Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

น้ำมะเขือเทศ มีดีมากกว่า แค่บำรุงผิว แต่ช่วยลดอัตราของกระดูกพรุน

Posted By ดาวก้อนเส้า | 08 ก.ย. 59
3,432 Views

  Favorite


กระแสการดื่มน้ำมะเขือเทศกำลังมาแรง ด้วยสรรพคุณของมะเขือเทศผลสีแดงสด ที่หลายคนรู้กันอยู่แล้วว่ามีสารอาหารสำคัญ ๆ มากมาย โดยเฉพาะข้อมูลที่บอกต่อกันว่าทานมะเขือเทศแล้วผิวสวยใส เลยยิ่งทำให้คุณผู้หญิงดื่มน้ำมะเขือเทศกันเป็นประจำ แต่ทราบไหมคะว่า  มะเขือเทศมีดีกว่าแค่เรื่องการบำรุงผิว 

 

ภาพ : ลิขสิทธิ์ Shutterstock


ในมะเขือเทศมีอะไรบ้าง ?

         จากข้อมูลทางโภชนาการของมะเขือเทศ 100 กรัม ตามที่เว็บไซต์ usda.gov ของกระทรวงเกษตรฯ สหรัฐฯ ระบุไว้ในมะเขือเทศประกอบไปด้วย
          * พลังงาน 18 กิโลแคลอรี 
          * น้ำ 94.34 กรัม 
          * โปรตีน 0.95 กรัม 
          * ไขมัน 0.11 กรัม 
          * คาร์โบไฮเดรต 4.01 กรัม 
          * ไฟเบอร์ 0.7 กรัม 
          * น้ำตาล 2.49 กรัม 
          * แคลเซียม 11 มิลลิกรัม 
          * ธาตุเหล็ก 0.68 มิลลิกรัม 
          * แมกนีเซียม 9 มิลลิกรัม 
          * ฟอสฟอรัส 28 มิลลิกรัม 
          * โพแทสเซียม 218 มิลลิกรัม 
          * โซเดียม 11 มิลลิกรัม 
          * สังกะสี 0.14 มิลลิกรัม 
          * วิตามินซี 22.8 มิลลิกรัม 
          * โฟเลต 13 µg 
          * วิตามินเอ 489 IU 
          * วิตามินอี 0.56 มิลลิกรัม 
          * วิตามินเค 2.6 µg 
          * ลูทีน และซีแซนทีน 123 µg 

          นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีน ไลโคปีน วิตามินอีกหลายชนิด 
 

ประโยชน์ของมะเขือเทศ มหัศจรรย์จาก "ไลโคปีน" 

          สารไลโคปีนเป็นสารอีกตัวในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบในผักผลไม้ที่มีสีส้มสีแดง อย่างเช่น แตงโม มะละกอ แครอท ฟักข้าว เกรปฟรุต ถือเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ชั้นยอด โดยจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ในมะเขือเทศสด 100 กรัม จะมีปริมาณไลโคปีนประมาณ 0.9 –9.30 มิลลิกรัม 

 


ภาพ : ลิขสิทธิ์ Shutterstock
 

มีงานวิจัยมากมายให้คำยืนยันถึงสรรพคุณชั้นเลิศของพืชสีแดงชนิดนี้ อย่างเช่น 

          + ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ข้อนี้ถือเป็นสรรพคุณเด่นมากของพืชสีแดงชนิดนี้เลย 
          + ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ เพราะมะเขือเทศมีไฟเบอร์และน้ำมาก จึงช่วยดูแลระบบขับถ่ายให้เป็นไปอย่างปกติ 
          + ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งปอด มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน 
          + ชะลอความแก่ ริ้วรอยแห่งวัย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง 
          + บำรุงผิวพรรณให้สดใส ชุ่มชื้น 
          + ช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลไม่ดีที่อยู่ในผนังหลอดเลือด จึงลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 
          + บำรุงสายตา เพราะมีวิตามินเอสูง 
          + รักษาโรคลักปิดลักเปิด เลือดออกตามไรฟัน 
          + ควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด 
          + เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน เพราะมีวิตามินเคสูง 
          + ช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย เพราะมะเขือเทศจะช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในเซลล์และเนื้อเยื่อ 
          + ช่วยทำความสะอาดคอเลสเตอรอลไม่ดีที่อยู่ในผนังหลอดเลือด ลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในกระแสเลือด 
          + ทานเป็นประจำทุกวันช่วยลดความเครียดได้ 
          + บำรุงผมให้เงางาม แข็งแรง ดูมีสุขภาพดี 

 

นักวิทยาศาสตร์ชาวแคนาดา พบว่า
ไลโคปีนในน้ำมะเขือเทศ อุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส
ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงได้


เพียงดื่มน้ำมะเขือเทศสดวันละแก้วจะได้รับแคลเซียมเท่ากับผลิตภัณฑ์จากนม โดยเฉพาะหญิงสูงวัย ควรดื่มน้ำมะเขือเทศคั้นสด 2 แก้วต่อวัน ในระยะเวลา 4 เดือนขึ้นไป จะช่วยลดอัตราการเป็นโรคกระดูกพรุนได้

 

ภาพ : ลิขสิทธิ์ Shutterstock
 

ถ้าจะดื่มน้ำมะเขือเทศ ต้องดื่มอย่างไรถึงได้ประโยชน์? 


          อ.แววตา เอกชาวนา นักโภชนาการบำบัดและผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพ ก็มีคำแนะนำมาบอกว่า การจะดื่มน้ำมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น ทำได้ 2 แบบคือ 

          - ดื่มก่อนอาหาร คือตอนท้องว่าง โดยหยดน้ำมันลงในน้ำมะเขือเทศเพื่อช่วยในการดูดซึมของร่างกาย 

          - ดื่มหลังอาหาร หลังจากทานอาหารก็สามารถดื่มน้ำมะเขือเทศตามได้ทันที โดยไขมันในอาหารที่กินเข้าไปจะช่วยในการดูดซึมไลโคปีนได้ดีมากขึ้น 

 


ใครดื่มน้ำมะเขือเทศได้-ไม่ได้? 
 

          อย่างที่เห็นว่ามะเขือเทศ 1 ผล ให้พลังงานน้อยมาก และมีน้ำตาลน้อยอยู่แล้ว หากนำมาคั้นแล้วไม่เติมน้ำตาลลงไป คนอ้วน หรือคนที่อยากลดน้ำหนักก็สามารถดื่มได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวอ้วนเลย ส่วนคนป่วยโรคเบาหวานก็สามารถดื่มได้เช่นกัน 

          แต่ที่ต้องระวังคือ ผู้ป่วย "โรคไต" เพราะข้อมูลโภชนาการเห็นแล้วว่า มะเขือเทศมี "โพแทสเซียม" สูงมาก จึงไม่เหมาะกับคนป่วยโรคไต หรือผู้ที่มีภาวะโพแทสเซียมในเลือดสูง เพราะร่างกายอาจขับโพแทสเซียมออกไม่หมด 

          นอกจากนี้ คนที่มีภาวะกรดไหลย้อน ไม่ควรทานมะเขือเทศมากเกินไป เพราะมะเขือเทศมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ซึ่งถ้าทานมากอาจทำให้เกิดอาการได้. 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • ดาวก้อนเส้า
  • 1 Followers
  • Follow