยอดตาเด็กเกิดใหม่ทุกคนด้วยเกลือเงินไนเทรต หรือยาปฎิชีวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อในระหว่างการคลอด สิ่งที่เป็นอันตรายต่อเยื่อบุตา และกระจกตามีหลายอย่าง ได้แก่ การเล่นของแหลมคม หรือสารเคมี เช่น กรด ด่าง การเล่นดอกไม้ไฟ การที่ตาได้รับฝุ่นละออง ตลอดจนแสงสว่างจ้า หรือความร้อนเป็นระยะเวลานาน เช่น แดดตอนเที่ยงวัน แสงสะท้อนจากกระจกรถยนต์ เป็นต้น แม้ว่าตาจะมีสิ่งป้องกันที่ดีตามธรรมชาติ เช่น น้ำตา หนังตา ก็ไม่สามารถจะป้องกันอันตรายต่างๆ ดังกล่าวได้ทั้งหมด กระจกตาที่ถูกแสงร้อนนานๆ จนบวมและขุ่น ลมทำให้ผิวเยื่อตาแห้งเร็ว ถ้ามีฝุ่นละออง และเชื้อโรค ก็จะทำให้ตาอักเสบง่ายและเร็วขึ้น การป้องกันที่ดี คือ หลีกเลี่ยงจากสิ่งดังกล่าว แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ควรสวมแว่นตาขณะเดินทาง หรือเมื่อออกกลางแดด
การรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ประเภท เนื้อสัตว์ต่างๆ ไข่ เกลือแร่ และวิตามินนานาชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบีรวม และวิตามินซี จะช่วยให้ตาแข็งแรง และแผลหรือการอักเสบหายเร็วขึ้น การนอนพักผ่อน การออกกำลังกาย การดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ควรทำอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย จะช่วยให้สุขภาพของตาดีขึ้น และปราศจากโรค

อาหารประเภทต่าง ๆ


นอกจากโรคตาที่เกิดจากการอักเสบต่างๆ แล้ว ยังมีโรคเกี่ยวกับสายตาที่เกิดจากกรรมพันธุ์ หรือเป็นเพราะความผิดปกติ ของส่วนประกอบของตา เช่น สายตาพร่าต่างแนว สายตาสั้น เมื่อเกิดโรคเช่นนี้มักจะทำให้เห็นสิ่งต่างๆ ไม่ค่อยชัด หรืออาจปวดศีรษะ 

ดังนั้นเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับตาและโรคตา ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ หรือรักษาเอง ควรรีบไปหาแพทย์ทันที

โรคตาที่พบบ่อย และเกิดขึ้นตามวัยต่างๆ แบ่งเป็น ๔ ระยะ ดังนี้ 

๑. ระยะ ๓ เดือนแรก ของการตั้งครรภ์ ในขณะที่เด็กในครรภ์มารดากำลังเจริญเติบโต โดยเฉพาะในระยะ ๓ เดือนแรกนั้น ส่วนที่จะเกิดเป็นตา กำลังยื่นออกมาจากสมอง และไม่มีสิ่งปกคลุมป้องกันอันตรายดีพอ ถ้ามารดาขาดอาหาร ตาที่เพิ่งงอกออกมาก็จะได้รับอันตรายได้ง่าย ถ้ามารดาป่วยเป็นโรคติดเชื้อ ที่ทำให้มีการอักเสบของถุงน้ำคร่ำ เช่น จากเชื้อบัคเตเรีย เชื้อไวรัส โดยเฉพาะโรคหัดเยอรมัน หรือแม้แต่การใช้ยาบางชนิด อาจทำให้ตาที่กำลังเจริญอยู่นั้นหยุดเจริญ หรือเจริญผิดปกติ

๒. วัยเด็กเล็กก่อนเข้าเรียน คือ อายุระหว่าง ๓-๕ ปี มักพบโรคตาอักเสบเป็นหนอง ต้อแก้วตา หรือต้อกระจก ต้อหิน มะเร็งของจอตา และการเกิดอันตรายต่อลูกตา

๓. วัยเรียน และวัยทำงาน คือ อายุระหว่าง ๔-๓๙ ปี มักพบสายตาพิการ เช่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาพร่าต่างแนว ตาเหล่ และตาส่อน ซึ่งแก้ไขได้ โดยใช้แว่นตา หรือทำผ่าตัด ภยันตรายต่อตาในวัยนี้มีมาก เพราะต้องออกจากบ้านมากกว่าวัยอื่น อันตรายเหล่านี้ ได้แก่ ผงหรือฝุ่นละอองที่สกปรกเข้าตา เยื่อตาถลอก แล้วทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง แผลทะลุ

๔. วัย ๔๐ ปีขึ้นไป โรคที่พบบ่อย คือ ต้อแก้วตา ซึ่งทำให้มีอาการสายตามัว รักษาแก้ไขได้โดยการผ่าตัด ต้อหิน ถ้าไม่รักษาจะทำให้ตาบอดอย่างถาวร

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป

Content

1
กายวิภาคของตา
การศึกษากายวิภาคของตาอย่างจริงจัง เริ่มมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๒๓-๒๔ โดยใช้กล้องจุลทรรศน์ดูส่วนประกอบต่างๆ ของตา ในพุทธศตวรรษที่ ๒๕ เมื่อวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าขึ้น ได้มีการใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนศึกษาเนื้อเยื่อ และใช้กล้องจุลทรรศน์ในการตรวจตา และผ่าต
646 Views
2
การวัดสายตา
การวัดสายตา การวัดสายตาเป็นการตรวจความคมชัดของการมองเห็น (visual acuity) ทั้งมองไกล และมองใกล้ ใช้แผ่นตรวจของสเนลเลน (Snelens chart) ให้อ่านเวลามองไกล การบันทึกสายตาบันทึกเป็นเศษส่วน คือ ระยะระหว่างแผ่นตรวจกับผู้ป่วยที่ถูกทดสอบอ่านได้ชัด / ระยะระหว่างแผ่
277 Views
3
แสงสว่างที่พอเหมาะกับสายตา
แสงสว่างที่พอเหมาะกับสายตา แสงสว่างที่พอเหมาะกับสายตา ได้แก่ แสงสว่างตามธรรมชาติในเวลากลางวันที่เป็นแสงอ่อน สบายตา ไม่มีแสงพร่า ไม่มีเงา อาการปวดเมื่อยตาจะมีน้อย ถ้าทำงานในแสงชนิดนี้ ผู้ที่ทำงานทุกวัน และมีอาการปวดตา สาเหตุหนึ่ง อาจเป็นเพราะใช้แสงสว่างไม
184 Views
4
การถนอมสายตาและการป้องกันตาบอด
การถนอมสายตาและการป้องกันตาบอด ทุกคนควรรู้จักถนอมสายตา และป้องกันตาบอดด้วยตนเอง ในวัยเด็กอาศัยครูและผู้ปกครองช่วยดูแล แพทย์เป็นแต่ผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ และให้การรักษา การถนอมสายตา หลักการปฏิบัติในการถนอมสายตามีดังนี้ ๑. กินอาหารให้ถูกต้อง อาหารมื้อหนึ่ง
330 Views
5
สายตาผิดปกติ
สายตาผิดปกติ มี ๔ ชนิด คือ ๑. สายตายาว (hypermetropia) ๒. สายตาสั้น (myopia) ๓. สายตาพร่าต่างแนว (astigmatism) ๔. สายตาผิดปกติชนิดอื่นๆ เช่น สายตาสองข้างผิดปกติคนละชนิด สายตาของผู้ที่ไม่มีแก้วตา เป็นต้น สายตายาว ในคนสายตายาวนั้น แสงขนานผ่านเข้าลูกตาไป
261 Views
6
แว่นตา
แว่นตา แว่นตาเป็นกระจกแว่นที่ใส่ไว้ในกรอบสำหรับสวมบนใบหน้า โดยมีแท่นรองรับบนสันจมูก และก้านแว่นเกี่ยวที่ใบหู ในสมัยโบราณ มีแว่นตาบางชนิด ที่ใช้วางอยู่หน้าตาข้างใดข้างหนึ่ง สำหรับผู้สูงอายุ เมื่อต้องการดูของใกล้ เมื่อไม่ต้องการดูก็ถอดออก กระจกแว่นตาอาจทำ
276 Views
7
ลูกตาปลอม
ตาผู้ป่วยภายหลังใส่ลูกตาปลอม ลูกตาปลอม ลูกตาปลอมใส่เพื่อความสวยงาม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการมองเห็น ใช้ในรายที่ต้องเอาลูกตาออก เพราะสายตาข้างนั้นบอดสนิท แลดูไม่สวยงาม หรือเมื่อมีอาการปวดรุนแรงจนไม่มีทางระงับ หรือรายที่เป็นมะเร็งของตา หลังผ่าตัดเอาลูกตาอ
372 Views
8
ตาเหล่
ตาเหล่ ตามปกติ ตาของคนเวลาดูวัตถุจะกลอกตาไปด้วยกัน (ยกเว้นเวลามองของใกล้ ตาสองข้างจะกลอกเข้าหากัน) และดูสองตาพร้อมกัน เช่นเ มื่อมองไปทางซ้าย ลูกตาซ้ายจะกลอกไปทางด้านนอก หรือด้านใกล้ขมับ และลูกตาขวาจะกลอกเข้าใน หรือด้านใกล้จมูก เมื่อมองบน หรือมองล่าง มองข
259 Views
9
คลังลูกตาและการเปลี่ยนกระจกตา
คลังลูกตาและการเปลี่ยนกระจกตา อวัยวะของลูกตาของคนเรามีการตายและเปื่อย เน่าในเวลาไม่เท่ากัน เช่น ชั้นจอตาถ้าขาดออกซิเจน หรือขาดเลือดไปเลี้ยง จะตายภายในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง แต่กระจกตาสามารถมีชิวตอยู่ได้ประมาณ ๗ วัน ถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิ ๕ องศาเซลเซียส หล
202 Views
10
โรคตา
โรคตา โรคตาแบ่งตามสาเหตุ ได้แก่ ความผิดปกติมาแต่กำเนิด การอักเสบ อันตรายจากภายนอก การเสื่อมของอวัยวะ เนื้องอก และโรคตาที่พบร่วมกับโรคของร่างกายทั่วไป ความผิดปกติมาแต่กำเนิด สาเหตุนี้พบน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับสาเหตุอื่น เช่น มีรูม่านตาหลายรูม่านตา และชั
861 Views
11
อาการเตือนทางตาของเด็กที่แสดงว่าสายตาผิดปกติ
อาการเตือนทางตาของเด็กที่แสดงว่าสายตาผิดปกติ นิสัย ๑. เด็กขยี้ตาเสมอ ๒. เวลาดูของมักปิดตาข้างหนึ่ง ดูด้วยตาข้างเดียว ๓. เวลาอ่านหนังสือมักจะคลอนศีรษะไปมา ๔. กะพริบตามากกว่าปกติ ๕. หยิบของและวางของผิดที่เสมอ ๖. มองไกลไม่ชัด ๗. ขมวดคิ้วเข้าหากันเวลาดูของใ
252 Views
12
ลานเห็น
ลานเห็น ลานเห็น หรือลานสายตา (visual field) เป็นขอบเขตของบริเวณที่มองเห็น ซึ่งใช้เครื่องวัดได้ อาณาเขตหรือความกว้าง ของลานเห็นถูกกำหนด โดยบริเวณจอตาที่ใช้งานได้ และรูปร่างของใบหน้า แสงสว่างที่สามารถผ่านเข้าไปถึงแก้วตา และผ่าไปยังจอตาเท่านั้น ที่จะทำให้เก
316 Views
13
การรักษาโรคตา
การรักษาโรคตา มีทั้งการรักษาด้วยยาและการผ่าตัด การรักษาด้วยยาประกอบด้วยการรักษาทั่วไป และการรักษาเฉพาะ โดยใช้ยาหยอด ยาป้ายตา ยาฉีดเข้าใต้เยื่อหุ้มตา การรักษาด้วยการผ่าตัดมักใช้คำว่า ลอกต้อ เช่น ลอกต้อเนื้อ ลอกต้อแก้วตา การลอกต้อเนื้อหมายถึง การผ่าตัดเอาต
208 Views
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 1 Followers
  • Follow