พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ ช้างเอราวัณโลหะ ใหญ่ที่สุดในโลก

Posted By ไกด์เตยหอม | 14 ม.ค. 63
4,917 Views

  Favorite

ชวนนั่งรถไฟฟ้าไปชมช้างเอราวัณโลหะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ถ่ายรูปสวย ๆ ในสวนป่าหิมพานต์จำลอง เพลิดเพลินกับความงดงามทางศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อต่าง ๆ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ สร้างขึ้นตามเจตนารมณ์ของ คุณเล็ก – คุณประไพ วิริยะพันธุ์ ในการรักษาศิลปวัฒนธรรมเครื่องจรรโลงใจอันเป็นมรดกทางภูมิปัญญามาแต่โบราณสืบต่อไป บนพื้นที่ราว 12 ไร่ มุมถนนสุขุมวิทตัดกับถนนกาญจนาภิเษก (ที่จอดรถอยู่ใต้ทางด่วนฝั่งถนนกาญจนาภิเษก) BTS สถานีช้างเอราวัณ โดยช่วง 9.00 – 16.00 น. มีรถตุ๊กตุ๊กฟรีทุกครึ่งชั่วโมง ออกที่ ทางออก 2 นะคะ รถจอด ณ กศน. สมุทรปราการค่ะ หากจะเดินไปเองจากทางออก 1 ก็ราว 850 ม. ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ที่นี่เปิดทุกวัน เวลา 9.00 – 19.00 น. ซื้อบัตรได้ที่ห้องบัตรทั้งตรงประตูเล็กฝั่งถนนสุขุมวิท และประตูใหญ่ฝั่งถนนกาญจนาภิเษกได้จนถึง 18.30 น. ค่ะ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 250 บาท เด็ก 125 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท พิเศษสำหรับผู้ถือบัตร BTS Rabbit Card ชาวไทย ลด 50% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 นอกจากนี้ยังมีบัตรรายปี มาวันไหนกี่รอบก็ฟรีตลอดปีในราคา 265 บาทด้วยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จุดนัดพบและจุดบริการ Audio Guide (ไทย, อังกฤษ, จีน, เกาหลี, รัสเซีย) ผ้าคลุมไหล่และผ้านุ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่สวมเสื้อไม่มีแขน และหรือกางเกง/กระโปรงสั้นเหนือเข่า อยู่ตรงข้ามห้องบัตรประตูใหญ่ฝั่งถนนกาญจนาภิเษกค่ะ ตรงนี้เป็นโซนรับประทานอาหาร คาเฟ่ และจุดจำหน่ายของที่ระลึกด้วยค่ะ หากหิวก็แวะรับประทานอาหารและเครื่องดื่มแถวนี้ก่อนได้เลยค่ะ เพราะเอาเข้าไปข้างในไม่ได้

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

หากพร้อมแล้วก็ยื่นบัตรผ่านประตูให้เจ้าหน้าที่แล้ว เดินเข้ามาชมความอลังการของอาคารสถาปัตยกรรมช้างเอราวัณโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลกกันได้เลยค่ะ สูงรวม 43.6 ม. (เทียบเท่าตึก 14 ชั้น) ตัวช้างเป็นประติมากรรมลอยตัว ที่ใช้เทคนิคการเคาะขึ้นรูปแผ่นทองแดงด้วยมือ แล้วนำไปบุประกอบกันบนโครงสร้างจนเป็นช้าง 3 เศียรขนาดมหึมาอย่างที่เห็นในภาพล่างนี้ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ช้างเอราวัณนี้เป็นสัตว์วิเศษพาหนะของพระอินทร์ตามคติพุทธและพราหมณ์ หนึ่งในสัตว์มหัศจรรย์อันดับต้น ๆ ในเทพนิยายไทย แม้แต่ตราของกรุงเทพมหานคร ก็เป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณนะคะ
 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ซึ่งหากว่ากันตามตำนานใน ไตรภูมิพระร่วง ช้างเอราวัณนี้คือ เอราวัณเทวบุตร ผู้ติดตามของพระอินทร์ เจ้าผู้ครองนครบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ โดยเอราวัณเทวบุตรจะเนรมิตรกายตนเป็นช้างเผือก 33 เศียร แต่ละเศียรมี 7 งา แต่ละงามี 7 สระ แต่ละสระมีกอบัว 7 กอ แต่ละกอมีดอกบัว 7 ดอก แต่ละดอกมี 7 กลีบ แต่ละกลีบมีนางฟ้า 7 นาง ให้เป็นพาหนะเวลาพระอินทร์จะเสด็จไปที่ต่าง ๆ ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ใกล้ ๆ อาคารหลักที่เป็นรูปช้างเอราวัณนี้มีจุดจำหน่ายผลไม้สำหรับผู้มาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภต่าง ๆ โดยมีข้อห้ามสำคัญคือห้ามขอและบนบานในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือไม่สามารถทำได้ ส่วนการเดินชมแนะนำให้เดินตามเส้นทางเวียนขวาในสวนป่าหิมพานต์รอบอาคารค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เริ่มจากจุดแรกคือ พระเกศจุฬามณีเจดีย์ ที่สร้างขึ้นแทนจุฬามณีเจดีย์บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งพระอินทร์สร้างขึ้นด้วยแก้ว 7 ประการเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระจุฬา (จุก) และพระเขี้ยวแก้วเบื้องบนขวา (เขี้ยวบนขวา) ของพระโคตมพุทธเจ้า ส่วนองค์จำลองนี้สร้างแบบผสมผสานศิลปะไทย-อินเดีย ที่ฐานประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวตามพุทธประวัติ ในคติพระพุทธรูปประจำวันเกิด ซึ่งเชื่อกันว่าจะอำนวยพรให้คนที่เกิดในวันต่าง ๆ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จุดที่ 2 ศาลาท้าวมหาพรหม ประดิษฐานประติมากรรมพระพรหม พระผู้สร้างตามคติพราหมณ์ฮินดู ผู้ที่มาสักการะมักจะขอพรให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตและหน้าที่การงาน

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดมาทางเดินจะทำลอดผ่านใต้ท้อง ช้างเผือกตระกูลวิษณุพงศ์ ช้างมงคลที่พระวิษณุหรือพระนารายณ์ทรงสร้าง มี 8 ประเภท จริง ๆ แล้วช้างเผือกไม่ได้หมายความว่าต้องมีกายสีขาวทั้งตัว แต่หมายถึงมีลักษณะตามที่ระบุในตำราคชลักษณ์ค่ะ และช้างเหล่านี้จะไม่เรียกเป็นเชือก หรือเป็นตัว แต่จะมีลักษณะนามเป็น “ช้าง” เลย อย่างช้างแรกหน้าสุดในภาพบน คือช้างสังขทันต์ สีผิวดังสีทอง เสียงร้องคล้ายไก่ ยามเดินลอดไปก็มีเสียงเหมือนไก่ขันดังขึ้นด้วยนะคะ เชื่อกันว่ามีคุณวิเศษในการบันดาลความมั่งคั่งร่ำรวย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ระหว่างทางมีที่ล้างมือกลางสวนเก๋ ๆ ด้วยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ต้นไม้ใหญ่ต่าง ๆ ก็มีป้ายชื่อกำกับไว้ ในต้นนี้คือ กันเกรา หากมาช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายนจะออกดอกเป็นช่อสีเหลือง ส่งกลิ่นหอม เป็นไม้มงคลที่คนโบราณนิยมนำมาทำเสาเรือนและใช้บูชาพระ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ในสวนป่าหิมพานต์ที่รายรอบนี้มีประติมากรรมปูนปั้นรูปสัตว์มหัศจรรย์ต่าง ๆ ในเทพนิยายไทยมากมายให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน กลุ่มม้ามีงวงในภาพล่างนี้คือ สินธพกุญชร ครึ่งม้าครึ่งช้างนั่นเองค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ส่วนในภาพล่างนี้คือ กุญชรวารี หรือช้างน้ำวิเศษในตำนานนั่นเอง เป็นช้างที่มีหางอย่างปลาค่ะ แต่ถ้ามีแค่ขาหน้าสองข้างแล้วครึ่งตัวหลังเป็นปลาเลยเรียกว่า วารีกุญชร ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เดินมาเรื่อย ๆ ก็จะถึงศาลา พระตรีมูรติ ซึ่งภายในมีประติมากรรมร่างผสานรวมกันของมหาเทพทั้งสามตามคติพราหมณ์ฮินดู คือ พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม โดยองค์นี้แสดงท่าประทับนั่ง มี 5 เศียร 6 กร กรหน้าคู่แรกแสดงปางประทานพร อีกสองคู่ถัดไปถือสิ่งวิเศษประจำองค์ของเทพทั้งสาม คือ หม้อน้ำ บัณเฑาะว์ ตรี และจักร

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดมาเป็น ช้างตระกูลอิศวรพงศ์ ช้างมงคล 8 ประเภทที่พระอิศวรหรือพระศิวะทรงสร้าง เชื่อกันว่ามีคุณวิเศษในการบันดาลความแข็งแรงด้านสุขภาพ ความมีอำนาจวาสนาและความเจริญในตำแหน่งหน้าที่

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

สำหรับคติการลอดท้องช้างนั้นเป็นความเชื่อที่มีในหมู่ชาวไทยซึ่งผูกพันกับช้างมาแต่โบราณ โดยช้างถือว่าเป็นสัตว์ใหญ่น่าเกรงขาม จึงว่ากันว่าผู้ที่ลอดท้องช้างมาอย่างปลอดภัยจะพ้นจากอุปสรรคในชีวิตได้นั้น จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญลักษณ์สื่อความหมายว่าเมื่อเผชิญกับปัญหาใหญ่ใด ๆ ให้ตั้งสติ และมีความกล้าหาญก็จะรอดพ้นอุปสรรคไปและประสบความสำเร็จได้นั่นเอง

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ในสวนป่าหิมพานต์จำลองบรรยากาศร่มรื่นค่ะ เลยไม่ค่อยร้อน ในภาพล่างนี้น่าจะเป็น ทักทอ ค่ะ มีงวงเหมือนช้าง ส่วนตัวเป็นราชสีห์ หรือสิงโต และก็มีเคราเหมือนแพะ ต่างกับคชสีห์ตรงที่คชสีห์ไม่มีเครานี่แหละค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดมาในภาพล่างนี้คือศาล พระพิฆเนศวร โอรสของพระอิศวรและพระอุมา ตามคติพราหมณ์–ฮินดู มีเศียรเป็นช้าง และเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาการและอุปสรรค คือ ขจัดอุปสรรคให้คนดีและสร้างอุปสรรคให้คนชั่ว มีผู้เลื่อมใสศรัทธาแพร่หลายในอินเดีย เนปาล ศรีลังกา ไทย บาหลี ฯลฯ และปรากฏในตราสัญลักษณ์ของ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาลัยช่างศิลป และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ด้วยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ใกล้ ๆ กันนี้ มีอาคารประดิษฐาน พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนาม เจ้าแม่กวนอิม ผู้มีเมตตาธรรมสูงส่ง ตามคติของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ซึ่งเป็นที่นับถือกันในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี รวมถึงไทยด้วยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ที่นี่มีห้องน้ำสะอาด ๆ ให้บริการเป็นระยะ จากที่เดิน ๆ กันถึงนี่ก็เรียกได้ว่าวนรอบนอกครบรอบหนึ่งแล้ว แนะนำให้แวะเข้าห้องน้ำกันก่อนได้นะคะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นก็จะไปลอดท้อง ช้างตระกูลพรหมพงศ์ สร้างโดยพระพรหม โดย 8 ประเภทเป็นช้างประจำทิศ อย่างพระเศวตอดุลยเดชพาหน ในล้นเกล้าฯ ร.9 ก็มีลักษณะต้องตามตำราคชลักษณ์ว่าเป็นช้าง “กมุท” ตระกูลพรหมพงศ์ จำพวกช้างประจำทิศ ส่วนช้างกายสีฟ้าลายน้ำในภาพล่างนั้นคือ “คังไคยหัตถี” เป็น 1 ใน 10 ประเภทที่ไม่ใช่ช้างประจำทิศค่ะ ช้างมงคลตระกูลนี้เชื่อกันว่ามีคุณวิเศษในการบันดาลความรู้ สติปัญญา และความเฉลียวฉลาด

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เดินมาจนครบรอบจะถึงจุดลอยดอกบัวตามคติปูรณฆฏะ ซึ่ง  "ปูรณะ" หมายถึง ทำให้สมบูรณ์ และ "ฆฏะ" หมายถึง หม้อน้ำ เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ โดยบางที่ในศรีลังกายังเชื่อกันว่าหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในบ้าน วันรุ่งขึ้นให้นำดอกไม้มาลอยน้ำไว้หน้าบ้านเรื่องร้อนต่าง ๆ ก็จะเย็นลง สงบลงได้ค่ะ จริง ๆ แล้ว อย่างน้อย ๆ ก็เกิดความสบายตาอันน่าจะนำไปสู่ความสบายใจต่อไปได้นะคะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นก็จะเข้าสู่อาคารหลัก ซึ่งมีทั้งหมด 3 ชั้นด้วยกัน เริ่มจากชั้นล่างสุดคือ ชั้นสุวรรณภูมิ ซึ่งอยู่ในส่วนฐานของอาคาร เปรียบเสมือนโลกบาดาล ทางเข้าอยู่ใกล้ ๆ จุดที่ลอยดอกบัวเลยค่ะ ชั้นนี้มีการจัดแสดงโบราณวัตถุล้ำค่าต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะเครื่องกระเบื้องงดงามเก่าแก่ ภายในชั้นนี้ใส่รองเท้าได้ แต่งดถ่ายภาพค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

การเดินชมชั้นสุวรรณภูมิจะเป็นการเดินเวียนขวา แล้วก็จะมาออกที่อีกด้านหนึ่งซึ่งมีชั้นวางรองเท้าไว้ให้ เพื่อถอดรองเท้าขึ้นไปชมชั้นโลกมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนโถงอาคารซึ่งรองรับช้างเอราวัณโลหะนี้ค่ะ ภายนอกทาสีชมพูประดับลวดลายปูนปั้นงดงามผสมผสานทั้งศิลปะไทยและศิลปะตะวันตกอย่างลงตัว

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ภายในมีบันไดกลางทอดยาวไปสู่ด้านบนซึ่งเชื่อมต่อกับขาของช้าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะขึ้นไปยังชั้นจักรวาลหรือสรวงสวรรค์ซึ่งอยู่ภายในตัวช้างค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

นอกจากปูนปั้นประดับเครื่องเบญจรงค์ที่ประดับประดาอย่างงดงามภายในโถงแห่งนี้แล้ว ยังมีไฮไลต์สำคัญที่พลาดไม่ได้อีกอย่างคือ เสาหุ้มดีบุกทั้งสี่ ซึ่งดุนลายเป็นภาพเล่าเรื่องราวในตำนานจาก 4 ความเชื่อ เชิดชูคุณธรรมความดีงามอันเป็นสิ่งสากลค้ำจุนโลกไม่ให้ล่มสลาย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ในภาพบนนี้เป็นเรื่องราวของพระมหาชนก จากทศชาติชาดก ที่ เสาพุทธเถรวาท ซึ่งเล่าถึงเหตุการณ์ที่พระมหาชนกทรงบำเพ็ญวิริยะบารมี ว่ายน้ำลอยคอด้วยความพากเพียรนานถึง 7 วัน 7 คืน แม้จะมองไม่เห็นฝั่ง จนได้รับความช่วยเหลือจากนางมณีเมขลาเทพธิดาผู้รักษามหาสมุทรในที่สุด เป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า “ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ส่วนภาพ นารายณ์บรรทมสินธุ์ นี้อยู่ที่ด้านหนึ่งของฐานเสาความเชื่อตามคติพราหม์ – ฮินดู พระนารายณ์หรือพระวิษณุ บรรทม (นอน) บนขนดของพญาอนันตนาคราช ในเกษียรสมุทร (ทะเลน้ำนม) เมื่อมีเหตุร้ายเภทภัยต่าง ๆ พระนารายณ์ซึ่งเป็นพระผู้รักษาดูแลโลก ก็จะอวตารไปปราบเหล่าร้ายต่าง ๆ ในผนังด้านอื่น ๆ ของเสาต้นนี้ก็มีการประดับประดาด้วยภาพต่าง ๆ จากเรื่องราวในนารายณ์สิบปาง ค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ถัดมาเป็นเสาพุทธมหายาน เล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับ พระโพธิสัตว์กวนอิม แห่งความเมตตาและความกตัญญู โดยเน้นที่เนื้อหาในคราวที่ท่านเกิดเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์เมี่ยวจวง มีใจเปี่ยมด้วยคุณธรรม ช่วยเหลือผู้อื่น แม้ถูกเบียดเบียน ทั้งยังมีความกตัญญูสูงส่งถึงขั้นยอมสละดวงตาและแขนทั้งสองข้าง เป็นยารักษาพระบิดาที่เคยทำร้ายพระองค์

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ต่อด้วย เสาศริสตศาสนา เริ่มตั้งแต่เรื่องที่ พระเจ้าสร้างโลกและมนุษย์ ในภาพบนนี้ซึ่งอยู่ตรงฐาน ไปสู่ภาพอื่นๆ ไม่ว่าจะกาอินที่พลั้งมือทำร้ายอาแบลจนตาย จึงถูกสาปให้ไปที่ใดก็เพาะปลูกไม่ได้ผล เรือโนอาห์ที่ช่วยผู้ที่คงคุณธรรมไว้ได้ ให้รอดชีวิตในคราวน้ำท่วมโลก จนถึงเรื่องของพระเยซูที่เน้นให้มนุษย์กลับใจ รัก และให้อภัยซึ่งกันและกัน คนดีแม้ตายไปก็จะกลับฟื้นคืนชีพอีกครั้งในสวรรค์

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ในโถงนี้มี พระบรมรูปครึ่งพระองค์ของล้นเกล้าฯ ร.9 ประดิษฐานในซุ้มบุษบกด้านล่าง และบนชานพักบันไดใหญ่มีซุ้มประดิษฐานประติมากรรม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางบุรุษ แกะสลักจากหินศิลปะแบบจีนสมัยราชวงศ์สุย

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เชิงบันไดที่คดโค้งวนสู่ชั้นบนประดับด้วยประติมากรรมรูปเทวดาเล่นดนตรี มีมัดกล้าม สมจริงอย่างศิลปะตะวันตกแต่แต่งองค์ทรงเครื่องอย่างศิลปะไทยอิทธิพลอินเดีย เครื่องดนตรีที่เทวดาเล่นในภาพล่างนี้ คือ โทน เป็นกลองหน้าเดียวขนาดเล็กค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ตรงกลางเพดานของชั้นนี้ประดับด้วยกระจกสี ผลงานของศิลปินชาวเยอรมัน ที่ใช้ สี 4 สี แทนธาตุ 4 ธาตุที่ประกอบกันเป็นโลก คือ เหลืองแทนดิน ขาวแทนลม แดงแทนไฟ ฟ้าแทนน้ำ รอบนอกเป็นภาพจักรราศี กลุ่มดาวสำคัญ 12 กลุ่ม ถัดออกไปอีกเป็นภาพชีวิตมนุษย์

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนี้จะเป็นทางขึ้นสู่ชั้นจักรวาลซึ่งอยู่ในตัวช้างค่ะ แนะนำให้ขึ้นลิฟต์แล้วลงบันไดจะได้ไม่เหนื่อยมาก โดยลิฟต์ที่เห็นนี้อยู่ในส่วนขาหลังข้างซ้ายของตัวช้าง ในขณะที่บันไดเวียนอยู่ในขาหลังข้างขวาของตัวช้างค่ะ

        

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ไปถึงท้องช้างมีจุดชมวิวเล็ก ๆ ในโถงก่อนขึ้นบันไดเล็กสู่ชั้นจักรวาลด้วยนะคะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ภาพล่างนี้ถ่ายโดยแนบมือถือกับหน้าต่างที่เห็นในภาพบนค่ะ มองออกไปเห็นยอดพระเกศจุฬามณีเจดีย์อยู่ทางขวาในแมกไม้เขียวขจี ตรงกลางก่อนถึงทางด่วนน่าเป็นประตูใหญ่ฝั่งถนนกาญจนาภิเษกค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ส่วนข้างบนชั้นจักรวาลในท้องช้างนี้เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง มีพระประธานเป็น พระพุทธรูปลีลา ศิลปะสุโขทัยซึ่งถ่ายแบบมาจากองค์ที่ระเบียงคดวัดเบญจมบพิตร ซึ่งถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดองค์หนึ่งในโลกค่ะ ส่วนเพดานชั้นนี้เป็นจิตรกรรมสีฝุ่นภาพสุริยจักรวาล มีดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ทั้งแปด (เว้นโลก) ทางช้างเผือก กลุ่มดาวต่าง ๆ ในบรรยากาศสงบเย็น

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

จากนั้นก็ไต่บันไดเวียนกลับลงมา บนเพดานประดับดาวเพดานสีโทนฟ้าอมขาว

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เช่นเดียวกับจิตรกรรมฝาผนังรูปเทวดา นางฟ้าต่าง ๆ บนสวรรค์

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ตรงกำแพงใกล้ทางออกฝั่งถนนสุขุมวิทมีบันไดไปยังจุดชมวิวบนป้อมช้างเผือกนี่ด้วยนะคะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เห็นช้างได้ทั้งตัวเต็ม ๆ ตาแบบนี้เลยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

หิวแล้วก็ออกไปกินข้าวกันได้ที่โซนร้านค้าต่าง ๆ ตรงทางออกฝั่งประตูใหญ่  

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

มีทั้งคาเฟ่และร้านอาหาร ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ อาหารตามสั่ง และเครื่องดื่มต่าง ๆ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

แม้ช่วงธันวาคมนี้ก็ยังมีข้าวเหนียวมะม่วงน้ำดอกไม้หวานหอมให้ซื้อกินได้

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

ใกล้ ๆ กันมีอาคารนิทรรศการประวัติผู้ก่อตั้งซึ่งก็คือคนเล็กและคุณประไพ วิริยะพันธุ์ นักธุรกิจชาวไทยเชื้อสายจีน ผู้มีความสามารถในทางธุรกิจ และมีความสนใจในเรื่อง ศิลปะ ศาสนา – ปรัชญา ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี จนเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเมืองโบราณ ปราสาทไม้สัจธรรม และพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เพื่อสืบสานรักษาและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาต่อไป

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

เที่ยวชมครบแล้ว หากยังไม่เกิน 16.00 น. ให้ออกมาทางประตูใหญ่ฝั่งถนนกาญจนาภิเษกมีจะรถตุ๊กตุ๊กฟรี พากลับไปส่งที่ สถานีรถไฟฟ้า BTS ช้างเอราวัณด้วยนะคะ สะดวกสบายทีเดียวเชียว หากมีเวลาว่างก็แวะมาพักผ่อน ถ่ายรูปเล่น เที่ยวชมสถาปัตยกรรมแสนอลังการในสวนป่าหิมพานต์อันร่มรื่นงดงามที่นี่ได้เลยค่ะ

 

ภาพ : ไกด์เตยหอม

 

 “Amazing ไทยเท่” ที่เที่ยวเก๋ ๆ ใกล้ตัว อย่าลืมมาชื่นชมกันนะคะ

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • ไกด์เตยหอม
  • 2 Followers
  • Follow