Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

เติมน้ำมันอะไรดีต่อเครื่องยนต์

Posted By Plook Creator | 13 ส.ค. 60
1,315 Views

  Favorite

หากคุณเข้าปั๊มน้ำมันสักปั๊มหนึ่ง คุณจะพบกับน้ำมันหลากหลายชนิดให้เลือกเติม ซึ่งน้ำมันแต่ละชนิดล้วนมีสมบัติแตกต่างกัน และเหมาะกับเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันไป เราจึงไม่สามารถเติมน้ำมันสลับกันได้ สำหรับการจำแนกว่าน้ำมันแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร อาจจะง่ายหน่อย เช่น น้ำมันเบนซินกับดีเซลมีความหนืดที่ต่างกัน แต่ที่ยากก็คือน้ำมันเบนซินเองก็ยังแยกย่อยออกไปได้อีกตามค่าออกเทน บ้างก็มีการผสมแอลกอฮอล์เข้าไปด้วย นอกจากนี้ยังมีน้ำมันเกรดพรีเมียม (premium) ที่แต่ละยี่ห้อผลิตออกมาแข่งกัน และอ้างว่ามีสมบัติที่เหนือกว่าน้ำมันรุ่นปกติที่จำหน่ายโดยทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วน้ำมันเหล่านี้ต่างกันอย่างไร ค่าออกเทนคืออะไร น้ำมันพรีเมียมดีกว่าน้ำมันทั่วไปจริงหรือ และสุดท้ายคำถามสำคัญก็คือ เราควรเติมน้ำมันอะไรที่จะทำให้เครื่องไม่พัง

ภาพ : Pixabay

 

มีน้ำมันอะไรที่ทำให้เครื่องแรงเร่งได้เร็วจริง ๆ เหมือนดังคำโฆษณาหรือไม่

 

น้ำมันเบนซิน (Benzin) หรือแก๊สโซลีน (Gasoline) เป็นที่มาของคำว่าปั๊มแก๊ส (Gas station) หรือเพโทร (Petrol) ในภาษาอังกฤษ ส่วนประกอบของน้ำมันเบนซินโดยทั่วไปประกอบไปด้วยสารไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) กว่า 400 ชนิด ซึ่งมีความแตกต่างกันด้านอัตราส่วนโดยขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา กระบวนการกลั่น และยี่ห้อของผู้ผลิต รวมถึงมีการเติมแต่งสี และใส่สารเพิ่มคุณภาพและคุณสมบัติต่าง ๆ ลงไป ทำให้น้ำมันเบนซินจากแต่ละแหล่งแตกต่างกันด้วย ดังนั้น มันจึงยากที่จะระบุชัดเจนว่าน้ำมันเบนซินต้องประกอบไปด้วยส่วนประกอบอะไรบ้าง ในอัตราส่วนเท่าไร แต่ที่สามารถกำหนดเป็นมาตรฐานได้ก็คือ อัตราการระเหยของน้ำมันและค่าออกเทน (Octane) หรือค่าความต้านทานการจุดระเบิด ทั้งนี้น้ำมันเบนซินจะต้องมีค่าทั้งสองสูง ทำให้ก่อนหน้านี้มีการเติมสารตะกั่วเข้าไปเพื่อเพิ่มค่าออกเทน แต่เมื่อพบว่าเป็นพิษก็มีการใช้สารชนิดอื่นทดแทนและกลายเป็นน้ำมันไร้สารตะกั่ว

 

น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงที่เหมาะสมสำหรับเครื่องยนต์ชนิดสันดาปภายใน โดยมีหัวเทียนเป็นเครื่องจุดระเบิด ดังนั้น ความสามารถในการระเหยน้ำมันต้องพอเหมาะกับการเผาไหม้ในกระบอกสูบอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากเครื่องยนต์ต่างชนิดกัน เหมาะสมกับน้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทนต่างกัน ปัจจุบันมีการแบ่งน้ำมันออกเป็น 2 กลุ่มเพื่อให้เหมาะกับเครื่องยนต์คือ น้ำมันเบนซินที่มีค่าออกเทน 95 และค่าออกเทน 91


ส่วนน้ำมันดีเซล คือ เชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ชนิดดีเซล ซึ่งมีการจุดระเบิดด้วยความร้อนจากการอัดอากาศเข้ากระบอกสูบจนเกิดความร้อนสูงพอที่จะจุดระเบิด ไม่ต้องมีหัวเทียนในการจุดระเบิดเหมือนเครื่องยนต์เบนซิน สามารถระเบิดลูกสูบทำให้เกิดการเดินเครื่องได้ด้วยตัวเอง มักใช้ในพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถกระบะ รถบรรทุก รถไฟ เรือ ตัวน้ำมันดีเซลจะมีความข้นหนืดกว่าน้ำมันเบนซิน แต่ก็ไม่หนืดเหนียวเหมือนน้ำมันดิบ ปัจจุบันน้ำมันดีเซลที่ใช้สำหรับรถยนต์มีเพียงชนิดเดียว คือ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ส่วนน้ำมันดีเซลชนิดหมุนช้าเหมาะสำหรับเรือยนต์และรถไฟ หากน้ำมันเบนซินมีค่าออกเทนเป็นตัวบอกกระดับความต้านทานการจุดระเบิด น้ำมันดีเซลเองก็มีค่าซีเทน (Cetane) ซึ่งใช้แสดงประสิทธิภาพการเผาไหม้ โดยค่าซีเทนสูงหมายถึงการเผาไหม้ได้ดี

ภาพ : Pixabay

 

สำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ คือ การผสมน้ำมันเข้ากับเอธิลแอลกอฮอล์ (Ethylalcohol) เพื่อเพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงเนื่องจากแอลกอฮอล์มีราคาถูกกว่า ดังนั้น แก๊สโซฮอล์จึงเป็นการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงเบนซินกึ่งเทียม โดยอัตราส่วนของแอลกอฮอล์จะมากหรือน้อย ขึ้นกับชนิดเครื่องยนต์ที่จำหน่ายในประเทศนั้นๆ และปริมาณของแอลกอฮอล์ที่ผลิตได้ การผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์มีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการนำเข้าเชื้อเพลิงหรือการเติมน้ำมันที่มีคำโปรยว่าแรงกว่า ดีกว่า พรีเมียมกว่า ตัวเลขสูงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเร็ว แรง เครื่องสะอาดกว่า เพราะสภาพของเครื่องยนต์นั้นแตกต่างกัน

 

น้ำมันถูกผลิตออกมาให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ที่แตกต่างกัน คงไม่มีใครเอารถเครื่องยนต์ดีเซลไปเติมน้ำมันเบนซิน แต่อาจจะมีคนที่เอารถซึ่งเหมาะกับน้ำมันเบนซินค่าออกเทน 91 ไปเติมน้ำมันค่าออกเทน 95 เพียงเพราะหวังว่าจะทำให้เครื่องยนต์ของรถคุณทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งความเชื่อนี้ไม่เป็นความจริง มันอาจจะทำให้เครื่องยนต์แย่ลง สิ่งแวดล้อมแย่ลง และเปลืองเงินเกินจำเป็นอีกด้วย เพราะค่าออกเทนที่ว่าหมายถึง ความสามารถในการต้านทานก่อนที่มันจะจุดระเบิด ดังนั้น หากเครื่องยนต์ของคุณสร้างมาสำหรับน้ำมันเบนซินค่าออกเทน 95 แต่คุณเติมน้ำมันเบนซินค่าออกเทนต่ำกว่า น้ำมันก็จะจุดระเบิดก่อนที่หัวเทียนจะจุดและนั่นทำให้การทำงานของลูกสูบไม่สัมพันธ์กัน นำไปสู่อาการเครื่องน็อกได้ การเดินทางสายกลางที่เหมาะสมยังคงใช้ได้ในกรณีนี้ จำไว้ว่ารถของคุณเหมาะกับน้ำมันชนิดใดและเติมให้ถูกต้องโดยไม่มากหรือน้อยเกินไปก็พอ

 

 

ภาพปก : Pixabay

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Creator
  • 0 Followers
  • Follow