Home
Education
Knowledge
Blog
TV
Do Good
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

มะคาเดเมีย

Posted By Plookpedia | 01 พ.ค. 60
778 Views

  Favorite

มะคาเดเมีย

      เด็ก ๆ ที่เคยรับประทานถั่วลิสงทอด ถั่วลิสงเคลือบน้ำตาล หรือเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดหรือเคลือบน้ำตาลเวลาเคี้ยวจะรู้สึกว่ามีรสชาติมัน ๆ อร่อย เมล็ดมะคาเดเมียก็เช่นกันเคี้ยวแล้วมีรสชาติมัน ๆ แต่อร่อยกว่าและราคาแพงกว่ามาก มะคาเดเมียเป็นไม้ยืนต้นมีอายุยืนยาวถึง ๑๐๐ ปี และต้องปลูกในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เช่น บนดอยสูง ๆ ทางภาคเหนือของประเทศไทย เช่น ดอยแม่สลอง จังหวัดเชียงราย หรือดอยแม่จอนหลวงและดอยขุนวาง จังหวัดเชียงใหม่

 

มะเคเดเมีย
มะคาเดเมีย

 

      มะคาเดเมียเมื่อผลแก่จัดจะร่วงหล่นจากต้นจึงต้องเก็บจากบนพื้นดินบริเวณใต้ต้น ผลมะคาเดเมียมีเปลือกสีเขียวไม่แข็งมาก กะเทาะเปลือกโดยใช้มีดหรือแกะด้วยมือเมื่อแกะเปลือกออกแล้วจะเห็นลูกกลม ๆ คล้ายลูกหิน มีกะลาสีน้ำตาลซึ่งแข็งมากถ้าจะเอาเนื้อในที่เรารับประทานก็ต้องกะเทาะกะลาออกซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องกะเทาะกะลา เมื่อกะเทาะกะลาออกแล้วจะได้เนื้อในสีขาว ๆ นำมาคลุกเกลือแล้วอบด้วยความร้อนประมาณ ๗๐ องศาเซลเซียสใช้ระยะเวลาประมาณ ๗๒ ชั่วโมงจึงรับประทานได้  ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้คัดเลือกพันธุ์ดี ๓ พันธุ์ สำหรับแนะนำให้เกษตรกรนำไปปลูกเป็นการค้า ได้แก่ พันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ พันธุ์เชียงใหม่ ๗๐๐ และพันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐  ผลิตภัณฑ์หลักของมะคาเดเมีย คือ เมล็ดมะคาเดเมียอบโรยเกลือเล็กน้อย บรรจุในกระป๋อง ถุงพลาสติกหรือถุงอะลูมินัมฟอยล์ และเมล็ดมะคาเดเมียเคลือบด้วยช็อกโกแลตหรือใช้เป็นส่วนผสมของคุกกี้

 

 

 

      มะคาเดเมียเป็นพืชที่มีอายุยืนยาวถึง ๑๐๐ ปี เนื้อไม้มีประโยชน์ในด้านใช้สอยโดยนำมาทำเป็นไม้ซุงหรือไม้สำหรับทำเครื่องเรือนตกแต่งบ้านหากมีอายุตั้งแต่ ๓๐ ปีขึ้นไป มะคาเดเมียเป็นพืชเคี้ยวมันเช่นเดียวกับมะม่วงหิมพานต์แต่ราคาแพงกว่ากันมาก พันธุ์มะคาเดเมียค้นพบครั้งแรกที่ประเทศออสเตรเลียและแพร่หลายไปยังสหรัฐอเมริกาโดยปลูกกันมากในรัฐฮาวายนับเป็นสินค้าเกษตรอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกที่สำคัญของโลกในปัจจุบัน

 

มะคาเดเมีย

 

พันธุ์มะคาเดเมียในประเทศไทย

ในประเทศไทยกรมวิชาการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พัฒนาพันธุ์มะคาเดเมียและคัดเลือกพันธุ์เพื่อแนะนำให้เกษตรกรปลูกเป็นการค้าในปัจจุบัน ๓ พันธุ์ คือ

๑. พันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ (HAES 660)

      เป็นพันธุ์เบา ออกดอกดก ใช้ปลูกร่วมกับพันธุ์อื่นเพื่อช่วยผสมเกสรให้แก่พันธุ์อื่นในอัตราส่วนพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ จำนวน ๑ แถว ต่อพันธุ์อื่น ๓ แถว มะคาเดเมียพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ เจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูงจากระดับทะเลปานกลาง ๗๐๐ เมตรขึ้นไป ถ้าเป็นพื้นที่สูงจากระดับทะเลปานกลาง ๔๐๐-๖๐๐ เมตร ก็ต้องอยู่ในแนวเส้นละติจูด ๑๙.๘ องศาเหนือขึ้นไป ได้แก่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ข้อเสียคือผลมีขนาดเล็กมีจำนวนเมล็ด ๑๗๕-๑๙๐ เมล็ดต่อกิโลกรัม ผลิตผลเมล็ดทั้งกะลาจำนวน ๑๓-๒๐ กิโลกรัมต่อต้น (อายุ ๑๔ ปี) ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและสภาพพื้นที่

 

มะคาเดเมีย
มะคาเดเมียพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ พันธุ์เชียงใหม่ ๗๐๐ และพันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐ เป็นพันธุ์ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก

 

๒. พันธุ์เชียงใหม่ ๗๐๐ (HAES 741)

      ผลมีขนาดค่อนข้างใหญ่น้ำหนักเนื้อในสูงกว่าพันธุ์เชียงใหม่ ๔๐๐ และพันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐ เมล็ดเนื้อในสีขาวสวยเป็นที่ดึงดูดตา เจริญเติบโตดี ให้ผลิตผลสูง และมีคุณภาพดีในพื้นที่สูงจากระดับ ทะเลปานกลาง ๗๐๐ เมตรขึ้นไป ผลิตผลเมล็ดทั้งกะลา จำนวน ๑๕-๓๐ กิโลกรัมต่อต้น (อายุ ๑๔ ปี)

๓. พันธุ์เชียงใหม่ ๑๐๐๐ (HAES 508)

      ผลมีขนาดปานกลาง เมล็ดเนื้อในมีคุณภาพยอดเยี่ยม คือ รูปทรงและสีสวย เจริญเติบโตดี และให้ผลิตผลสูง ในสภาพอากาศหนาวเย็น ที่ระดับความสูง ๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป เป็นพันธุ์ทนแล้งแต่ไม่ทนร้อน ถ้าปลูกในพื้นที่ต่ำกว่า ๗๐๐ เมตรลงมา จะเกิดอาการแพ้ความร้อน คือ ใบเหลืองซีด ขอบใบไหม้ ให้ผลิตผลเมล็ดทั้งกะลา จำนวน ๒๕-๔๐ กิโลกรัมต่อต้น (อายุ ๑๔ ปี) ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และสภาพพื้นที่

การปลูกและดูแลรักษา

      ระยะปลูกระหว่างต้น-แถว ๘x๑๐ เมตร และปลูกพืชอื่นแซมระหว่างแถวในช่วง ๑๐-๑๒ ปีแรก เช่น กาแฟ สตรอว์เบอร์รี ผักต่า ๆ ขนาดหลุมปลูก ๗๕x๗๕x๗๕ เซนติเมตร หรือ ๑x๑x๑ เมตร ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินรองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต หลุมละ ๑-๒ กิโลกรัม และใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น เศษซากพืชแห้ง แกลบหรือปุ๋ยหมัก คลุกเคล้ากับดิน

 

มะคาเดเมีย
แปลงปลูกมะคาเดเมียสามารถปลูกพืชอื่นแซมระหว่างแถวได้ เช่น กาแฟ สตรอว์เบอร์รี่ ผักต่าง ๆ เป็นรายได้เสริม

 

การใส่ปุ๋ย
      ใช้ปุ๋ยสูตร ๑๕-๑๕-๑๕ หรือ ๑๒-๑๒-๑๗-๒  และปุ๋ยยูเรีย โดยปีที่ ๑, ๒, ๓ และ ๔ ใส่ปุ๋ย ๑๕-๑๕-๑๕ ต้นละ ๔๐๐, ๘๐๐, ๑,๒๐๐ และ ๑,๘๐๐ กรัม และผสมยูเรีย  ๔๕, ๙๐, ๑๓๕ และ ๑๘๐ กรัม ตามลำดับ ปีที่ ๕ เป็นต้นไปใช้ปุ๋ยสูตร ๑๒-๑๒-๑๗-๒ อัตราต้นละ ๒.๕ กิโลกรัมและเพิ่มขึ้นปีละ ๕๐๐-๖๐๐ กรัม และผสมยูเรียเพิ่มร้อยละ ๑๐ และโพแทสเซียมร้อยละ ๑๕ ของปุ๋ยสูตรทุกปี ปุ๋ยแบ่งใส่ปีละ ๔ ครั้ง คือ ระยะ ๓ เดือนก่อนออกดอก (เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) ระยะเริ่มติดผลขนาดเล็ก ระยะเริ่มฤดูฝน และระยะปลายฤดูฝน

 

มะคาเดเมีย
ช่อดอก

 

การให้น้ำ
      ควรให้น้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งในระยะเริ่มติดผลไม่ควรให้ขาดน้ำในระยะผลกำลังพัฒนา

 

มะคาเดเมีย
การให้น้ำแบบน้ำหยด


การตัดแต่งกิ่ง
      มะคาเดเมียมีการตัดแต่งกิ่งน้อยมากเพราะจะออกดอกภายในทรงพุ่มเป็นส่วนใหญ่และเมื่อมีอายุประมาณ ๒ ปี จะออกดอกจากกิ่งแขนงเล็ก ๆ การตัดแต่งกิ่งจะทำในระยะแรกที่เริ่มปลูก คือ ๖-๑๒ เดือนแรก ต้องบังคับให้มีกิ่งหรือต้นประธานเพียง ๑ กิ่ง เมื่อกิ่งประธานสูงเกิน ๘๐-๑๐๐ เซนติเมตร และยังไม่แตกกิ่งข้างต้องเด็ดยอดกิ่งประธานออกเพื่อให้กิ่งข้างแตกอย่างน้อย ๒-๓ กิ่ง และเลือกกิ่งที่ตั้งตรงสำหรับใช้เป็นกิ่งประธานต่อไปหลังติดผลจะตัดเฉพาะกิ่งที่เป็นโรคและแน่นเกินไป สำหรับการขยายพันธุ์ใช้วิธีทาบกิ่ง ติดตา เสียบยอด โดยใช้ต้นตอจากการเพาะเมล็ด

 

มะคาเดเมีย
การขยายพันธุ์โดยการทาบกิ่ง
มะคาเดเมีย
กิ่งพันธุ์ที่ได้จากการทาบกิ่งสำหรับใช้ขยายพันธุ์

 

การเก็บเกี่ยวและผลิตผล

      หากปลูกมะคาเดเมียบนที่สูงจะออกดอกช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมและกรกฎาคมถึงสิงหาคมอายุตั้งแต่ดอกบานถึงผลแก่ประมาณ ๖-๙ เดือน ขึ้นกับบริเวณที่ปลูก ยิ่งสูงยิ่งออกดอกช้า ผลมะคาเดเมียเมื่อแก่จะร่วงลงพื้น หลังเก็บผลต้องรีบกะเทาะเปลือกเขียวข้างนอกออกเพราะถ้าผลกองรวมซ้อนกันมาก ๆ จะเกิดความร้อนทำให้เนื้อในมีคุณภาพไม่ดี การเก็บเมล็ดหลังกะเทาะเปลือกนอกสีเขียวแล้วควรนำไปผึ่งในที่ที่มีลมพัดผ่านสะดวกหรือวางบนตะแกรงเป็นชั้น ๆ เพื่อลดความชื้นในขณะรอส่งจำหน่ายหรือก่อนเข้าตู้ที่จะกะเทาะเปลือกแข็ง หลังจากปลูก ๔-๕ ปี เริ่มให้ผลิตผลปีแรกจำนวน ๑-๓ กิโลกรัมต่อต้นและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี  อายุ ๑๐ ปีขึ้นไปให้ผลิตผลจำนวน ๒๐-๓๐ กิโลกรัมต่อต้น อายุ ๒๐ ปีขึ้นไปให้ผลิตผลจำนวน ๔๐-๖๐ กิโลกรัมต่อต้น อายุที่ให้ผลิต ผลยาวนานไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา การจำหน่ายผลิตผลอาจจำหน่ายเป็นเมล็ดทั้งกะลาที่มีความชื้นประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ หรือกะเทาะกะลาออกและจำหน่ายเนื้อในดิบที่มีความชื้นประมาณ ๑.๕-๓ เปอร์เซ็นต์

 

มะคาเดเมีย
การเก็บผลมะคาเดเมียที่แก่และร่วงลงพื้น

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป

Content

1
บทนำ
มะคาเดเมียเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุยืนยาวส่วนใหญ่อายุเกิน ๗๕-๑๐๐ ปีขึ้นไป เนื้อไม้มีประโยชน์ใช้สอย คือ นำมาทำเป็นไม้ซุงหรือเครื่องเรือนตกแต่งบ้าน หากมะคาเดเมียอายุตั้งแต่ ๓๐ ปีขึ้นไป คุณสมบัติเหล่านี้จึงเป็นที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่คิดลงทุนปลูกพืชในระย
121 Views
2
ประวัติของมะคาเดเมีย
มะคาเดเมีย (macadamia) ถูกค้นพบครั้งแรกโดย Friedrich Wilhelm Ludwig Leichhardt ชาวเยอรมัน ในพ.ศ. ๒๓๘๖ ที่ประเทศออสเตรเลียแต่เก็บตัวอย่างพืชไว้โดยไม่ดำเนินการใด ๆ ต่อมาใน พ.ศ. ๒๔๐๐ มีผู้ที่ค้นพบพืชชนิดนี้อีกครั้ง คือ Baron Sir Ferd
135 Views
3
ประวัติมะคาเดเมียในประเทศไทย
ใน พ.ศ. ๒๔๙๖ องค์การยูซอม (USOM: United state Operation Mission) ของสหรัฐอเมริกาได้จัดส่งเมล็ดพันธุ์มะคาเดเมียชนิดผลเปลือกเรียบ (Macadamia integrifolia) ให้แก่ประเทศไทยผ่านทางกรมกสิกรรม (ต่อมากรมนี้ได้รวมกับกรมการข้าวเป็นก
124 Views
4
พื้นที่ปลูกและผลิตผล
ในประเทศไทยพื้นที่ปลูกมะคาเดเมียส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เชิงเขาหรือปลูกบนภูเขาโดยมีพื้นที่ปลูกทั้งหมดประมาณ ๘,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในจังหวัดเลยและเชียงรายเป็นพื้นที่หลัก รองลงมาคือพื้นที่ในจังหวัดตาก เชียงใหม่ น่าน ลำปาง แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ
120 Views
5
แหล่งปลูก
สภาพพื้นที่ ควรสูงจากระดับทะเลปานกลาง ๗๐๐ เมตรขึ้นไปหรือถ้าเป็นพื้นที่ต่ำกว่า ๗๐๐ เมตร ต้องอยู่ในแนวเส้นละติจูดที่ ๑๙.๘ องศาเหนือขึ้นไปแต่ไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ถ้าเป็นพื้นที่ราบหรือพื้นที่ลาดเอียงไม่ควรเกิน ๑๕ องศา ถ้ามากกว
117 Views
6
พันธุ์
ลักษณะต้นพันธุ์ที่ดีซึ่งเหมาะสำหรับปลูกเป็นการค้าควรได้จากการทาบกิ่งหรือเสียบยอดหรือติดตาบนต้นตอที่เพาะจากเมล็ดชนิดผิวเรียบและมีระบบรากดี ความสูงของต้น ๖๐ เซนติเมตร ถึง ๑ เมตร หรืออายุต้นกล้าไม่เกิน ๒ ปี ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ผ่านการแนะนำหรือผ่านการ
98 Views
7
การปลูก
ก่อนจะวางแนวปลูกควรกำจัดวัชพืชโดยใช้วิธีไถ ตัด หรือใช้สารกำจัดวัชพืชตามความเหมาะสม มะคาเดเมียเป็นไม้ยืนต้นที่มีอายุไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี ดังนั้นการเตรียมหลุมปลูกจึงมีความสำคัญ คือ หลุมปลูกควรมีขนาดกว้างxยาวxลึก เท่ากับ ๑x๑x๑ เมตร ควรใช้ดินที่ขุดด้
121 Views
8
การตัดแต่ง
การตัดแต่งระยะที่ให้ผลิตผลแล้วไม่จำเป็นมากนักเพราะมะคาเดเมียออกดอกและติดผลในกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่มเป็นส่วนใหญ่และเป็นกิ่งแก่อายุ ๑-๒ ปีขึ้นไป การตัดแต่งจะตัดเฉพาะกิ่งที่เป็นโรค กิ่งที่ทำมุมแคบ กิ่งหัก และกิ่งที่ทรงพุ่มชนกันหรือทับซ้อนกันด้
157 Views
9
การให้ปุ๋ย
ปุ๋ยอินทรีย์ให้ใส่ปุ๋ยคอกทุก ๆ ปี ปีละ ๑๐-๒๐ กิโลกรัม/ต้น ระยะ ๑-๓ ปีแรกและเพิ่มเป็น ๓๐-๕๐ กิโลกรัม/ต้น และคลุมโคนต้นเพื่อรักษาความชื้นซึ่งจะทำให้มีปริมาณรากขนอ่อนมากขึ้น ส่วนปุ๋ยเคมี มีระยะการให้ปุ๋ย ดังนี้ สูตร ๑๕ : ๑๕ : ๑๕ อัตรา ๖๐๐ กรั
133 Views
10
การให้น้ำ
ควรให้น้ำในช่วงหน้าแล้ง หรือฝนทิ้งช่วง ปริมาณน้ำ ช่วงต้นพืชอายุ ๒ เดือนแรก ให้ต้นละ ๒๐-๓๐ ลิตร/สัปดาห์ (ประมาณ ๓ ลิตร/ต้น/วัน) ช่วงต้นพืชอายุ ๑-๓ ปี ให้น้ำต้นละ ๑๓๐-๑๕๐ ลิตร/สัปดาห์ (ประมาณ ๒๐ ลิตร/ต้น/วัน) ช่วงต้นพืชอายุ ๔-๗ ปี ให้น
110 Views
11
การป้องกันกำจัดโรค
ประเทศไทยมีงานวิจัยในด้านการสำรวจและศึกษาสาเหตุของโรคมะคาเดเมียแต่ยังไม่มีการศึกษาด้านการป้องกันกำจัดเนื่องจากยังไม่มีการระบาดที่รุนแรงซึ่งจากการศึกษาพบโรค ดังนี้ ๑.โรคโคนเน่าหรือเปลือกผุ (trunk canker) เกิดจากเชื้อรา Phytophthora
126 Views
12
การป้องกันกำจัดแมลง
หนอนกาแฟสีแดง (red coffee borer: zeuzera coffeae nietner) การทำลายมะคาเดเมียของหนอนกาแฟสีแดงมีน้อยมาก พบการทำลายเฉพาะในกิ่งขนาดเล็กและเป็นกิ่งปลาย ๆ เท่านั้น โดยกิ่งส่วนที่อยู่เหนือรูเจาะทำลายขึ้นไปจะแห้งตายเป็นสีน้ำตาลส่วนลำ ต้น
125 Views
13
การป้องกันกำจัดศัตรูอื่น ๆ
หนูที่เป็นศัตรูของมะคาเดเมียมี ๕ ชนิด คือ หนูพุกใหญ่ (bandicota indica) หนูพุกเล็ก (bandicota savilei) หนูท้องขาวบ้าน (rattus rattus) หนูจี๊ด (R.exulans) และหนูใหญ่ (E.argentiventer) หนูเริ่มเข้าทำลายผลเมื่อผลแก่ใกล้เก็บเกี่
115 Views
14
การป้องกันกำจัดวัชพืช
วัชพืชที่พบมีทั้งชนิดใบแคบและใบกว้าง ได้แก่ หญ้าตีนนก หญ้าปากควาย หญ้าตีนกา หญ้าคา หญ้าเห็บ หญ้านกสีชมพู กระดุมใบเล็ก สาบแร้งสาบกา ผักปราบ หญ้ายาง ลูกใต้ใบ และตีนตุ๊กแก การกำจัดวัชพืชในมะคาเดเมียทำได้โดย ปลูกพืชคลุมดินตระกูลถั
307 Views
15
การออกดอก ติดผล และการพัฒนาของผล
โดยปกติในสภาพภูมิอากาศของเกาะฮาวายมะคาเดเมียจะเริ่มพัฒนาติดดอกในระยะที่วันเริ่มสั้นลงในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมและเป็นสถานที่ที่มีอุณหภูมิในช่วงกลางคืนต่ำกว่า ๑๘ องศาเซลเซียส จะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับกา
151 Views
16
วิทยาการก่อนการเก็บเกี่ยว
ในต่างประเทศการเก็บเกี่ยวส่วนใหญ่ใช้เครื่องมือทุ่นแรง ดังนั้นประมาณ ๑ เดือนก่อนเก็บเกี่ยวควรเตรียมปรับหน้าดินให้เรียบทำความสะอาดโคนต้นและแถวปลูกก่อนผลจะแก่และร่วงด้วยการกำจัดวัชพืชเก็บผลอ่อนหรือผลแก่ที่เหลือจากฤดูกาลที่ผ่านมา
197 Views
17
วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
เป็นการจัดการหลังการเก็บเกี่ยวภายหลังจากผลร่วงและทำการเก็บผลแล้ว โดยดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้ ๑) กะเทาะเปลือกเขียว (dehusking) เมื่อเก็บผลแก่ของมะคาเดเมียนำมากองรวมไว้แล้วให้กะเทาะเปลือกเขียวออกโดยการนำผลสดของมะคาเดเมียใส
172 Views
18
เครื่องมือกะเทาะเมล็ด
เครื่องมือที่ใช้ในการกะเทาะส่วนที่เป็นเปลือกแข็งสีน้ำตาลของเมล็ดมีอยู่หลายชนิดทั้งที่นำเข้าจากต่างประเทศและสร้างขึ้นในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภท คือ เครื่องกะเทาะแบบใช้แรงคนและเครื่องกะเทาะแบบใช้มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องกะเทาะ
223 Views
19
การกะเทาะเมล็ดมะคาเดเมียในระบบอุตสาหกรรม
กระบวนการผลิตเมล็ดมะคาเดเมียในระบบอุตสาหกรรมนั้นภายหลังจากเก็บเมล็ดมะคาเดเมียแล้วจะต้องกะเทาะเปลือกเขียวออกก่อนโดยใช้เครื่องกะเทาะเปลือกเขียวและแยกเปลือกเขียวออกจากกะลา หลังจากนั้นทำความสะอาดโดยผ่านเครื่องล้างแ
146 Views
20
ผลิตภัณฑ์จากมะคาเดเมีย
ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เนื้อในเมล็ดมะคาเดเมียอบโรยเกลือเล็กน้อยบรรจุในกระป๋อง ถุงพลาสติกหรืออะลูมินัมฟอยล์และเนื้อในเมล็ดมะคาเดเมียเคลือบช็อกโกแลตหรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำคุกกี้ นอกจากผลิตภัณฑ์อาหารแล้วน้ำมันจากเนื้อในเมล็ดมะคาเดเ
127 Views
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 1 Followers
  • Follow