Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

กระตุ้นให้ลูกรักการเขียน

Posted By Plook Parenting | 19 ม.ค. 60
1,149 Views

  Favorite

เมื่อเข้าสู่วัยเรียนเด็ก ๆ ต้องเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะกิจกรรมด้านการเรียน ทั้งการฝึกอ่าน ฝึกเขียน เด็กบางคนไม่เคยถูกปลูกฝังให้อ่านให้เขียนมาก่อน บางคนเคยชินกับการใช้นิ้วจิ้มแล้วลากไปบนหน้าจอมากกว่าการจับดินสอ ทำให้เมื่อถึงเวลาเรียนไม่สามารถเรียนรู้ได้ดีเท่าเพื่อน ๆ คุณพ่อคุณแม่จึงควรปลูกฝังให้ลูกรักการเขียนตั้งแต่ก่อนที่ลูกจะเริ่มเข้าเรียน เพราะทักษะในการเขียนนั้นมีประโยชน์มากมายต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่ คนที่มีทักษะในการเขียนที่ดีนั้นจะสามารถเรียบเรียงความคิด ถ่ายทอดออกมาเป็นข้อมูลได้อย่างถูกต้อง สละสลวย และสามารถสื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกและกระตุ้นให้ลูกรักการเขียนได้ตั้งแต่ที่บ้านผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน 

 

ภาพ ShutterStock

 

วิธีการ   

1. ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก

คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกให้ลูกเตรียมพร้อมสู่การเขียนได้ตั้งแต่ช่วงหัดเดิน (Toddlers) ด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะช่วยในการเสริมสร้างทักษะการควบคุมหรือจัดการกับประสาทนิ้ว เช่น ปั้นดินน้ำมัน ปั้นดินเหนียว การร้อยลูกปัด รวมไปถึงการต่อเลโก้ ซึ่งจะช่วยพัฒนามือเล็ก ๆ ของลูก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจับดินสอได้

 

2. ศิลปะพาเพลิน

คุณพ่อคุณแม่ควรหาสีหรือกระดาษมาให้ลูกได้ลองระบายเล่น อาจจะเลอะเปรอะเปื้อนไปบ้างก็ควรปล่อยให้เขาได้มีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน เพราะการวาดภาพ ระบายสีภาพอย่างอิสระเป็นพื้นฐานของการเขียน และยังช่วยฝึกกล้ามเนื้อมือ ฝึกความสัมพันธ์ของระบบประสาทระหว่างตากับมือ และยังทำให้เด็กมีอารมณ์แจ่มใสสนุกสนานต่อการทำงาน 

 

3. เขียนให้ลูกดู

คุณพ่อคุณแม่และคนในครอบครัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกเสมอไม่เว้นแม้แต่เรื่องของการเขียน โดยลองเขียนโน้ตติดตามตู้เย็นให้ลูกเห็น หรือหยิบสมุดมาวาดและเขียนให้ลูกดูบ่อย ๆ ลูกจะเกิดความสนใจและอยากลองทำตามสิ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่ทำ ซึ่งในครั้งแรกอาจจะแย่งเอาสมุดและปากกาของคุณพ่อคุณแม่ไป ก็ไม่ควรจะดุลูกแต่ควรหาสมุดและดินสอแท่งใหม่มาเปลี่ยนให้ลูกแทน การที่ลูกเริ่มต้นการเขียนด้วยความสนใจจะทำให้เขาเรียนรู้การเขียนได้เป็นอย่างดี

 

4. ชวนลูกเขียนไดอารี่

การบันทึกเรื่องราวในแต่ละวันนอกจากจะทำให้ลูกได้ฝึกการเขียนแล้ว ยังทำให้ลูกได้ฝึกการใช้สมาธิในการทบทวนเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการถ่ายทอดความรู้สึก สำหรับเด็กเล็กในเบื้องต้นอาจให้สมุดเล่มใหญ่ที่ไม่ต้องมีเส้น ถ้าลูกยังเขียนไม่เป็นก็ให้วาดรูปแทน การที่เด็กได้รู้จักเขียนไดอารี่ตั้งแต่เล็กเมื่อเขาโตขึ้นนอกจากจะเขียนได้ดีแล้ว ยังฝึกให้เป็นคนละเอียดอ่อน ช่างสังเกตและจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดีอีกด้วย

 

5. สร้างพื้นที่สำหรับนักเขียนตัวน้อย

คุณพ่อคุณแม่อาจหามุมหนึ่งในบ้านที่ไม่มีเสียงทีวีรบกวน จัดโต๊ะเล็ก ๆ หรือกระดานวาดรูป พร้อมอุปกรณ์อื่น ๆ ให้ลูกได้สร้างสรรค์หัดวาดหัดเขียนตามจินตนาการ โดยมีคุณพ่อคุณแม่คอยสอนให้ใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อลูกใช้อุปกรณ์ได้คล่อง ลองปล่อยให้เขาได้วาดและเขียนด้วยตนเอง เพื่อฝึกให้ลูกได้คิดอย่างอิสระเพื่อพัฒนาและต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ต่อไป

 

หัวใจหลักของการให้เด็กรักการเขียน คือ การที่เขาได้สนุกสนานกับมัน เด็กต้องมีความสุขกับการจับดินสอหรือปากกาเพื่อจะขีดเขียนหรือวาดรูป ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรเข้มงวดกับลูกมากเกินไป เพราะจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ช้า และไม่สนุกกับการเรียนรู้ ควรเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้ตามศักยภาพของเขา ซึ่งจะสามารถพัฒนาทักษะการเขียนได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน       

 

ภาพปก : Pixabay

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • Plook Parenting
  • 0 Followers
  • Follow