Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

6 ชาสมุนไพร จิบนิด ๆ ลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งและบรรเทาอาการอักเสบ

Posted By Plook Creator | 23 พ.ค. 60
4,300 Views

  Favorite

การดื่มชาสมุนไพรในปริมาณที่เหมาะสมมีประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้จะขอแนะนำ 6 ชาสมุนไพรที่ช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งและบรรเทาอาการอักเสบได้ค่ะ


ชาลาเวนเดอร์ (Lavender Tea)

 

ภาพ : Shutterstock


ลาเวนเดอร์ : เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมมาก จึงมักนำไปเป็นส่วนผสมของโลชั่น ผงซักฟอก น้ำหอม และชา

สรรพคุณ : ความสวยงามของดอกลาเวนเดอร์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ ทั่วทุกมุมโลกมักใช้ลาเวนเดอร์ช่วยรักษาอาการโรคนอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึมเศร้า อาการไอ หวัด และความเครียด บางข้อมูลยังบอกว่าลาเวนเดอร์ช่วยบรรเทาโรคไขข้ออักเสบและความเมื่อยล้าได้ นอกจากนี้ชาลาเวนเดอร์ยังช่วยป้องกันการเกิดรังแคและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่มีอาการเจ็บด้วย

ปริมาณที่ใช้ : ชาลาเวนเดอร์ 1 ช้อนชา กับน้ำเดือด 1 ถ้วย สามารถใส่น้ำผึ้งและมะนาวเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น

หมายเหตุ : บางข้อมูลกล่าวว่า สามารถใช้ชาลาเวนเดอร์ทำเป็นสเปรย์ขับไล่แมลงสำหรับฤดูร้อนได้ด้วย


ชาเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ (Elderflower Tea)

 

ภาพ : Shutterstock


เอลเดอร์ฟลาวเวอร์ : ดอกไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นชาได้ทั้งสดหรือแห้ง

สรรพคุณ : เอลเดอร์ฟลาวเวอร์เป็นที่รู้จักว่าสามารถช่วยลดเมือก เสมหะในปอดและบริเวณจมูก รักษาอาการหอบหืด ไอ หลอดลมอักเสบ และอีกมากมาย แต่คุณสมบัติเด่นเลยคือ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันความหนาวเย็นในฤดูหนาว รักษาอาการหวัด ชาเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ยังช่วยขจัดสารพิษในร่างกายโดยทำให้คุณเหงื่อออกหรือปัสสาวะบ่อยขึ้น

ปริมาณที่ใช้ : ใช้เอลเดอร์ฟลาวเวอร์ 3-4 กรัม ผสมกับน้ำร้อน 5 ออนซ์ ดื่มวันละ 1-2 ครั้ง เพื่อช่วยป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ

หมายเหตุ : อย่างไรก็ตามพืชมีสารเคมีที่เกี่ยวข้องกับไซยาไนด์ และเป็นอันตรายได้หากใช้อย่างไม่ถูกต้อง


ชาขิง (Ginger Tea)

 

ภาพ : Shutterstock


ขิง : พืชล้มลุกที่มีเหง้าอยู่ใต้ดิน รสชาติเผ็ดร้อน นิยมนำมาปรุงอาหารและเป็นสมุนไพร

สรรพคุณ : เดิมทีเป็นที่นิยมในยุโรปและเอเชีย จากนั้นการใช้ขิงปรุงอาหารก็แพร่กระจายไปทั่วโลก ขิงสามารถนำมาบรรเทาอาการแพ้ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดไข้ รักษาความผิดปกติของลำไส้ และทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ขิงสามารถช่วยลดอาการร้อนวูบวาบ และช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในหญิงตั้งครรภ์ได้

ปริมาณที่ใช้ : ขิงดิบ 3 ชิ้นบาง ๆ กับน้ำเดือด 1 ถ้วย ยิ่งถ้าแช่ขิงในน้ำเดือดไว้นาน ๆ จะทำให้น้ำขิงเข้มข้น คุณสามารถเติมน้ำผึ้ง ส้มหรือมะนาวผสมลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติได้

หมายเหตุ : บางข้อมูลบอกว่าขิงช่วยบรรเทาปัญหาโรคข้ออักเสบและการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะได้ เนื่องจากมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ


ชาโรสแมรี่ (Rosemary Tea)

 

ภาพ : Shutterstock


โรสแมรี่ : โรสแมรี่เป็นสมุนไพรยืนต้นมีกลิ่นหอม มักนำมาใช้ปรุงอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ โดยเฉพาะอาหารประเภทเนื้อและอาหารอิตาเลี่ยน

สรรพคุณ : เป็นสมุนไพรที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดการก่อตัวของสารก่อมะเร็ง นอกจากนี้ยังบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ลดอาการท้องบวม ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ช่วยระบบความจำ และป้องกันโรคข้ออักเสบ

ปริมาณที่ใช้ : โรสแมรี่แห้ง 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำเดือด 3 ถ้วย สามารถเพิ่มความหวานด้วยน้ำผึ้งหรือไซรัปว่านหางจระเข้ก็ได้

หมายเหตุ : สารต้านอนุมูลอิสระของโรสแมรี่จะต่อสู้กับอนุมูลอิสระ ซึ่งมีผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าสมุนไพรส่งเสริมสุขภาพ ช่วยลดการก่อตัวของสารก่อมะเร็ง และป้องกันการเสื่อมสมรรถภาพของสมอง


ชารอยบอส (Rooibos Tea)

 

ภาพ : Shutterstock


รอยบอส : เป็นพืชพื้นเมืองทางแอฟริกาใต้ ชื่อของมันแปลจากภาษาแอฟริกันเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า ‘Red Bush’ (พุ่มไม้สีแดง) มีรสหวาน นอกจากใช้เป็นเครื่องดื่มแล้ว ยังนำมาปรุงอาหาร เบเกอร์รี่ และเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางบำรุงผิวพรรณ

สรรพคุณ : เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุมากมาย เช่น เหล็ก แคลเซียม สังกะสี และแมกนีเซียม รอยบอสยังมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคผิวหนัง การศึกษาวิจัยล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่าในรอยบอสมีสังกะสี กรดผลไม้ (อัลฟา-ไฮดร็อกซี) และซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส (superoxide dismutases : เอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เป็นตัวทำลายอนุมูลอิสระ) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษาสิว

ปริมาณที่ใช้ : ใบชารอยบอส 1-2 ช้อนชาต่อน้ำ 1 ถ้วย แช่ไว้ 2-4 นาที ถ้าคุณต้องการใช้ถุงชา ใช้ชา 1 ถุงต่อน้ำหนึ่งถ้วย

หมายเหตุ : รอยบอสยังเป็นที่รู้จักว่ามีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลาย นอนหลับสบาย แต่จะไม่ทำให้ง่วงในระหว่างวัน


ชาหญ้าฝรั่น (Saffron Tea)

 

ภาพ : Shutterstock


แซฟเฟริน : แซเฟรินหรือหญ้าฝรั่นเป็นเครื่องเทศพื้นเมืองของกรีซหรือเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ได้มาจากดอกของหญ้าฝรั่น เป็นพืชในตระกูลเดียวกับลิลลี่ มีรสเผ็ด ขมอมหวาน กลิ่นหอม มักใช้ปรุงอาหาร และมีสีเหลืองจึงมักนำไปใช้ทอผ้า

สรรพคุณ : ชาวอียิปต์ โรมัน และกรีกมักใช้ชาหญ้าฝรั่นในการแพทย์พื้นบ้าน ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าชาหญ้าฝรั่นอาจช่วยปรับสุขภาพตาให้ดีขึ้น และชะลอการเกิดอาการตาบอดได้ สีทองของมันมาจากเคมีในดอกที่เรียกว่า Crocin ซึ่งเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยป้องกันมะเร็งได้ ฟลาโวนอยด์ (โดยเฉพาะไลโคปิน) สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ ช่วยในเรื่องความจำ หอบหืด นอนไม่หลับ อาการก่อนมีประจำเดือน และภาวะซึมเศร้า อย่างไรก็ตามจากการศึกษาบอกว่ามีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาทซึ่งเป็นสารเสพติดได้เช่นกัน

ปริมาณที่ใช้ : หญ้าฝรั่น 3 เส้นหรือน้อยกว่านั้นแช่ในน้ำร้อน 20 นาที เพิ่มอบเชยลงไปจะช่วยลดความเข้มข้นของหญ้าฝรั่นได้

หมายเหตุ : หญ้าฝรั่นมีทั้งแบบผงและแบบเป็นเส้น แต่ราคาค่อนข้างแพง (ขึ้นชื่อว่าเป็นเครื่องเทศที่แพงที่สุดในโลก) อาจจะหายากสักหน่อย วิธีเก็บรักษาควรเก็บไว้ในที่แห้งและเย็น

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Creator
  • 5 Followers
  • Follow