ทำไมพ่อแม่ไม่อยากให้เป็นติ่ง ?

Posted By Plook Magazine | 16 พ.ค. 62
1,633 Views

  Favorite

เกิดมาชอบในสิ่งที่ถูกสื่อนำเสนอว่าไร้สาระ ก็ถือเป็นความเจ็บปวดอย่างหนึ่งแล้ว ยิ่งถ้าคนในบ้านคล้อยตามเชื่อไปด้วยว่าไม่ดี ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เมื่อเป็นแค่ติ่งตัวเล็ก ๆ ที่เห็นโอปป้าก็มีความสุขแล้ว มาฟังความคิดเห็นดี ๆ จากคนเป็นติ่งที่ไฟว์กับความคิดเหล่านั้นมาก่อนกัน

 

 

จิรายุ แพทองคำ

 

“เริ่มเป็นติ่งตั้งแต่เรียน ม. 1 พ่อไม่ชอบเพราะกลัวว่าเราจะเสียการเรียน บ้าผู้ชาย แม้กระทั่งคอมเมนต์บนอินเทอร์เน็ตเองก็ยังมีที่บอกว่า ติ่งเกาหลีเป็นพวกไม่รักชาติ เราก็งงมาก ผู้ใหญ่ยังชอบนักร้องจากอเมริกาได้ ทำไมเราถึงชอบนักร้องเกาหลีไม่ได้ ตอนนั้นปล่อยเบลอทุกคำดูถูก ไม่เข้าไปเถียง ค่อย ๆ พิสูจน์ว่าการติ่งนักร้องเกาหลีไม่ใช่เรื่องเลวร้ายขนาดนั้น มันคือความชอบส่วนตัวทั่วไปที่แสนจะธรรมดา ซื้อของติ่งก็ใช้เงินเก็บตัวเองไม่ได้ขอพ่อแม่สักบาท ผลการเรียนก็ไม่แย่ สอบเข้ามหาวิทยาลัยดังได้ สุดท้ายเขาก็มองเห็นแล้วว่ามันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราแย่ลงเลย ประเทศไทยยังไม่ล่มสลาย ทุกวันนี้ถึงจะเสียเป็นแสนแขนไม่ได้จับ พ่อก็ไม่สนใจแล้วค่ะ”  

-- จิรายุ แพทองคำ Writer & Photographer

 

 

MR. BRIGHTSIDE94

 

“พ่อแม่เคยอยากให้ลด ๆ เรื่องติ่งลง เพราะคิดว่าเราฟุ่มเฟือยกับการซื้ออัลบั้ม ไปคอนเสิร์ต เราเคยใช้ประโยคนึงกับพ่อแม่ และคิดว่าเขาน่าจะเข้าใจดีคือ อย่างพ่อไปตีกอล์ฟ มันต้องใช้เงินเพื่อแลกกับความสุขเหมือนกัน เราซื้อบัตรคอนเสิร์ตเพื่อเข้าไปดูเขา มันก็แลกกับความสุขเหมือนกัน คือก็ใช้เงินซื้อเหมือนกันทั้งนั้น เราคิดว่าคนที่เป็นติ่งที่เรียนอยู่ เขาไม่ทิ้งการเรียนหรอก เพราะต้องการมีอนาคตที่ดี หาเงินมาติ่งด้วยตัวเอง ติ่งสมัยนี้เรียนเก่งกันจะตาย มีอาชีพดี ๆ กันทั้งนั้น ”

-- MR. BRIGHTSIDE94 ธุรกิจส่วนตัว

 

 

ดรีม บาร์โค้ด

 

“คิดว่าเป็นเรื่องของการใช้จ่ายครับ อาจจะต้องใช้เงินไปซื้อนู่นซื้อนี่เกี่ยวกับศิลปิน บางบ้านจึงคิดว่าเงินส่วนนั้นเอาไปทำอย่างอื่นน่าจะมีประโยชน์กว่าการไปซื้อของติ่ง ที่มันไร้สาระในสายตาพวกเขาครับ คือเราต้องทำให้เขาเห็นว่าการติ่งของเราไม่ใช่เรื่องเสียหาย การใช้ชีวิตของเรายังปกติดีอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการเรียนต้องให้มันคงเส้นคงวา ถ้าให้ดีหน่อยอาจจะแบ่งเงินเก็บส่วนหนึ่งไว้เผื่ออนาคต และอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ติ่งครับ พ่อแม่จะได้สบายใจว่าเราคิดถึงอนาคต แล้วก็คิดได้ว่า ถึงลูกฉันติ่ง แต่มันก็ยังเรียนได้อยู่นะ แค่ชอบดาราเองไม่เห็นเสียหายเลย สมัยแม่ก็ยังเคยชอบก้อง นูโว หนุ่ย อำพล แหละว้า”

-- ดรีม บาร์โค้ด YouTuber

 

 

สุพิชญา สุวรรณลักษณ์

 

“เคยมีพ่อแม่บางคนมาปรึกษาหมอเรื่องที่ลูกเป็นติ่งเหมือนกันค่ะ ส่วนหนึ่งเขาไม่ชอบการติ่งและมองว่ามันไร้สาระไปเลย อีกส่วนหนึ่งคือ (ออกแนวอนุรักษ์นิยมหน่อย) ไม่ชอบที่ลูกสาวไปกรี๊ดผู้ชาย เราก็เน้นให้คุณพ่อคุณแม่ฟังลูกก่อน อย่ามองว่าความสุขของลูกเป็นเรื่องไร้สาระ ลองไปดูคอนเสิร์ตกับลูกก่อนก็ได้จะได้รู้ ในส่วนของลูกก็ต้องให้ความเชื่อมั่นกับพ่อแม่ด้วยว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เสียการเรียน บางทีเราก็บอกกับพ่อแม่ที่กังวลมาก ๆ ว่า หมอก็ตามนักร้องเกาหลี ไปคอนเสิร์ตบ่อย ๆ แต่พอถึงเวลาทำงานก็คือทำงาน เรียนก็คือเรียน คนเรามีโลกหลายใบ พ่อแม่ลองเชื่อใจน้องดูหน่อย เพราะความกังวลของพ่อแม่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ลูกจะมองข้ามได้ เหมือนกับความชอบของลูกก็ไม่ใช่เรื่องที่พ่อแม่จะมองว่าไร้สาระได้”

-- สุพิชญา สุวรรณลักษณ์ นิสิตคณะแพทยศาสตร์ชั้นปีที่ 6

 

 

 

เรื่อง : วัลญา นิ่มนวลศรี

ภาพ : แอมเบียน

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Magazine
  • 0 Followers
  • Follow