Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

หอยเป๋าฮื้อ

Posted By Plookpedia | 18 มิ.ย. 60
6,750 Views

  Favorite

หอยเป๋าฮื้อ

      ในโลกนี้มีสัตว์น้ำที่เป็นอาหารของมนุษย์มากมาย หอยเป๋าฮื้อเป็นสัตว์ทะเลอีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้เป็นอาหารนอกจากนี้ยังสามารถใช้เปลือกทำเป็นเครื่องประดับที่มีค่าทำให้หอยเป๋าฮื้อเป็นสัตว์ทะเลที่มีราคาแพงจึงได้มีการศึกษาค้นคว้าเพื่อเพิ่มจำนวนหอยเป๋าฮื้อในธรรมชาติและได้มีการเพาะเลี้ยงเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภคที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประเทศต่าง ๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไต้หวัน และอีกหลายประเทศในแถบยุโรปและอเมริการวมทั้งประเทศไทยต่างก็นิยมบริโภคหอยเป๋าฮื้อ หอยเป๋าฮื้อที่พบทั่วโลกมีประมาณ ๑๐๐ ชนิด แต่ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตอบอุ่นและเขตร้อนโดยเฉพาะในประเทศแถบทวีปเอเชียและอเมริกาเหนือในประเทศไทยพบหอยเป๋าฮื้อที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติเพียง ๓ ชนิด และบางชนิดก็มีการเพาะเลี้ยงด้วย

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

      หอยเป๋าฮื้อเป็นหอยฝาเดียว คือ มีเปลือกเดียว มีขนาด รูปร่าง และสีของเปลือกแตกต่างกันไปตามสภาพถิ่นที่อยู่และชนิดซึ่งจะมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่  หอยเป๋าฮื้อขนาดใหญ่ที่สุดที่เคยพบมีความยาวเปลือก ๒๗ เซนติเมตร และมีน้ำหนักตัวรวมทั้งเปลือกถึง ๑.๗ กิโลกรัม หอยเป๋าฮื้อทั้งเปลือกมีรูปร่าง ค่อนข้างแบนมีรูปทรงตั้งแต่ค่อนข้างกลมไปถึงยาวรี ยอดเตี้ยคล้ายจานเปลือกมีหลายสี เช่น สีเขียวมะกอก สีแดง สีส้ม เมื่อจับหงายขึ้นมาเปลือกมีลักษณะคล้ายใบหูมีรูเป็นแนวตามขอบด้านบนของเปลือก คนไทยจึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “หอยร้อยรู” แต่จะไม่มีฝาปิดด้านล่างของเปลือกเมื่อจับหอยเป๋าฮื้อที่มีชีวิตอยู่หงายขึ้นก็จะเห็นเท้าของหอยซึ่งประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่หนาและแข็งแรง  เท้าเป็นส่วนที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของหอยเป๋าฮื้อและเป็นส่วนที่มีราคาแพงที่สุดเพราะเป็นที่นิยมของผู้บริโภคกล้ามเนื้อเท้ามีหลายสี เช่น สีขาว สีครีม สีส้ม สีดำ

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

 

 

 

 

      หอยเป๋าฮื้อซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า แอบะโลนี (Abalone) เป็นสัตว์ทะเลที่ไม่มีกระดูกสันหลังประเภทหอยฝาเดียวมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีก เช่น หอยโข่งทะเล หอยร้อยรู เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจเพราะใช้เนื้อเป็นอาหารและใช้เปลือกเป็นเครื่องประดับที่มีราคาแพง  หอยเป๋าฮื้อมีหลายชนิดทุกชนิดจัดอยู่ในวงศ์ฮาลิโอทิดี (Haliotidae) สกุลฮาลิโอทิส (Haliotis) ส่วนใหญ่พบในเขตอบอุ่น และเขตร้อนตามบริเวณชายฝั่งที่มีพื้นแข็งและมีแสงสว่างส่องถึงซึ่งได้แก่ หาดหิน และแนวปะการังตามเกาะแก่งที่มีสภาพแวดล้อมที่เป็นน้ำเค็ม กินอาหารจำพวกพืชทะเลที่เกาะติดตามก้อนหินและแนวปะการัง เช่น ไดอะตอมประเภทเกาะติดและสาหร่ายขนาดเล็กที่เกาะตามโขดหินใต้น้ำ หลบซ่อนตัวตามซอกหินและแนวปะการังในเวลากลางวันและออกหากินในเวลากลางคืน

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

      ลักษณะเด่นของหอยเป๋าฮื้อ คือ มีรูจำนวนหนึ่งที่เป็นแนวตามขอบด้านบนของเปลือก จำนวนของรูนี้เป็นลักษณะหนึ่งที่ใช้ในการจำแนกชนิดของหอยเป๋าฮื้อ รูเปิดเหล่านี้มีหน้าที่ช่วยในการหายใจ การขับถ่าย และการปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ ด้านล่างของเปลือกไม่มีฝาปิดซึ่งต่างจากหอยฝาเดียวที่มีวิวัฒนาการสูงกว่า เช่น หอยนมสาว หอยหวาน ที่มีฝาปิดเท้าของหอยเป๋าฮื้อมีขนาดใหญ่เห็นได้อย่างชัดเจนและเป็นอวัยวะที่สำคัญอย่างมากต่อความเป็นอยู่ของหอยเป๋าฮื้อ  เนื่องจากใช้สำหรับการเคลื่อนที่และยึดเกาะกับพื้นผิวโดยประกอบด้วยส่วนของกล้ามเนื้อที่มีความหนาและแข็งแรง เท้าของหอยเป๋าฮื้อเป็นส่วนที่คนนิยมรับประทานและมีราคาแพงที่สุด สีของกล้ามเนื้อเท้ามีหลายสี เช่น สีขาว สีครีม สีส้ม สีดำ   ในโลกนี้มีหอยเป๋าฮื้อประมาณ ๑๐๐ ชนิด มีประมาณ ๒๐ ชนิด ที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจในเขตทะเลไทยพบหอยเป๋าฮื้อ ๓ ชนิด แต่มีเพียงชนิดเดียวที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ คือ  ฮาลิโอทิส แอสสินินา (H. asinina)  ในการเพาะพันธุ์ต้องเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่ดีและใช้วิธีการที่เหมาะสมในการควบคุมการปฏิสนธิจึงจะได้ลูกหอยจำนวนมากและการที่ตัวอ่อนจะมีชีวิตรอดได้มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงซึ่งต้องจัดสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับธรรมชาติของหอยเป๋าฮื้อ ในการเลี้ยงลูกหอยมีระบบการเลี้ยง ๒ ระบบใหญ่ คือ การทำฟาร์มในทะเลและการทำฟาร์มบนบกซึ่งการทำฟาร์มบนบกจะแบ่งออกเป็น แบบระบบเปิด ระบบปิด และกึ่งปิดกึ่งเปิด

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

      การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ ต้องจัดสภาพให้ใกล้เคียงกับความเป็นอยู่ตามธรรมชาติโดยจะต้องคำนึงถึงคุณภาพของน้ำ ความเค็ม อุณหภูมิ ความเป็นกรดด่าง การมีน้ำสะอาดไหลผ่านตลอดเวลา       มีที่หลบแดดในเวลากลางวัน การให้อาหารที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติและเวลาที่เหมาะสมสำหรับการให้อาหาร  ขนาดของลูกหอยที่เหมาะสมในการนำมาเลี้ยงควรมีความยาวของเปลือก ๐.๕ - ๓ เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการเลี้ยงว่าจะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายสำหรับนำไปเลี้ยงต่อหรือเพื่อจำหน่ายสำหรับนำไปบริโภคตลอดจนความเหมาะสมกับระบบการเลี้ยง ความสามารถ และความพอใจของผู้เลี้ยง  การเลี้ยงจะใช้เวลาตั้งแต่ ๖ เดือน - ๒ ปี ตามขนาดที่เริ่มเลี้ยงและขนาดที่จำหน่าย เช่น ถ้าจะเลี้ยงให้ได้ขนาดกลางที่เรียกกันว่าขนาดค็อกเทลเพื่อจำหน่าย  สำหรับการบริโภคจะใช้เวลาเลี้ยงประมาณ ๑๒-๑๘ เดือน ในการคัดเลือกขนาดของหอยที่จะนำมาเลี้ยงนั้นถ้าใช้ลูกหอยที่มีขนาดเล็กมากก็จะมีความเสี่ยงสูงเพราะต้องดูแลเอาใจใส่และใช้เวลามาก  แต่ก็มีข้อดีคือต้นทุนในการเพาะเลี้ยงจะต่ำ  ในการเลี้ยงจำเป็นต้องใช้หอยที่มีขนาดเหมาะสมและมีความหนาแน่นของหอย (จำนวนหอยต่อ ๑ หน่วยพื้นที่) ที่เหมาะสม เช่น ควรเริ่มเลี้ยงหอยที่มีความยาวเปลือก ๑ เซนติเมตร เพราะหอยขนาดนี้สามารถฝึกให้กินสาหร่ายใบซึ่งเป็นอาหารที่หอยกินตามธรรมชาติหรืออาหารสำเร็จรูปได้ไม่ยาก  โดยควรเริ่มต้นด้วยการให้มีความหนาแน่น ๑,๕๐๐ - ๒,๐๐๐ ตัวต่อตารางเมตร ให้มีน้ำสูงประมาณ ๕๐ - ๘๐ เซนติเมตร การให้อาหารและการดูแลทำความสะอาดต้องปฏิบัติอย่างถูกต้องเหมาะสมสิ่งที่สำคัญมากคือ ต้องมีการติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำในระบบสิ่งที่ต้องคอยติดตาม และควบคุม คือ อุณหภูมิของน้ำ ความเค็ม ความเป็นกรดด่าง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำและปริมาณแอมโมเนียรวม

 

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

      อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีความพยายามในการจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้ดีที่สุดแล้ว แต่เราก็ไม่สามารถทำให้สภาพแวดล้อมต่าง ๆ เหมือนกับสภาพตามธรรมชาติจริง ๆ ที่หอยอาศัยอยู่จึงก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น ลูกหอยเจริญเติบโตช้า หอยตายเพราะความเครียดและเกิดโรคต่าง ๆ ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายในการเพาะเลี้ยง โรคของหอยเป๋าฮื้อเกิดจากเชื้อโรคหลายชนิด เช่น ไวรัส แบคทีเรีย รา โปรโตซัว ตลอดจนปรสิตภายนอกจำพวกปลิงใสและหนอน

อาการของโรคที่พบบ่อย ๆ ในระบบการเลี้ยง ได้แก่

      ๑. อาการท้องบวม
      ๒. อาการเท้าเปื่อย
      ๓. อาการเปลือกผุกร่อน
      ๔. อาการตัวเกร็งตาย
 
หอยเป๋าฮื้อ

 

การเลี้ยงหอยเป๋่าฮื้อ

 

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ

 

      จากการสังเกตและติดตามการเจริญเติบโตของหอยที่เพาะเลี้ยงพบว่าต้องใช้เวลาในการเลี้ยงนานกว่าจะได้ผลผลิตที่สามารถจำหน่ายได้ทำให้ต้นทุนทางเวลาและความเสี่ยงสูงมากเมื่อเทียบกับการเพาะเลี้ยงสิ่งที่มีชีวิตอื่น ๆ นอกจากนี้ความแปรปรวนของขนาดหอยที่ผลิตได้ในรุ่นที่มีอายุเท่ากันมีมากจึงได้มีการคิดกันว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาวิจัยเรื่องพันธุ์และการพัฒนาพันธุ์หอยเป๋าฮื้อเพื่อให้หอยเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์และติดตามประวัติการเติบโตของหอยเป๋าฮื้อแต่ละรุ่นในระบบการเลี้ยงด้วยการติดเครื่องหมายรายตัวประกอบกับการบันทึกข้อมูลและการนำเอาหลักการทางพันธุศาสตร์มาใช้ที่เรียกว่า การคัดและปรับปรุงพันธุ์ ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถลดระยะเวลาในการผลิตหอยเป๋าฮื้อขนาดตลาดลงจากเดิม  นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่องการเก็บหอยเป๋าฮื้อจากธรรมชาติเพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์หรือเพื่อจำหน่าย  การเก็บหอยต้องมีการพลิกแผ่นปะการังขึ้นมาซึ่งถือเป็นการทำลายแนวปะการังธรรมชาติและสภาพแวดล้อมธรรมชาติโดยทางอ้อมรวมทั้งทำลายที่อยู่อาศัยและที่หลบภัยของหอยเป๋าฮื้อด้วยจึงได้มีการคิดหาวิธีป้องกันการทำลายปะการังตามธรรมชาติและหาวิธีการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อตามธรรมชาติโดยการสร้างปะการังเทียมขึ้นแทนแนวปะการังธรรมชาติเพื่อใช้ในการเพาะสาหร่ายที่เป็นอาหารของหอยเป๋าฮื้อและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ รวมทั้งทำให้สามารถศึกษาสิ่งมีชีวิตชนิดต่าง ๆ ที่เข้ามาอาศัยบนปะการังเทียมได้ด้วย
 
การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ

 

การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ

 

 
      หอยเป๋าฮื้อเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญมากเป็นที่นิยมบริโภคกันในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี ไต้หวัน และอีกหลายประเทศในแถบยุโรปและอเมริกา  ในประเทศไทยก็มีคนนิยมบริโภคหอยเป๋าฮื้อเช่นกัน จากการสำรวจพบว่าหอยเป๋าฮื้อที่นำมาเป็นอาหารในประเทศไทยนั้นส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศในลักษณะหอยสดแช่แข็ง หอยรมควัน และหอยบรรจุกระป๋อง  มีบางส่วนเท่านั้นที่เป็นหอยสดในประเทศไทยเองแต่ก็ยังมีปริมาณที่ไม่แน่นอนและคุณภาพไม่ดีนักเนื่องจากมีบาดแผลที่เกิดจากการจับตามธรรมชาติซึ่งทำให้ไม่สามารถเก็บหอยเป๋าฮื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ไว้ได้นาน ถึงกระนั้นก็ยังเป็นที่น่าพอใจว่าหอยเป๋าฮื้อทั้งที่จับได้จากธรรมชาติและจากการเพาะเลี้ยงในประเทศไทยเป็นที่ยอมรับของพ่อครัวและลูกค้าร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย  จะเห็นได้ว่ามีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องมีการวิจัยและพัฒนาโดยใช้เทคนิควิธีด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มทั้งปริมาณและคุณภาพของหอยเป๋าฮื้อในประเทศไทยทั้งจากธรรมชาติและจากการเพาะเลี้ยงรวมทั้งลดต้นทุนและความเสี่ยงในการเพาะเลี้ยงซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าและเพิ่มการส่งออกหอยเป๋าฮื้อทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นทั้งยังเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอีกด้วย
 
แผ่นที่โลก

 

หอยเป๋าฮื้อ

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป

Content

1
วิธีการเพิ่มจำนวนของหอยเป๋าฮื้อ
วิธีการเพิ่มจำนวนของหอยเป๋าฮื้อ หอยเป๋าฮื้อเป็นสัตว์ที่มีเพศแยกจากกัน (dioecious) ไม่มีลักษณะของการเป็นกะเทยหรือการมี ๒ เพศในตัวเดียวกัน (hermaphrodite) มีการสืบพันธุ์แบบภายนอก (external fertilization) คือ พ่อและแม่พันธุ์จะปล่อยเซลล์สืบพันธุ์ออกมาปฏิส
505 Views
2
พัฒนาการและการเจริญเติบโตของหอยเป๋าฮื้อ
พัฒนาการและการเจริญเติบโตของหอยเป๋าฮื้อ พัฒนาการและการเจริญเติบโตของหอยเป๋าฮื้อ พอจะแบ่งเป็นระยะต่าง ๆ อย่างคร่าว ๆ ได้ดังต่อไปนี้ ๑. ระยะคัพภะ ระยะนี้เริ่มตั้งแต่มีการปฏิสนธิกันระหว่างเซลล์สืบพันธุ์เพศผู้และเพศเมีย การแบ่งเซลล์ในระยะต่าง ๆ ตั้งแ
458 Views
3
ขั้นตอนในการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในประเทศไทย
ขั้นตอนในการเพาะเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อในประเทศไทย การจัดหาพ่อแม่พันธุ์ การจัดหาพ่อแม่พันธุ์หอยเป๋าฮื้อ สำหรับการเพาะพันธุ์นี้สามารถกระทำได้ ๒ วิธีใหญ่ ๆ คือ (๑) การรวบรวมพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ (๒) การใช้พ่อแม่พันธุ์ที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยง
563 Views
4
การติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำในระบบ
การติดตามและควบคุมคุณภาพน้ำในระบบ การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อต้องมีการติดตามและควบคุมคุณภาพของน้ำทะเลที่ใช้เลี้ยงในระบบอยู่เป็นประจำ ค่าแสดงคุณภาพน้ำที่ทำการติดตาม คือ อุณหภูมิของน้ำทะเล ความเค็ม ความเป็นกรดด่าง ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ และปริมาณแอมโมเนีย
388 Views
5
การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการ
การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการ การเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อให้ได้ขนาดที่ตลาดต้องการจัดเป็นช่วงที่เสียค่าใช้จ่ายมากที่สุดในระบบการผลิตหอยเป๋าฮื้อเพราะใช้เวลามากที่สุดอีกทั้งต้องการความดูแลเอาใจใส่อย่างดีและต่อเนื่อง หอยเป๋าฮื้อที่ตลาดต้องการมีหลา
419 Views
6
อาหารสำหรับการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ
อาหารสำหรับการเลี้ยงหอยเป๋าฮื้อ หอยเป๋าฮื้อที่มีอายุตั้งแต่ ๓ เดือน - ๑ ปี จะกินอาหารเม็ดที่เราสามารถเตรียมได้เองด้วยส่วนผสมและวิธีการดังนี้ สูตรอาหารเม็ด ปลาป่น ๓๕๐ กรัม กากถั่วเหลือง ๔๐๐ กรัม แป้งมัน ๑๖๐ กรัม วุ้นผง ๑๐ กรัม วิตามิน ๓๐ กรัม
364 Views
  • Posted By
  • Plookpedia
  • 1 Followers
  • Follow