Home
Education
Knowledge
Blog
TV
Do Good
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

ทันโลกทันธรรม ตอน พึงวิจัยธรรมให้ลึกซึ้งถึงต้นเค้า

Posted By มหัทธโน | 10 พ.ย. 60
747 Views

  Favorite

-- ในโลกสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดียทุกวันนี้ เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารมากมาย จะมีกรรมวิธีการคัดกรองข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร ?

 
 

 

ในโลกสังคมออนไลน์ โซเชียลมีเดียทุกวันนี้ เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารมากมาย
จะมีกรรมวิธีการคัดกรองข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้อย่างไร ?

 

เพราะวัฒนธรรมของไทยปัจจุบันเป็นวัฒนธรรมความเชื่อคือ ฟังแล้วเชื่อทำตาม วัฒนธรรมแสดงความรู้สึก วัฒนธรรมนินทา เราจึงควรใช้หลัก “กาลามสูตร” เป็นหลักยึดในการรับฟังข้อมูลข่าวสาร เช่น

 

1) อย่าเพิ่งเชื่อถือ ในการได้ยินได้ฟังตาม ๆ กันมา นั่นคือ ข่าวลือ “เขาว่า ๆๆ”

2)  อย่าเพิ่งเชื่อถือ ด้วยการถือตามถ้อยคำสืบ ๆ กันมา เช่น ลักษณะประเพณีที่สืบทอดกันมาโดยไม่มีเหตุผลรองรับ

3) อย่าเพิ่งเชื่อ ด้วยการตื่นข่าว ข่าวลือต่าง ๆ

4)  อย่าเพิ่งเชื่อถือ ด้วยการอ้างตำรา เพราะบางตำรามีวาระซ่อนเร้น หรืออาจจะมีกลยุทธทางการตลาดแอบแฝง

5) อย่าเพิ่งเชื่อถือ ด้วยตรรกะเหตุผล เพราะบางตรรกะอาจจะสมเหตุสมผลแต่ไม่สมจริง โดยเฉพาะลัทธิหรืออุดมการณ์ต่าง ๆ ที่จะอ้างเหตุผลโดยมีการแอบแฝง

6) อย่าเพิ่งเชื่อถือ ด้วยการคาดคะเน หรือการอนุมาน นั่นคือรู้สึกว่ามีเค้าความจริงและรีบด่วนสรุปทันที เช่นการเห็นเมฆใหญ่ รีบสรุปว่าฝนตกทันที

7) อย่าเพิ่งเชื่อถือ โดยคิดตรองตามอาการที่ปรากฎ เพราะอาจกลายเป็นการเสแสร้งเช่น เจอคนแต่งตัวดี รีบสรุปว่า น่าเชื่อถือ

8) อย่าเพิ่งเชื่อถือ เพราะเข้ากับความเห็นของตน มนุษย์มีแนวโน้มจะรวบรัดดึงเข้าเรื่องความสนใจของตน จึงอย่าให้ความถนัดของตนลวงตนเองและผู้อื่น เช่น เป็นนักการตลาดพอเห็นพระเทศน์เก่งก็ดึงมาออกเทปทำการตลาด หรือโยงเข้าเรื่องการเมืองตลอดเพราะสนใจการเมือง

9) อย่าเพิ่งเชื่อถือ เพราะผู้พูดมีลักษณะน่าเชื่อ

10) อย่าเพิ่งเชื่อถือ เพราะเห็นว่าสมณะนี้หรือผู้พูดนี้เป็นครูของเรา นั่นคือ ไม่ควรให้ความเคารพส่วนตัวมาครอบงำหรือเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง 



ประเด็นหลักของ "หลักกาลามสูตร" 

*** พระพุทธเจ้าทรงไม่ได้สั่งห้ามเชื่อ แต่ให้พึงระลึกว่า “อย่าเพิ่งเชื่อ หรืออย่าเพิ่งปลงใจเชื่อ” ต่อเมื่อใดก็ตามที่สำรวจตรวจสอบด้วยตนเองลึกซึ้งถึงต้นเค้า และแจ่มกระจ่างด้วยตนเองว่า เรื่องใดมีประโยชน์ จึ่งรับไว้นำไปปฎิบัติ เรื่องใดมีโทษ จึ่งปฎิเสธและละทิ้ง เป็นลักษณะประจักษนิยม ซึ่งเป็นลักษณะของหลักวิทยาศาสตร์
 

พระพุทธเจ้าจึงทรงได้รับการยกย่องว่า เป็น “Super Scientist อภินักวิทยาศาสตร์” เพราะไม่ได้เป็นลักษณะเทวองค์การที่พระพุทธเจ้าสั่งลงมาให้เชื่อ แต่ทรงให้ปฎิบัติทดลองกับตนเองแล้วจึงมาเปิดเผยความจริง ทั้งในเรื่องการค้นคว้าหาความรู้ และการย้อนถึงแก่นความจริงแห่งสัจธรรมถึงซึ่งพระนิพพาน   
 

ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างของผู้ที่วิจัยธรรมและลึกซึ้งถึงต้นทาง ซึ่งปฎิบัติและเข้าถึงแก่นแท้ของทุกเรื่อง คือ “หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ”  ซึ่งท่านโด่งดังมากจาการได้เทศน์ชนโรงหนังที่ฉาย และเทศน์เก่งจนคนเลิกดูหนัง เพราะคุณสมบัติการเทศน์จริง สอนตรง 

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
  • Posted By
  • มหัทธโน
  • 2 Followers
  • Follow